พิสิฐ ชี้ร่าง พ.ร.บ. ดิจิทัล หน่วยงานซ้ำซ้อน หวั่นประสิทธิภาพต่ำ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือร่าง พ.ร.บ. ดิจิทัล พร้อมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับความซ้ำซ้อนของบทบาทหน่วยงานรัฐ ขอให้กำหนดหน้าที่ชัดเจน ป้องกันการสิ้นเปลืองงบประมาณและบุคลากร พร้อมเรียกร้องให้ปรับวิธีคิดจากกระดาษสู่ระบบดิจิทัล และตั้งคำถามถึงกลไกบังคับใช้เวลาดำเนินการที่กำหนดไว้

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย กับการที่เราจะต้องเร่งรัดดูแลให้หน่วยงานของรัฐและระบบของเรานี่ครับ เป็นระบบที่ใช้ ดิจิทัล (Digital) ก็คืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจะให้เกิดประสิทธิภาพ ให้การทำงานมีความกระชับ ไม่ซ้ำซ้อน และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ แต่อย่างไรก็ตามครับ ร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐบาลได้ นำเสนอ ผมก็ยังมีข้อสงสัยบางประการที่อยากจะให้ท่านได้ช่วยชี้แจงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของความชัดเจนของการทำงานของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในมาตรา ๑๙ ท่าน ได้มีการระบุถึงหน่วยงานของรัฐที่ดูแลถึงเรื่องของดิจิทัล (Digital) ถึง ๕ หน่วยงานด้วยกัน ตั้งแต่ ก.พ.ร. กฤษฎีกา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอ็ตดา (ETDA) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital) หรือ สพด. ครับ แล้วก็บอกว่าให้ ๕ หน่วยงานนี้ ร่วมจัดทำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๖ เสนอ ครม. ต่อไป ผมเองก็เคยเห็น การทำงานของรัฐหลายแห่ง เวลาบอกให้มาทำงานร่วมกัน โดยที่ไม่มีความชัดเจนตั้งแต่ต้นนี่ ผลสัมฤทธิ์ของงานก็มักจะไม่ค่อยเกิด เพราะแต่ละหน่วยงานก็มักจะหวงตำแหน่ง หวงงาน หวงหน้าที่ตัวเอง ไม่อยากจะให้หน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่า เรามี กระทรวงดิจิทัลอยู่ทั้งกระทรวง ผมไม่เข้าใจว่าบทบาทของกระทรวงนี้อยู่ที่ไหน จริงอยู่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะขึ้นกับกระทรวงดิจิทัลก็ตาม แต่ว่าการทำงาน ที่ผ่านมา ผมเคยอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณนี่ครับ ก็ได้เคยรับฟัง รับทราบถึงปัญหา ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน ผมยกตัวอย่างในเรื่องของ การจัดทำระบบหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปรากฏว่า ๒ หน่วยงานก็คือ สพด. กับ สพท. นี่ก็ทำงานซ้ำกัน สุดท้ายหน่วยงานอื่นก็ต้องหลบไป โดยที่งบประมาณหรือบุคลากร ก็สิ้นเปลืองกันอย่างมากในการทำงานลักษณะนี้ นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่ผมอยากให้ทางรัฐบาล ได้มีความชัดเจนในส่วนนี้ เพื่อจะไม่ให้หน่วยงานต่าง ๆ นี่เขามีความไม่ร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากไปยังกรรมาธิการที่จะดู เรื่องนี้ว่า จริง ๆ แล้ว ควรจะกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านี้ให้ชัดเจน เช่น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์นี่ก็อาจจะให้ไปทำหน้าที่ดูแลสร้างมาตรฐานเป็นเรกกูเรเตอร์ (Regulator) ในส่วนของภาคเอกชนหรือธุรกิจ แล้วก็ในส่วนของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital) ก็อาจจะไปทำในส่วนของภาครัฐ หรืออย่างกรณีของ ก.พ.ร. กับ สพด. นี่ ในช่วงที่กระผมเป็น กรรมาธิการงบประมาณประจำปี ๒๕๖๕ นี่ ก็ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ครับว่า ๒ หน่วยงานนี้ เขาทำงานซ้ำซ้อนกัน และครั้นเมื่อสอบถามไปแล้วหน่วยงานหนึ่งก็จะบอกว่าเขาทำหน้าที่ กำหนดนโยบาย อีกหน่วยงานหนึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อน ซึ่งแท้จริงแล้วก็เป็นงานเดียวกันครับ เพราะคนที่จะขับเคลื่อนนี่จะต้องดูเรื่องนโยบาย และนโยบายบางทีกำหนดมาก็อาจจะ ไม่ชัดเจน สุดท้ายสิ่งที่ที่ปรึกษาทำมาก็ใช้ไม่ได้ ต้องมาทำใหม่อยู่ดี เพราะฉะนั้นผมอยากจะ ฝากท่าน ช่วยดูเรื่องของความซ้ำซ้อน เพื่อประหยัดงบประมาณ เพราะว่าบุคลากรเรามีจำกัด อย่าง สพด. นี่ครับ เรามีวิศวกรอยู่ประมาณเกือบ ๆ ๓๐๐ คน หรือ สพท. ประมาณ ๑๐๐ คน เราควรจะแบ่งหน้าที่ แบ่งงานกระจายให้เขานี่ได้ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่จะมา ทำงานซ้ำซ้อนกัน ขณะเดียวกันแผนที่ท่านทำไว้ แผนระยะ ๑ ระยะ ๒ โดยเฉพาะระยะ ๒ นี่จะทำเรื่องของอินคลูชัน (Inclusion) ในเรื่องของการดูแลให้ทั่วถึงนี่ ผมกลับมองว่า เรื่องของความเหลื่อมล้ำ พูดง่าย ๆ ก็คือมองข้ามกลุ่มคนไปนี่ สิ่งนี้ควรจะเป็นสิ่งที่ดูตั้งแต่ระยะแรก ถ้าเราวางแผนให้ดี มองเรื่องอินคลูชัน (Inclusion) เป็นหลักเลย ผมเชื่อว่าระบบเราก็จะดีกว่านี้อีกเยอะ ในการทำงานที่เกิดขึ้น อย่างเมื่อเช้านี้ กระผมเองก็ประชุมกับทางหน่วยงานของรัฐ ๒ หน่วยงานผมไม่เอ่ยนาม ก็ยังมีปัญหาว่า ยังยึดติดกับการทำงานระบบคิดแบบเก่า ๆ อยู่ คือระบบกระดาษ ผมอยากจะหนุนว่า ถ้าจะทำเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งทีต้องเปลี่ยนความคิด เพราะว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้ มาเปลี่ยนระบบกระดาษได้อย่างรวดเร็วสักแค่ไหน เปลี่ยนวิธีคิดต่าง ๆ แล้วก็ที่สำคัญกว่านั้น อันหนึ่งก็คือเรื่องของการที่เรากำหนดเวลา เรากำหนดเวลาให้หน่วยงานทั้ง ๕ นี้ ทำให้ ครม. ดูภายใน ๒๔๐ วัน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่รัฐประกาศกำหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ ก็ให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน คำถามผมก็คือว่า แล้วถ้าเกิดหน่วยงานเหล่านี้ไม่ทำให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน หรือภายใน ๒๔๐ วัน เราจะไปบังคับเขาได้อย่างไร ผมมีตัวอย่างว่าในปี ๒๕๖๑ นี้ รัฐบาลก็มีการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐนี้ไม่ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านไป ๓ ปี ไม่เกิดอะไรขึ้น เราไปติดต่อหน่วยราชการก็ยังคงเรียกขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ จนกระทั่งเดือนกันยายนถึงได้มีประกาศของกรมการปกครองมา ไม่ให้มีการเรียกสำเนา แล้วก็เพิ่งลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อไม่นานนี้เอง แต่ผมก็ยังเป็นห่วงครับว่า ถึงจะประกาศไป แต่หน่วยงานก็ไม่ปฏิบัติ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมกับเพื่อน ๆ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้นำเสนอกฎหมายเพื่อมีบทลงโทษครับ ถ้าหน่วยงานของรัฐยังคงเรียกสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนนี้ก็ต้องมีความผิด ผมก็อยากเห็นท่านได้กำหนดตรงนี้ด้วยว่า ถ้าหากไม่ทำตามเวลาที่กำหนดนี้ จะต้องมีความผิดประการใดบ้าง เพื่อจะให้สิ่งที่เราทำ ที่เราต้องการนี้มีผลสัมฤทธิ์ในที่สุดครับ ก็ขออนุญาตที่จะให้กำลังใจกับทุกท่านที่ดูแลงานนี้ เพราะถือว่าเป็นงานสำคัญ เป็นงานที่จะทำให้ระบบบ้านเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ขอบพระคุณมากครับ