จุลพันธ์ ถามรายละเอียดปรับสัดส่วนถือหุ้นบริการบินอาเซียน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายร่างพิธีสารฯ เกี่ยวกับบริการซ่อมบำรุงอากาศยานภายใต้อาเซียน ที่เสนอให้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของชาวอาเซียนจาก 49 เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นและผลพวงต่อการถ่ายโอนเทคโนโลยีและความรู้ รวมถึงคำถามต่อยุทธศาสตร์และเป้าหมายของรัฐในการผลักดันมาตรการดังกล่าว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ จะร่วมอภิปรายในพิธีสารเพื่อการอนุวัติข้อผูกพัน ชุดที่ ๑๑ ของบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความตกลงด้านบริการของอาเซียน (ASEAN) ครับ ท่านประธานครับ ส่งเรื่องนี้เข้ามาสู่รัฐสภา ทาง ครม. และหน่วยงานที่ส่ง เข้ามา ท่านใช้รัฐสภาเปลืองมากเลย เรื่องนี้ส่งเข้ามามีการแก้ไขเพียงเล็กน้อย มีแก้ไข จุดเดียวเท่านั้นเองจะว่าไป คือการเพิ่มกรอบในเรื่องของสัดส่วนผู้ถือหุ้น จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วกรอบความร่วมมือ ด้านการขนส่งทางอากาศนี้ไทยได้ลงนามไปแล้ว ๑๐ เรื่อง ๘ ด้าน ซึ่งด้านของการซ่อมบำรุง ก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้ส่งเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ ก็ไม่อยากจะติดขัดติดใจอะไร แต่มีความจำเป็นจะต้องถามผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่มาชี้แจงในรายละเอียด เล็กน้อย เพราะอะไรครับท่านประธาน สิ่งที่ท่านแก้นี้ดูจากตารางของท่าน มีการแก้ไข จริง ๆ แล้วที่ส่งมาครั้งนี้เพียงจุดเดียว นั่นก็คือหน่วยซ่อมบำรุงประเภทหนึ่งสำหรับ บำรุงรักษาอากาศยานที่มีมวลวิ่งสูงสุด ๕,๗๐๐ กิโลกรัม คือเรียกว่าเกือบทุกประเภทของ เครื่องบิน ๕,๗๐๐ กิโลกรัมนี้เกือบทุกประเภทเลย ที่เราใช้โดยสารถ้าเชิงพาณิชย์กัน ทั้งหมดก็หนักกว่า ๕.๗ ตันทั้งนั้น ปรับให้มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นของชาวอาเซียน (ASEAN) ได้ จากไม่เกินร้อยละ ๔๙ เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือสามารถจะเป็นบริษัทต่างชาติได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ปัญหาที่ เกิดขึ้นนี้มันน่าสงสัยเพราะอะไร แน่นอนว่าผมเชื่อว่าท่านมียุทธศาสตร์ในการเดินเรื่องนี้ว่า กระบวนการซ่อมบำรุงของเครื่องบินเหล่านี้ในอนาคตจะปรับเปลี่ยนรูปโฉมเป็นอย่างไร ท่านอาจจะต้องลองชี้แจงให้กับรัฐสภาฟังว่า วิสัยทัศน์ของท่าน ยุทธศาสตร์ของท่านมันจะ นำไปสู่อะไรในอนาคต แต่ที่สงสัยก็คือยุทธศาสตร์มี ไม่เป็นไร แต่ถ้าท่านมีผู้รับจ้าง รับเหมา คนที่จะมาดำเนินการในใจ อันนี้มันจะกลายเป็นการเอื้อให้เอกชนหรือไม่ ท่านประธานครับ เรากำลังจะปรับสัดส่วน พวกผมดูแล้วมันไม่ใช่มีปัญหาอะไรเลย ทำไมเราจะต้องปรับจาก ๔๙ เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าจากตัวเลขที่มีในปัจจุบัน ผู้ที่ประกอบการในธุรกิจ ซ่อมบำรุงในปี ๒๕๖๓ ที่รับรองโดยสำนักงานการบินพลเรือน ๒๖๙ ราย มีในประเทศอยู่ ๓๐ กว่าราย เกือบ ๔๐ ราย มีต่างประเทศอยู่ ๒๓๐ ราย ซึ่งเป็นเรื่องปกติครับ เพราะว่า เครื่องบินของไทย พาณิชย์เราก็บินไปต่างประเทศก็ไปซ่อมต่างประเทศ ก็เป็นเรื่องที่ปกติ ธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ในสากลโลกเขาก็ทำกัน แต่ ๓๙ รายที่โอเปอเรต (Operate) อยู่ในประเทศนี้ก็ไม่ได้มีสิ่งใด ๆ บ่งชี้ว่าในปัจจุบันจะไม่สามารถรองรับ กระบวนการซ่อมบำรุงที่เกิดขึ้นภายในได้ ผมยังไม่เห็นสัญญาณใด ๆ บ่งชี้ว่ามันมี ความจำเป็นเร่งด่วนถึงกับต้องเอาเรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภา เพื่อเราจะต้องเปิดให้มันเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะดึงบริษัทใหม่ ๆ เข้ามา เพื่อที่จะให้การดำเนินการภายในประเทศมันสำเร็จได้ มันไม่ใช่ เพราะเรื่องมันไม่ได้มีปัญหา มันไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้วในปัจจุบัน จะบอกว่าสัดส่วนของเงิน ปัจจุบันเงินประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เวลาซ่อมบำรุงอยู่ในประเทศอยู่ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไปซ่อมบำรุงเมืองนอกอยู่ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ปรับแก้ตรงนี้แล้วจะ สามารถดึงเม็ดเงินพันกว่าล้านเหรียญกลับเข้ามาอยู่ในประเทศอย่างนั้นหรือ ผมก็ไม่เชื่อ เพราะโดยหลักแล้วกระบวนการซ่อมบำรุงมันอยู่ที่หลายปัจจัย หลายสาเหตุ เช่น บริษัท เจ้าของเป็นเครื่องของบริษัทใด ความชำนาญของแต่ละประเภทอยู่ที่ใด อาจจะอยู่ที่สิงคโปร์ อาจจะอยู่ที่ต่างชาติแถว ๆ นี้ อาจจะอยู่ที่เมืองไทย ถ้าเรามีความชำนาญเฉพาะด้านมันก็อยู่ ที่ไทย แต่มันไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยในการเปิดเสรีที่ท่านกำลังจะเปิดเรื่องของการบริการในด้านการ ซ่อมบำรุงนี้ เพราะฉะนั้นคำถามมันผุดขึ้นมาเลยครับว่า ผมนี่แทบไม่เคยเห็นเลย การแก้ไข ร่างข้ออนุวัติ ร่างข้อสัญญาระหว่างประเทศที่จะส่งมาว่ามีการแก้ไขในประเด็นเดียว และเป็น ประเด็นที่น่ากังขาเช่นนี้เลย ก็อยากจะสอบถามให้ชัดครับว่ายุทธศาสตร์ท่าน วิสัยทัศน์ ของท่าน ท่านคิดว่าเปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มันจะนำไปสู่อะไร แล้วเราในฐานะคนไทย ในฐานะ ประเทศไทยมันจะได้อะไรขึ้น เพราะเปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่า ๑. ไม่มีใครหรอกครับ ที่จะโดดเข้ามาทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าสุดท้ายเขาก็ต้องการความร่วมมือกับโลคอล (Local) กับคนในพื้นที่ ก็คือคนไทยก็ต้องมีสัดส่วนอยู่ด้วย ๒. ถ้าเปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จริง สิ่งที่ไทยเสียไปหนักหนาที่สุดคืออะไรครับ คือการถ่ายโอนความรู้ โนว์เลดจ์ (Knowledge) โนว์ฮาว (Knowhow) ที่มันจะถ่ายโอนจากการที่เขามาประกอบการร่วมกับคนไทย และถ่ายโอนสู่ผู้ประกอบการไทย ห่วงข้อนี้จะหายไปเลย หมายความว่าเราจะเป็นเพียง แค่เต็มที่เราไปรับจ้างเป็นพนักงานให้เขา เงินพันล้านที่บอกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านในการซ่อมบำรุงในแต่ละปี บอกว่าดึงกลับมาได้มากขึ้น จาก ๔๐๐ อยู่ในประเทศดึงกลับมาได้เป็น ๖๐๐-๘๐๐ แต่ ๖๐๐-๘๐๐ นี้ ผลกำไรไปอยู่ ต่างประเทศหมด ถามว่านี่คือทิศทางที่มันเหมาะสมที่ควรแล้วหรือไม่ ก็เป็นประเด็นที่ อยากจะฝากถามผ่านท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจงครับ