เกียรติ ชี้ประโยชน์ IMT-GT ตั้งคำถามยุทธศาสตร์จุดบินสุราษฎร์ฯ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายถึงความตกลง IMT-GT ที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยเน้นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการขนส่งทางอากาศ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความได้เปรียบของไทยจากการเพิ่มจุดเชื่อมต่อที่สุราษฎร์ธานีและการขยายสิทธิการบิน รวมถึงเรียกร้องให้ชี้แจงยุทธศาสตร์ ผลประโยชน์ที่ชัดเจน บทบาทของสายการบินหลัก และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ประชาชนชายแดนใต้จะได้รับอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว

นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายในเรื่องความตกลง ฉบับนี้เป็นการทำพิธีสาร เป็นความตกลงของไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) ก็คือความตกลงระหว่าง อินโดนีเซียกับมาเลเซียและประเทศไทย จริง ๆ แล้วหลายคนถ้าไม่คุ้นเคย ไม่ติดตามกัน ยาวนานไม่ทราบหรอกครับ ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) มันคืออะไร แต่จริง ๆ ในสภาแห่งนี้ ผมว่าท่านประธานรัฐสภาท่านคงทราบดี เพราะมันเกิดขึ้นในยุคที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยครับ ตอนนั้นผมจำได้ว่าคนที่ติดตามและสนใจก็คือท่านประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยร่วมกับดอกเตอร์มหาเธร์ และประธานาธิบดีซูฮาร์โต ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำทั้ง ๓ คนนี้ ความตกลงนี้จึงเกิดขึ้น แล้วหลายคนพอมองไปไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องพยากรณ์ด้านก๊าซ อย่างเดียวหรือเปล่า แต่จริง ๆ มันเป็นเรื่องความผูกพันความเชื่อมโยงทางภาคใต้ของ ประเทศไทยกับอีก ๒ ประเทศ ซึ่งมีสาระสำคัญ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นไม่ใช่ เป็นเพียงเรื่องก๊าซธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องความผูกพันการไปมาหาสู่กันระหว่างกันและกันของ ประเทศทั้งสาม และรวมไปถึงการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น อานิสงส์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ หลายคนก็ไม่ได้มีการไปไล่ดูว่ามันเป็นประโยชน์จริงไหมหรือมันเป็น ราคาคุย จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ตัวเลขชี้ชัดเลยว่า ตั้งแต่ปีก่อตั้งปี ๒๕๕๖ จนถึง ปัจจุบัน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงขึ้น ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ ประเทศไทย ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การส่งออกของประเทศไทยผ่านชายแดน เพิ่มขึ้น อย่างน่าพอใจมากเลย จาก ๖.๗ ล้านเหรียญ เป็น ๑๔.๔ ล้านเหรียญ ในปี ๒๕๖๑ ในระหว่างที่การนำเข้าคงที่ ซึ่งหมายความว่าอย่างไรครับ ประเทศไทยเคยขาดดุล วันนี้ได้ ดุลการค้า ซึ่งเกิดเป็นผลพวงมาจากว่ากรอบความตกลงไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) นั่นเอง ในขณะเดียวกันการไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันนี่เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจมาก จาก ๑๑ ล้านทริป (Trip) กลายเป็น ๒๖ ล้านทริป (Trip) เห็นไหมครับ อันนี้เป็นอานิสงส์ที่เกิดขึ้นจากกรอบนี้ ทีนี้วันนี้เราพยายามจะต่อยอดจากกรอบความตกลงอันนี้ว่า ในแง่ของการบินเราอยากจะ ทำเพิ่ม ทีนี้ทำเพิ่มสาระสำคัญมันคืออะไรครับ ในเอกสารที่ท่านยื่นกับสภานี้เขียนไว้ชัดเจน ว่าเพิ่มจุดลงด้วย ในประเทศไทยเพิ่ม ๑ จุดก็คือสุราษฎร์ธานี เดี๋ยวท่านคงต้องอธิบายให้ ฟังว่าทำไมเลือกสุราษฎร์ธานี อันนี้เราเพิ่ม แล้วก็สิทธิในการจราจรก็เพิ่มจากเสรีภาพที่ ๓ ที่ ๔ รวม ๕ ไปด้วย ซึ่งหมายความว่าอย่างไร พวกเราจะได้เข้าใจ ก็คือพูดง่าย ๆ นอกจากตกลงระหว่างกันเอง สามารถเชื่อมโยงไปยัง ประเทศที่สามได้ด้วย อันนี้เป็นสิทธิพิเศษ เมื่อบรรลุข้อตกลงอันนี้จะเกิดประโยชน์ในเรื่อง ทางการบินระหว่างประเทศพอสมควรทีเดียว นอกจากนั้นถ้าบินเองไม่ได้ ยังทำโค้ดแชร์ (Codeshare) ได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ทั้งผู้โดยสารและคาร์โก้ (Cargo) จริง ๆ แล้วที่มีการปรับปรุงแก้ไขเราทำให้มีความยืดหยุ่น ในเรื่องของข้อตกลง สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ทำให้ในการบังคับใช้ เป็นสิ่งที่ไม่อยู่นิ่ง เมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงก็สามารถปรับปรุงได้ ทีนี้มันก็กลับมา ประเด็นที่เหมือนกับอีก ๒ ฉบับที่ผมได้อภิปรายไปแล้วก็คือว่า ยุทธศาสตร์ของเราคืออะไร ที่จะได้ประโยชน์สูงสุด และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยที่เป็นรูปธรรมมันคือ อะไรบ้าง ผมก็เลยมีคำถามอย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้ในเอกสารที่ยื่นเข้าสภา เรารู้ว่า เราเปิดสุราษฎร์ธานีครับ แต่ในอินโดนีเซียและมาเลเซียเราได้อะไรครับ เราได้อะไรเพิ่มอันนี้ ในเอกสารท่านไม่ค่อยชัด ความจริงมันแลกกัน แต่ละประเทศมันแลกกันเราได้อะไรเพิ่ม อันนี้ขอคำตอบด้วย

คำถามที่ ๒ ก็คือว่า ในการเปิดอย่างนี้มันไม่ใช่รัฐบาลเดินไปเปิด รัฐบาลเป็น คนไปเจรจาตกลง แต่สายการบินเป็นคนเดินทาง เป็นคนขนคนและขนของ สายการบินที่เรา เลือกว่าจะเป็นกำลังหลักในการที่จะไปผลักดันการเปิดตลาดคือสายการบินอะไรครับ คือประเทศไทยก็มีหลายสายบิน อันนี้ยุทธศาสตร์ของเราคืออะไร อันนี้ขอทราบความชัดเจน ในเรื่องนี้

ประการที่ ๓ ท่านเคยมีการคำนวณไหมครับว่าผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจาก ความตกลงอันนี้ ในการเพิ่มจุด ในการเพิ่มกรอบการบินไปยังประเทศที่สามไปประเทศ ไหนบ้าง และผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม เป็นตัวเลข มันคืออะไร ตรงนี้จะได้ทำให้สภา เห็นภาพ เช่น ถ้าประเมินว่าการเดินทางจะมากขึ้น จากตัวเลขที่ผมบอกเมื่อสักครู่มันจะ เพิ่มไปอีกกี่เปอร์เซ็นต์ ทั้งการค้า การลงทุน การเดินทางไปมาหาสู่กัน และท้ายที่สุดในฐานะ สภาคือตัวแทนประชาชน เราอยากจะทราบครับว่าประชาชนอย่างต่ำที่สุดในพื้นที่ชายแดน ภาคใต้ หรือภาคใต้ของประเทศไทย หรือประเทศไทยโดยรวม ได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง ความเป็นอยู่เขาจะดีขึ้นไหม รายได้เขาจะเพิ่มขึ้นไหม และเพิ่ม เพิ่มมาจากอะไรตรงนี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าต้องทำการบ้านและตอบให้ชัด ที่ผ่านมาผมเห็นว่าเราเน้นกระบวนการ การอนุมัติข้อตกลงระหว่างประเทศมากกว่าการเน้นว่าข้อตกลงระหว่างประเทศคือ เครื่องมือหนึ่ง เครื่องมือที่จะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ประชาชน ก็อยากจะขอความกรุณา ครั้งต่อ ๆ ไป ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภา สภาอยากทราบจริง ๆ ว่ายุทธศาสตร์ของท่านเมื่อไป ลงนามความตกลงเหล่านี้ เมื่อความตกลงเหล่านี้มีผลบังคับใช้แล้ว เราจะเดินอย่างไร ใครต้องรับผิดชอบเรื่องอะไร และเขามีทรัพยากร มีศักยภาพในการที่จะดำเนินการใน สิ่งเหล่านั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในแง่ของ การพิจารณาของสภา ไม่ใช่แค่เพียงการเป็นรับเบอร์แสตมป์ (Rubber stamp) แล้วก็อนุมัติ บอกว่าไปเซ็นได้ เท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ