สุพิศาล ชี้ปมขอบเขตกฎหมายดิจิทัล เหตุหน่วยงานรัฐบางส่วนถูกตั้งเว้น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งข้อสังเกตเรื่องขอบเขตการใช้บังคับที่ยกเว้นหน่วยงานบางส่วน เช่น นิติบัญญัติ ตุลาการ และองค์กรอิสระ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลดิจิทัลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องระมัดระวังการประกาศราชกิจจานุเบกษาทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้องกันการบิดเบือนเจตนาในการบริหารราชการ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวาระของร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ในประเด็นของการรับร่าง โดยวัตถุประสงค์ของหลักการ และเหตุผลนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้อภิปรายไปแล้ว โดยผมจะเน้นแค่ในประเด็น คือพระราชบัญญัตินี้เป็นการปฏิบัติราชการ มีการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ให้ยึดว่าเป็นกฎหมายกลาง ว่าด้วยการใช้อิเล็กทรอนิกส์เสริมการทำงาน ให้บริการ ภาครัฐ ย้ำนะครับ แล้วก็ในประเด็นของการวางหลักการ เหตุผลคือตามที่มีแผนปฏิรูป ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับปรับปรุง กิจกรรมที่ ๑ ถูกต้องครับ อยู่ในกิจกรรมที่ ๑ ที่เรียกว่าบีอาร์ ๐๒๐๑ (BR 0201) ปรับเปลี่ยนการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสู่ ระบบดิจิทัล (Digital) มี ๑๒๔ โครงการในเล่ม ผมกราบเรียนเป็นคำถามแรกเลยครับ ท่านรองใช้เงินทั้งหมดเท่าไร และใช้เงินจริง ๆ เท่าไร เพราะในนั้นจะมีทั้งใช้เงิน และไม่ใช้เงิน และแผนจะสิ้นสุดกันยายน ๒๕๖๕ ที่เขียนไว้ในแผนที่เป็นเอ็มเอส มายสโตน ๑๐๑ (MS Milestone 101) ที่บอกว่าประชาชนได้รับการดูแล เข้าถึงและรับบริการ รวมถึงข้อมูล ดิจิทัล (Digital) สำคัญของภาครัฐที่มีคุณภาพโดยสะดวก รวดเร็ว เสียเงินน้อย เสียค่าใช้จ่าย น้อยและตรงตามความจำเป็นในสถานการณ์ปกติ และฉุกเฉินเร่งด่วนนี่ละครับ แต่ทั้งหมดนี้ มันมีอยู่ ๘ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมจะไม่ไปถึงตรงนั้นใน ๘ ประเด็น ผมเอาประเด็นเดียวครับ ประเด็นเดียวของผมคือประเด็น เรื่องของการกำหนดขอบเขต ในการบังคับใช้ของพระราชบัญญัตินี้ ท่านบอกว่าให้บังคับใช้แก่หน่วยราชการ หน่วยงาน ของรัฐทุกหน่วย จำนะครับว่าทุกหน่วย แต่กฎหมายรัฐบาลต้องมียกเว้นเป็นธรรมดา ยกเว้นครับ เว้นแต่หน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเรา ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในกฎกระทรวง คือพูด ง่าย ๆ ว่าหน่วยงานที่ผมพูดนี้ไม่มีสิทธิไปแตะต้องครับ เข้าไม่ถึงครับ ท่านประธานครับ นี่คือ สิ่งสำคัญครับ แล้วไปบัญญัติในคำนิยามมาตรา ๕ ในเรื่องของหน่วยงานของรัฐ ผมไม่เห็น ด้วยตรงนี้ครับโดยหลักการ หลักการต้องโอเพน กัฟเวิร์นแนนซ์ (Open governance) โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในแผนบีอาร์ ๐๒๐๑ (BR 0201) คูณเอ็กซ์ ๐๑ (X01) ของ กระทรวงดิจิทัลที่เป็นแผนการจัดทำแนวทางตามมาตรฐานและข้อเสนอแนะและการพัฒนา ระบบดิจิทัล (Digital)เรียกว่า ดิจิทัล กัฟเวิร์นเมนต์ ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital government transformation) ที่ใช้งบ ๑๐ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วก็เป็นเรื่องของสถิติต่าง ๆ ที่จะใช้งบอีกหลายสิบล้าน ตรงนี้ละครับ เป็นอันหนึ่งที่เมื่อจะปฏิรูปต้องให้เขาถึงครับ และถ้ายังปล่อยให้รัฐบาลเก็บข้อมูลทางดิจิทัล (Digital) ตัวอย่างเช่น ประเด็นสุดท้ายเลยครับ คณะรัฐมนตรีจะกำหนดให้มีการจัดทำ และเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ กราบเรียนว่านี่คืออันตราย สำหรับรัฐบาล ผมหยิบไว้ให้ฟังเลยว่าถ้าท่านใช้การประกาศราชกิจจานุเบกษาลงตรงนี้ ในอิเล็กทรอนิกส์ ท่านต้องระมัดระวัง วัน ว. เวลา น. แอดเดรส (Address) เวลาท่านกด ลงไปเหมือนเช่นท่านจะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วท่านจะยกระดับ พ.ร.ก. ในข้อ ๙ จากสถานการณ์ฉุกเฉินธรรมดาเป็นร้ายแรง แล้วประกาศลงในกิจจานุเบกษา ถ้าท่านทำด้วย เครื่องมือคอมพิวเตอร์ธรรมดามันยังซุกพยานหลักฐานอยู่ในคอมพิวเตอร์ตัวนั้น แต่ถ้าท่านกดลงไปในราชกิจจานุเบกษาในระบบอิเล็กทรอนิกส์ มันยันเลยว่าท่านมีเจตนา ตั้งแต่วินาทีนั้น อันตรายครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ญัตติผมยังค้างอยู่ในเรื่องนี้ครับ เรื่องอิเล็กทรอนิกส์นี้ละครับ หัวใจสำคัญมันคือถ้าท่านไม่ระมัดระวัง และจะเป็นประเด็น ในการสืบค้น แต่สำคัญก็คือต้องเปิดเผย เป็นรัฐบาลที่จะต้องใช้ดิจิทัล (Digital) อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงที่ท่านว่า แต่ต้องมีระดับของการอนุญาตครับ มิใช่ไม่เปิด เมื่อถึงท่านผู้มีอำนาจใน ๑ ฝ่าย คือฝ่ายตุลาการ ผมยังเชื่อมั่นในฝ่ายตุลาการครับ ท่านสามารถที่จะต้องเปิดข้อมูลทางดิจิทัล (Digital) ที่ท่านห้ามเว้นไว้ตรงนี้ได้ ไม่อย่างนั้น ก็ต้องเขียนไว้ในคำนิยามว่า เมื่อมีคำสั่งศาลอย่างชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลทางดิจิทัล (Digital) ที่ประชาชน และสิ่งสำคัญในเรื่องนี้เมื่อจะต้องถึงประชาชน สิ่งสำคัญคือประชาชนจะต้อง แทร็กกิง (Tracking) ได้ ดีครับในนี้ผมเห็นด้วยในเรื่องของการติดตามของประชาชน ซึ่งเป็น เงื่อนไขในมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่าง ๆ เรื่องของตั้งแต่วิธีการการใช้ เรื่องของ การติดตาม เรื่องการติดต่อ และเข้าถึง สำคัญคือเวลาครับท่าน อย่าให้เนิ่นนาน ชักช้า เพราะระบบดิจิทัล (Digital) นั้นมันแค่กระพริบตามันก็สามารถตอบได้ และที่สำคัญ ถ้าเป็นข้อมูลที่เป็นข้อมูลโปร่งอยู่แล้ว ท่านสามารถใช้บอท (Bot) ตอบชัดเจนเลยครับ เพียงแต่คำถามนั้นตรงปั๊บ บอท (Bot) ตอบตูมกลับมาเลยในเสี้ยววินาที หรือเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ที่สามารถให้ข้อมูลอย่างชัดเจนแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ