อุบลศักดิ์ ชูแนวคิดศึกษาตลอดชีวิต เร่งวางแผนการศึกษาตั้งแต่เริ่มต้น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หารือร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยเสนอให้จัดระบบการศึกษาตั้งแต่ก่อนเกิดจนตลอดชีวิต เน้นการวางแผนการเรียนรู้ตามความถนัดของผู้เรียน และวิพากษ์โครงสร้างการศึกษาที่ขาดความต่อเนื่องและเน้นคุณวุฒิมากกว่าทักษะ

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมาตรา ๕๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้รัฐจะต้องดำเนินการให้ ประชาชนได้รับการศึกษาทั้งระบบ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการ ร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ อีกทั้งจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะต้องมีการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าการศึกษานั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า ให้ศึกษาตลอดชีวิต จะหมายความตั้งแต่ปฏิสนธิตามมาตรา ๑๕ บุคคลเริ่มจากคลอดรอดอยู่ เป็นทารก สิ้นสุดลงเมื่อตาย ดังนั้นรัฐจะต้องเป็นผู้ดูแล ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นการศึกษา ตั้งแต่เริ่มอยู่ในครรภ์ ถ้าเด็กในครรภ์มารดา มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ก็จะทำให้ปัญหาเมื่อคลอด เป็นทารกแล้วจะทำให้บุคคลดังกล่าวนั้นเป็นภาระแก่ประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากเห็นตามมาตรา ๘ ที่ได้บัญญัติไว้ว่าตั้งแต่วัยหนึ่งมีถึง ๗ ระยะด้วยกันนั้น ในการศึกษาที่ผ่านมาตั้งแต่เยาว์วัย ตั้งแต่มัธยมศึกษา หรือตอนปลาย หรือขั้นอุดมศึกษา ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการวางแผนของการศึกษาแห่งชาตินั้นไม่สอดคล้องครับ เสียเวลา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าเราควรจะ วางแผนเป็นระบบตั้งแต่ขั้นประถมศึกษาหรือขั้นต้นว่าเด็กหรือเยาวชนของเรานั้นมีความ ต้องการอยากจะประกอบอาชีพอะไรหรือชอบอะไร แทนที่จะเรียนต่อเนื่องเชื่อมโยงสายตรง ตั้งแต่วัยที่เด็กมีความต้องการ เพราะที่ผ่านมานั้นท่านประธานที่เคารพครับ เราเรียนจนจบ ม. ๓ ม. ๖ ปรากฏว่าวิชาเยอะแยะหมด แต่จบแล้วความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด พอไปถึงขั้น อาชีวะก็ต้องแยกสาย เน้นสายปฏิบัติการ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นสายด้านทางวิชาการไปเรียน ทางด้านมหาวิทยาลัย เวลาถึง ๖ ปีที่จบตั้งแต่เยาว์วัยนั้นเสียเวลาโดยไม่จำเป็น ถ้าหากว่า เยาวชนหรือทรัพยากรของชาติเรานั้นถ้าเขามีความเก่งไปสาขานั้นตั้งแต่ต้นก็จะมี ความชำนาญจนถึงมัธยมศึกษา ถึงอาชีวศึกษา ถึงปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ก็จะมี ความสามารถจะประกอบอาชีพของตัวเองได้อย่างมีความสุข ท่านประธานครับ เมื่อก่อนนี้ เราเรียนจบ ป. ๖ ก็ต้องไปต่ออาชีวศึกษา พอจบอาชีวศึกษา เมื่อก่อนมี ๕ ปี ปวส. ปวช. หลังจากได้ปริญญาตรีก็ต้องไปต่ออีกสาขาหนึ่งซึ่งเหมือนเป็ดครับ ว่ายน้ำไม่ถูก บางคนจบ ช่างยนต์ก็ไปเรียนการโรงแรม บางคนจบการไฟฟ้าก็ต้องไปเรียนอุตสาหกรรม เพราะอะไร เพราะอยากจะได้ปริญญาตรี เพราะสังคมประเทศไทยนั้นต้องมีกระดาษนำ ไม่ใช่กระดาษ มาใช้ที่ประสบการณ์ที่เรียนมา ดังนั้นอยากจะกราบเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการเมื่อก่อน ขั้นพื้นฐานอยู่กระทรวงมหาดไทย ผมคนหนึ่งที่พยายามต่อสู้ ตอนนั้นเป็นประธานสภา จังหวัดลพบุรีก็พยายามจะโอนให้เป็นกระทรวงศึกษาธิการไปจนถึงระดับอุดมศึกษาหรือ ปริญญาตรี เดี๋ยวนี้กระทรวงศึกษาธิการก็แยกอุดมศึกษาออกไปอีก ไปเป็นทบวงอีก เป็นมหาวิทยาลัยอีก มันจึงไม่สัมผัสไม่สอดคล้อง ผมจึงไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ดังที่ สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไปหลายท่านแล้วนั้นจะชี้ให้เห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็น พระราชบัญญัติที่ข่มขืนประชาชน แทนที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการผมดูแล้วประกอบไปด้วยบุคคลที่มีตำแหน่งส่วนใหญ่ ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าคณะกรรมการแต่ละคณะผมอาจจะมีโอกาสเป็น ไม่ได้ มาประชุมหรอกครับ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่มา รองนายกรัฐมนตรีก็ไม่มา ก็จะมอบให้ ข้าราชการชั้นผู้น้อยหรือผู้ใต้บังคับบัญชามาประชุมแทน จะเอาเวลาที่ไหนมาประชุม ดังนั้น ผมอยากจะเห็นในมาตรา ๔๔ นั้นละเอียด ไม่ต้องลงลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๗๑ โดยที่ อาชีวศึกษาหรือการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เขาเรียกว่า สายประสบการณ์ สายปฏิบัติการ ตรงนี้เขาเรียกว่าอาชีวะสร้างชาติ มีทุกแผนก ทุกสาขาอาชีพ ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็น พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความเชื่อมโยงตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงปลายชีวิต และการเรียน ไม่ควรจะกำหนดว่าจะต้อง ๖ ปี ๑๐ ปี เขามีเวลาว่างเมื่อไรก็เปิดช่องให้เขามาเรียนต่อได้ อย่างเช่นมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นต้น อยากจะมาเรียน เรียนเก็บหน่วยกิตไว้ หลังจากนั้น เมื่อไม่มีเวลาเรียนต้องไปประกอบอาชีพ พอหลังจากมีฐานะ มีเวลาก็มาเรียนต่อ ผมเปรียบเทียบให้เห็นว่าวันนี้สถาบันการศึกษาของเรานั้นต้องมีกำหนดเงื่อนเวลานั้น ผมไม่เห็นด้วย อยากจะกราบเรียนว่าโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการนั้นจะพัฒนาบุคลากร หรือการศึกษาได้อย่างไร จะสังเกตว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านทราบไหมครับว่ามีลูกจ้างอีกหลายหมื่นคนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ได้เงินเดือน ๘,๓๐๐ กว่าบาท ทำงานมาเป็น ๑๐ ปี ชีวิต อนาคต ความมั่นคงเขาไม่มีเลย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสายอาชีวะของผมนั้นมีลูกจ้างที่จบปริญญาตรี ปริญญาโท เงินเดือน ๘,๐๐๐ กว่าบาทครับ มีอยู่ประมาณ ๑๓,๗๗๕ คน ยังไม่ได้บรรจุเขาเลยครับ อยู่มาเป็น ๑๐ ปี เบิกค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ได้ เป็นลูกจ้างใช้งบราชพัสดุ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ถ้าบุคลากรหรือการศึกษาของเรา คนที่จะไปสอนหรือไปให้ความรู้กับลูกศิษย์ ถ้าไม่มี ความมั่นคงในชีวิตเขาจะมีสติปัญญา จะมีสมองเพื่อจะไปสอนอย่างเต็มที่ได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนั้น อยากให้เห็นว่าในพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องมีการแก้ไขเยอะมากเลยครับ แต่ในหลักการนั้น เราจะยึดหลักการ เราจะแก้ไขไม่ได้ สรุปแล้วผมเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะไม่มีโอกาส แก้ไขอีกเลย แต่ถ้าหากว่าผมมีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการตามที่ท่านทั้งหลายได้นำเรียนเสนอ เราก็จะเก็บข้อมูลทั้งหมด ถ้าแก้ไขได้ไม่ขัดกับหลักการผมคิดว่าเราก็ยินดีที่จะแก้ไขตาม พี่น้องประชาชน ฝากไว้อีกครั้งว่าคณะกรรมการดังกล่าวนั้นอยากเห็นหลาย ๆ ส่วน หลาย ๆ ภาคที่เขามีโอกาสเข้ามาวางแผนระดมสมอง เพราะที่ผ่านมากรรมการผมเห็นแล้วว่ามีแต่ ข้าราชการประจำส่วนใหญ่ ไม่ได้มาประชุมหรอกครับ บางทีก็มอบหมายให้ระดับข้างล่าง มาประชุมแทน ตัดสินใจก็ไม่ได้ ดังนั้นก็กราบเรียนด้วยความเคารพ ด้วยความห่วงใย ถ้าการศึกษาของชาติมันเป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศครับท่านประธาน ถ้าหากว่า การศึกษาเราไม่กว้างขวางหรือไม่เพิ่มพูนความรู้ แน่นอนครับ ประเทศชาติจึงมีปัญหา อย่างทุกวันนี้ ท่านจะเห็นว่าผู้บริหารประเทศนั้นขาดองค์ความรู้ ขาดสมอง ขาดสติปัญญา เยอะ บ้านเมืองจึงเกิดวิกฤติอย่างทุกวันนี้ครับท่านประธาน ดังนั้นการศึกษาคือหัวใจ ในพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ ถ้าจะให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าอย่างไรนั้นดูที่ การศึกษาของชาติ วันนี้เพื่อนบ้านของเราไปไกลนะครับ ประเทศเพื่อนบ้านของเราไปไกล กว่าประเทศไทยเยอะแล้วครับ ก็ฝากกระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรี คิดว่าท่านน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ก็น่าจะประสานงานวางแผนเพื่อชาติในอนาคต ขอบพระคุณ อย่างสูงครับท่านประธาน