พิเชษฐ์ วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ชี้อัดเนื้อหาเกินจำเป็น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน วิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ว่าไม่จำเป็น ซ้ำซ้อน และเต็มไปด้วยมาตราที่ไร้ประโยชน์ โดยเฉพาะมาตรา 8 และมาตรา 11 ที่เปิดช่องให้เอกชนเข้าบริหารการศึกษาโดยใช้ทรัพยากรของรัฐและท้องถิ่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อเด็กและผู้ปกครอง พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขเพื่อป้องกันการครอบงำของผู้มีอิทธิพล และเรียกร้องให้รัฐดูแลสวัสดิการครูในศูนย์เด็กเล็กอย่างจริงจัง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ แล้วไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องมาร่างแล้วก็เสนอกันใหม่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้วก็ดีอยู่แล้ว เหตุที่ต้องมา ร่างพระราชบัญญัติใหม่นี้ก็คือว่าคณะปฏิวัติ คสช. ใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติว่าจะต้องปฏิรูป ประเทศ ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปการศึกษา จึงเป็นที่มาของการปฏิรูป การศึกษาโดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ วันนี้มีถึง ๑๑๐ มาตรา ท่านประธาน ๑๑๐ มาตรานี้ ปัญหาคือมาตรา ๘ คือ ๑๑๐ มาตรานี้มีอะไรก็ยัดเยียดเข้าไปเหมือนปลากระป๋องนะครับ ผม ตั้งชื่อว่าเป็นพระราชบัญญัติปลากระป๋อง อัดเข้าไปครับ อันไหนดีก็ใส่ ใส่ ใส่ ใส่เข้าไปเป็น รายละเอียดทั้งนั้น เป็นพระราชบัญญัติแรกที่มีแต่รายละเอียด แล้วก็กลัวว่าจะทำให้ หลายกลุ่มหลายพวกเสียผลประโยชน์ ท่านประธานก็มาที่มาตรา ๘ เลยครับ มาตรา ๘ ที่ทุกคนไม่เห็นด้วย แล้วก็มันเปล่าประโยชน์ที่จะไปเขียนถึงเด็กที่เพิ่งเกิด เด็กเกิดมาแล้วก็ อายุแค่ ๑ ปีคุณก็ไปดูแลควบคุมเขาแล้ว มันเกิดประโยชน์อะไรกับพระราชบัญญัติการศึกษา มันอยู่ในความดูแลของคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ตั้งแต่เศรษฐีไปจนถึงยาจกคนยากคนจน การดูแลก็แตกต่างกัน เอามาเขียนในพระราชบัญญัติทำไม ท่านประธานครับ ช่วงวัยที่ ๒ เมื่อมีอายุเกิน ๑ ปีจนถึง ๓ ปี ในเมืองหลวงในเมืองใหญ่พ่อแม่ไม่มีเวลาก็อาจจะไปฝาก ศูนย์เด็กเล็ก เนิร์สเซอรี (Nursery) บิดามารดาคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ศูนย์เด็กเล็กประจำหมู่บ้าน ประจำตำบลทั่วประเทศ อัตราจ้างครูที่ดูแลเด็ก เล็ก ๆ อายุ ๑ ขวบถึง ๓ ขวบเป็นลูกจ้างครับ บางคนอยู่มา ๑๐ ปี ๑๕ ปี ๒๐ ปีไม่ได้บรรจุ เป็นลูกจ้าง สวัสดิการก็ไม่มี แต่เด็กใหม่ที่มีเส้นมีสายเป็นลูกเป็นหลานของครูบาอาจารย์ ได้รับการบรรจุแต่งตั้งอยู่ในศูนย์เด็กเล็กแซงหน้ารุ่นพี่ที่เก่าแก่ นั่งมองรุ่นน้องที่เงินเดือน เพิ่มขึ้น ๆ แต่ตัวเองเงินเดือนไม่เพิ่ม ต้องดูแลครอบครัว ท่านรัฐมนตรีไปไหนแล้วครับ กลับไปดูแลศูนย์เด็กเล็ก ดูแลครูที่สอนเด็กเล็กด้วย ลำบากมาก ร้องเรียน ส.ส. อยู่ตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๑ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ท่านให้เขาดูแลตามมาตรา ๘ ให้เขาดูแลทุกอย่างใน (๔) ท่านประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่จัดการศึกษาเพื่อบรรลุเป้าหมายตามมาตรา ๘ (๑) (๒) (๓) มอบหมายให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการหรือดำเนินการโดยใช้ทรัพยากรขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ หมายความว่าอย่างไรครับ คุณให้เขาเรียนฟรี แต่จะให้เอกชนเข้า มาบริหารจัดการได้อย่างไรครับ เอกชนเขาเป็นมูลนิธิที่ไม่หวังผลกำไรหรือครับ เอกชนเข้ามา บริหารทรัพยากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาก็ต้องการกำไร ในเมื่อเขาต้องการกำไรแล้ว เด็กล่ะครับ ผู้ปกครองล่ะครับ เสียหายไหมครับ มันขัดแย้งกันในตัว คุณให้เรียนฟรีแต่ให้ เอกชนมาบริหารจัดการ เอกชนมาบริหารจัดการก็ต้องการมีกำไร ทำได้หรือครับ กรรมาธิการ ต้องไปแก้นะครับ (๕) รัฐมีหน้าที่จัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรา ๘ เหมือนกัน รัฐมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือตาม (๑) (๒) (๓) (๔) จัดการศึกษาดังกล่าว รัฐจะ มอบหมายให้เอกชนเข้าบริหารจัดการหรือดำเนินการโดยใช้ทรัพยากรของรัฐก็ได้ มันได้ หรือครับ แล้วเมื่อเกิดความเสียหายใครรับผิดชอบ เอกชนมาบริหารพัสดุ วัสดุของราชการ แล้วเอาผลกำไรไป แล้วเด็กนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองเสียหายแน่นอน เขาต้องการกำไรครับ ทำได้อย่างไรครับ กรรมาธิการต้องไปแก้มาตรา ๑๑ อย่าให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบงำและเข้า มาสร้างความยุ่งยากให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. ท่านประธานครับ มาตรา ๒๒ ให้อายุ ๖ ปีถึง ๑๒ ปีเรียนฟรีก็คือว่าเข้าศึกษาโดยที่ไม่ต้องสอบ แต่ถ้าไปแย่งกัน เข้าโรงเรียนดัง ๆ จะต้องจับฉลาก โรงเรียนดังต้องจับฉลาก ทีนี้จับฉลากไม่ได้ไปไหนครับ ทำไมคุณต้องระบุถึงขนาดนั้น ถ้าเขาจับฉลากไม่ได้ให้เขาไปที่ไหนครับ ถ้าคุณบอกให้เขา จับฉลากคุณต้องบอกที่ไปให้เขาด้วยให้เขาไปไหนต่อ จับฉลากไม่ได้ให้ไปไหนต่อ ท่านประธานครับ แล้วเอาผู้ว่าราชการจังหวัดมาเกี่ยวข้องด้วย ปีละครั้งครับ ให้ผู้ว่าราชการ เรียกหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นสถานศึกษาทุกแห่งมาประชุมปีละครั้ง พร้อมกับผู้เกี่ยวข้อง ทางการศึกษาในจังหวัดนั้นมาประชุมปีละครั้ง ผมคิดว่าเขาจะประชุมตอนที่เด็กจะสอบเข้า โรงเรียนมัธยมครับ มัธยม ประถม โรงเรียนดัง ๆ เรียกผู้บริหารมาฝากคนนั้นคนนี้ ฝากเด็ก คนโน้นคนนี้หรือเปล่า เอามาทำไมครับ ให้มามอบนโยบายให้กับสถานศึกษาในจังหวัด แล้วนโยบายของกระทรวงล่ะครับอยู่ที่ไหน ซ้ำซ้อนแล้วครูบาอาจารย์จะไปยึดถือนโยบาย ของจังหวัดหรือยึดถือนโยบายของกระทรวง ไปแก้ไขด้วยนะครับ ท่านประธาน วันนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ดีเลย ไม่รอบคอบ ฝากท่านประธานว่าอยากจะให้กรรมาธิการได้ แก้ไขอย่างรอบคอบให้มากที่สุดเพื่ออนาคตของประเทศ อนาคตของประเทศอยู่ที่เด็กเหล่านี้ ที่จะเติบโตต่อไป อย่าทำลายเขาเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน