ศรัณย ชี้พัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานดันไทยยั่งยืน-ลดพึ่งต่างประเทศ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

ศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ ชี้แจงความจำเป็นในการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานทั้งลำในประเทศ เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมอุตสาหกรรมซ่อมอากาศยานอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางการเปิดเสรีการลงทุนร่วมกับผู้มีเทคโนโลยีที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ให้คนไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายใน 5 ปี โดยเน้นประโยชน์จากการลดความจำเป็นในการส่งเครื่องบินไปซ่อมต่างประเทศ และส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมการบินไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือน แห่งประเทศไทย

ขอขอบคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติใน สภานี้ทุกท่านที่ให้ทางเราได้มีโอกาสชี้แจง สำหรับการชี้แจงในครั้งนี้ ขออนุญาตชี้แจง ในเบื้องต้นว่าทางสำนักงานในฐานะผู้ที่นำเสนอเรื่องนี้ เราได้มองเรื่องการซ่อมบำรุงของ อากาศยานนี้มาอยู่พักหนึ่ง เหตุที่เราสนใจเป็นเพราะว่าตามที่ทุกท่านได้เห็นเช่นกัน คือว่า ประเทศไทยเรามีสายการบินจำนวนมาก เรามีเครื่องบินจำนวนมาก เรามีผู้โดยสารบินเข้าบินออกจำนวนมาก แต่ที่เราพิจารณามาเรา พบว่าจำนวนของศูนย์ซ่อมอากาศยานที่เรามีค่อนข้างจะคงที่ในห้วงที่ผ่านมา ถึงแม้รัฐบาล จะมีมาตรการที่พยายามที่จะส่งเสริมให้มีศูนย์ซ่อมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามทีเราก็จะ เห็นว่าในห้วงที่ผ่านมานั้นเรายังพบว่าศูนย์ซ่อมนั้นยังมาไม่เยอะ จุดนี้ทำให้สำนักงานได้ กลับมามองและพิจารณาเรื่องนี้ สิ่งที่เราพบก็คือว่าจากศูนย์ซ่อมที่เราได้มองนี้ เราสามารถ แบ่งศูนย์ซ่อมออกเป็นได้ทั้งหมด ๓ แบบ แบบแรกก็คือศูนย์ซ่อมซึ่งซ่อมอากาศยานทั้งลำ แบบที่ ๒ เป็นศูนย์ซ่อมที่ซ่อมชิ้นส่วนสำคัญ และแบบที่ ๓ คือศูนย์ซ่อมที่ซ่อมชิ้นส่วนทั่วไป สำหรับเรื่องนี้เราพบว่าเราไม่มีต้นน้ำ ต้นน้ำในที่นี้คือศูนย์ซ่อมที่เป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน ทั้งลำ สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันก็คือเรามีศูนย์ซ่อมในลักษณะที่ซ่อมอากาศยานทั้งลำอยู่บ้าง แต่ศูนย์ซ่อมเหล่านั้นจะเป็นศูนย์ซ่อมที่ดำเนินการโดยคนไทยซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ดี สำหรับอากาศยานที่มีขนาดใหญ่และในรุ่นใหม่ ๆ จะต้องใช้เทคโนโลยีความรู้ที่จะสามารถ ซ่อมได้มาก ซึ่ง ณ ปัจจุบันทางเราเองได้มองไปประเทศรอบข้าง เราพบว่าศูนย์ซ่อมที่เป็น ศูนย์ซ่อมสำหรับอากาศยานทั้งลำจะเห็นได้ว่าในประเทศรอบข้างของเราซึ่งมีอากาศยาน ใกล้เคียงกันมีการจัดตั้งศูนย์ซ่อมมากขึ้น ซึ่งเป็นศูนย์ซ่อมของอากาศยานทั้งลำ ในการนี้ ทางสำนักงานเองจึงได้มองไปและได้ศึกษา และค้นพบอันหนึ่งก็คือว่าสำหรับศูนย์ซ่อมอากาศ ยานทั้งลำนั้น สิ่งที่ต้องดำเนินการจะประกอบด้วย ๑. คือเงินทุน ๒. คือเทคโนโลยี ซึ่งใน ศูนย์ซ่อมอากาศยานทั้งลำ หรือศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์ สำหรับในประเทศรอบข้างจะมีการ ดึงตัวผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีนั้นมาเป็นผู้ร่วมทุนด้วย สำหรับประเทศไทยในเบื้องต้นเรา พบว่าจุดหนึ่งที่สำคัญก็คือจะต้องมีการหาผู้ร่วมทุนในไทย ซึ่งจะต้องมีข้อจำกัดของเงินลงทุน ในการนี้หลังจากที่เราได้ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ปรึกษากับผู้ประกอบการด้วย จุดหนึ่งที่สำคัญก็คือเราได้พบว่าหากว่าเราสามารถที่จะเปิดให้มีเสรีทางด้านการลงทุน สามารถที่จะเข้ามาได้โดยไม่ได้จำกัดตัวลักษณะของโอนเนอร์ชิพ (Ownership) จุดนี้จะเป็น จุดหนึ่งซึ่งสามารถที่จะทำให้ผู้ประกอบการของไทยชักชวนให้กับคนที่มีเทคโนโลยีสามารถ เข้ามาร่วมลงทุนได้ ทีนี้สิ่งที่เรามองถัดไปก็คือ ถ้าหากว่าเรามีศูนย์ซ่อมซึ่งสามารถซ่อม อากาศยานได้ทั้งลำ และมีปริมาณที่มากขึ้น จุดนี้จะช่วยให้เราสามารถที่จะขยายศูนย์ซ่อม อื่น ๆ ที่จะมารับช่วงต่อ ก็คือชิ้นส่วนอากาศยานที่สำคัญ และชิ้นส่วนอากาศยานทั่วไป ตรงนี้จะเป็นการเสริมสร้างห่วงโซ่การซัปพลาย (Supply) หรือซัปพลายเชน (Supply chain) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย นอกจากนี้ก็จะเป็นการส่งเสริมส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตช่างอากาศยาน ซึ่งจะเป็นการผลิตโดยเกิดจากสิ่งที่ทางหน่วยงานต้องการจริง ๆ จุด นี้เราได้เล็งเห็นผลประโยชน์นี้ จึงมีการปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ. เดินอากาศในปี ๒๕๖๒ และในนั้นมีการตราพระราชกฤษฎีกาที่มีการสนับสนุนให้มีการเปิดตัวศูนย์ซ่อมอากาศยาน ทั้งลำในที่นี้ขึ้นมา และจึงเป็นการนำเสนอในครั้งนี้เพื่อที่จะแจ้งให้กับชาวอาเซียนทุกท่านได้ ทราบว่าประเทศไทยเราได้มีการส่งเสริมเรื่องนี้เกิดขึ้น และจุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ จะทำให้อุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยานในไทยสามารถที่จะพัฒนาได้ต่อไปอย่างยั่งยืน สำหรับเรื่องนี้ จากสิ่งที่เราได้มองเห็นตรงนี้เราก็ได้มีการสร้างกลไกเพื่อจะควบคุมเรื่องนี้ ด้วยเช่นกัน สำหรับที่เราได้เปิดเอาไว้ เปิดเสรีตรงนี้ เราได้มีการสร้างกลไกคือจะต้องให้ผู้ที่มา ลงทุนมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรูปของการจ้างคนไทย หรือการพัฒนาคนไทย หรือการประสานงานกับสถาบันทางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ในเมืองไทยเพื่อที่จะถ่ายทอด เทคโนโลยีเหล่านี้ ตรงนี้เราได้ตั้งเป้าหมายว่าภายใน ๕ ปีหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ทางผู้มาลงทุนจะต้องมีคนไทยที่ทำงานนั้นอย่างน้อย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้จะต้องถูกควบคุม โดยคณะกรรมการชุดหนึ่งซึ่งจะตั้งตามกฤษฎีกา ตรงนี้จะเห็นได้ว่าเราเองได้มองภาพสิ่งที่ ควรจะเป็นกลไก แล้วก็สิ่งที่เราคิดว่าจะอำนวยความสะดวกให้กับทางผู้มาลงทุน

สำหรับประโยชน์ตรงนี้เราได้เห็นว่า ทางสายการบินซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องใช้ บริการตรงนี้จะได้ประโยชน์ด้วย ณ ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสายการบินต่าง ๆ จะต้องส่ง เครื่องบินไปยังต่างประเทศเพื่อทำการซ่อม หากว่ามีผู้มาลงทุนก็จะทำให้สามารถอำนวย ความสะดวก และไม่จำเป็นจะต้องส่งอากาศยานไปซ่อมในต่างประเทศ และในขณะเดียวกัน ชิ้นส่วนที่ถอดออกมาก็สามารถซ่อมได้ในไทยด้วยเช่นกัน ตรงจุดนี้จะเป็นจุดที่ช่วยเสริมสร้าง อุตสาหกรรมทางด้านการบินของไทยให้ยั่งยืนต่อไป ต้องขออนุญาตชี้แจงเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ