ทวี สอดส่อง หารือเรื่องการขยายเส้นทางการบินระหว่างไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยขอให้รัฐบาลพิจารณาการพัฒนาสนามบินปัตตานี สนามบินสุราษฎร์ธานี และสนามบินเบตง เพื่อส่งเสริมสันติสุขและพัฒนาในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอาจจะเป็น คำถามและขอสนับสนุนพิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยว่าด้วยการขยายเส้นทางการบิน ท่านประธานที่เคารพครับ ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ และเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการปรับปรุงเส้นทางการบินที่เดิมเราเคยมีอยู่ ๕ จุดสำหรับประเทศไทย คือหาดใหญ่ ปัตตานี นราธิวาส ตรัง และนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพครับ จากการตกลงน่าจะเป็นเมื่อปี ๒๕๔๙ ในครั้งดังกล่าวจุดที่ไทย เสียโอกาสค่อนข้างมากคือสนามบินปัตตานี อาจจะเริ่มมาจากเป็นสนามบินทหาร หรือเป็น สนามบินที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งที่สนามบินปัตตานีถ้าเรียกได้ว่าใน ๓ จังหวัด ก็ถือเป็นพื้นที่ที่เป็นเมืองที่สำคัญ และเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ มีอัตลักษณ์เป็นที่รู้จักของ ประเทศโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มมลายู ทุกคนถ้าเราไปอยู่ในภาคใต้ในจังหวัดดังกล่าว จะรู้จักปัตตานีอย่างดี ไม่ว่าจะในตะวันออกกลาง เพราะสิ่งหนึ่งที่ทำให้ปัตตานีมีชื่อเสียง ก็คือนักปราชญ์ หรือที่เรียกว่าเป็นผู้นำศาสนา ในประเทศอินโดนีเซียที่มีประชากร ๒๕๐ ล้านคนนั้น เวลาถามถึงศาสนาซึ่งประมาณ ๙๘-๙๙ เปอร์เซ็นต์ เขานับถือศาสนา อิสลาม เขาจะบอกว่าศาสนาของอินโดนีเซียส่วนใหญ่เป็นสายของท่านเชคดาวูด เชคดาวูด ก็คือนักปราชญ์แห่งปัตตานีที่ไปเผยแพร่ศาสนา เผยแพร่ปรัชญาในประเทศตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศในคาบสมุทรมลายู ดังนั้นสนามบินปัตตานีได้ยกเลิกไป เมื่อเรามีข้อตกลงแล้ว อยากจะเรียนถามผู้มาชี้แจง ทำไมถึงไม่พัฒนาสนามบินปัตตานีเพื่อให้สามารถที่จะเป็นจุดที่ พี่น้องส่วนใหญ่ในภาคใต้เวลาเรียนหนังสือก็จะไปเรียนหนังสือในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศในตะวันออกกลาง น่าจะมีจำนวนมาก มากที่สุดในประเทศไทย หรือเทียบกับประเทศต่าง ๆ
อีกประการหนึ่ง การขยายสนามบินไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็เห็นด้วย เพื่อจะเปิดโอกาสให้สุราษฎร์ธานีได้มีการพัฒนา แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นห่วงก็คือว่า ยะลา เรามีสนามบินที่เบตง สนามบินที่เบตงนี้อยากจะเรียนถามว่าถึงวันนี้ยังไม่เปิดเพราะอะไร มีเงื่อนไขอะไร แล้วที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือว่าเราไปพัฒนาสนามบินที่เบตง ที่ทราบก็คือว่า เราไม่สามารถนำเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ นอกจากเครื่องบินที่มีใบพัดหรือเอทีอาร์ (ATR) ที่เป็นเครื่องบินใบพัด เครื่องบินที่เป็นแอร์บัส ๓๒๐ (Airbus 320) เครื่องบินที่เป็น โบอิ้ง ๗๓๗ (Boeing 737) เครื่องซึ่งเป็นขนาดกลางไม่สามารถบินเข้าเบตงได้ เมื่อไม่สามารถ บินเข้าเบตงได้ สิ่งหนึ่งเราก็ต้องบินผ่านประเทศมาเลเซีย อยากจะเรียนถามว่าทางรัฐบาล ได้ไปคุยและมีข้อตกลงกับมาเลเซียหรือยัง ในเรื่องที่จะนำเครื่องบินที่จะต้องบินผ่าน เพราะไม่อย่างนั้นถ้าจะเอาเครื่องบินขนาดใหญ่ไปลงที่เบตง จะอย่างไรก็ตามก็ต้องเฉี่ยวไปที่ ประเทศมาเลเซีย และถ้าเราไปทำการตกลงนั้นจะเกิดประโยชน์ ถ้ามีการแลกเปลี่ยนกันให้ สนามบินที่ลงปีนัง ปกติต้องบินผ่านไปที่สตูลและมาทางเบตงด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และที่สำคัญอย่างยิ่งครับ ผมอยากให้การคมนาคมของภาคใต้เป็นการคมนาคมที่รัฐบาล มองเห็นเป็นที่สุดท้าย คือปล่อยปละละเลยและเห็นว่าในจังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัด คือรถไฟก็เป็นโครงการในปี ๒๕๗๐ รถไฟแค่รางคู่ เรื่องรถไฟความเร็วสูงไม่ต้องพูดถึง สิ่งหนึ่งก็คือสนามบิน สิ่งหนึ่งก็คือการบิน เพราะว่าพี่น้อง ในพื้นที่เราต้องเดินทางไปมาหาสู่ในประเทศต่าง ๆ ดังนั้นพิธีสารอันนี้ผมก็ขอสนับสนุน แต่ในเมืองไทยขอให้เห็นใจกับพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพี่น้องภาคใต้ ซึ่งถือว่า เป็นโอกาสและสิ่งท้าทาย เพราะอย่างน้อยที่สุดคนในพื้นที่ก็สามารถพูดภาษาเดียวกัน กับในกลุ่มประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานีนั้นมีภาษาที่เป็นตัวอักษรของปัตตานี คือตัวอักษรยาวี ซึ่งสมัยที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ในคาบสมุทรมลายูไม่มีตัวอักษรของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผมจึงฝากครับ ขอให้ไปลองวิจัยว่าพัฒนา สนามบินที่ปัตตานีขึ้นมา แล้วก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่อาจจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขและการพัฒนา อย่างยั่งยืนครับ ขอบพระคุณมากครับ