จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิรูกระบบการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารจัดการที่ซ้อนซ้อนจากการให้ศึกษาธิการจังหวัดมีบทบาทเหนือ สพฐ. รวมถึงความกังวลต่อการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่อาจทำลายเอกลักษณ์ของชุมชน จึงเสนอทางเลือกในการหมุนเวียนครูเพื่อรักษาคุณภาพการศึกษาและมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในวิชาชีพครู ทั้งด้านใบประกอบวิชาชีพ สิทธิประโยชน์ และการจ่ายเงินวิทยฐานะและรางวัลค้างจ่ายให้แก่ครูกว่า 1,500 คน รวมถึงผู้ที่เกษียณไปแล้ว นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาทักษะสมองในเด็กช่วงสามขวบแรก โดยเฉพาะการเสริมสร้างเอ็กเซกคูทีฟฟังก์ชันผ่านการเรียนรู้และกิจกรรมการเล่น เพื่อส่งเสริมความสามารถในการตัดสินใจ คิดอย่างมีเหตุผล และต้านทานสิ่งชั่ว เช่น ยาเสพติด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้นับว่า เป็นโอกาสสำคัญยิ่งที่พวกเราจำนวนกว่า ๖๐ ท่านจะได้ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่ารากฐานของตึกคือเหล็ก คืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด และที่สำคัญ ในวันนี้เนื่องจากมีการปรับปรุง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติจากที่มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ มาตรา ๒๕๘ จ และมาตรา ๒๖๑ ให้รัฐบาลต้องมีการจัดการศึกษาตามความต้องการ ดังในระบบต่าง ๆ และต้องเป็นเจ้าภาพจึงได้มีการปฏิรูปการศึกษา และได้ยกเลิกกฎหมาย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งที่เราชื่นชมเริ่มแรกก็คือ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นแม่บท และฉบับที่ ๒ คือ พ.ศ. ๒๕๔๕ ฉบับที่ ๓ คือ พ.ศ. ๒๕๕๓ และฉบับที่ ๔ คือ พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งยกเลิก ระเบียบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในปี ๒๕๔๖ ที่เกี่ยวกับสภาการศึกษา จึงได้ เกิดร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้น ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑๐ มาตรา มี ๗ หมวด และ ๑ บทเฉพาะกาล ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าที่ผ่านมานั้นเราต้องเห็นถึงความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ และมีข้อที่ ท่านครูบาอาจารย์ พี่น้องประชาชนเข้ามาหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าแทบทุกคน มาหา มาเล่า มาปรับทุกข์ในหลายเรื่อง
เรื่องแรก ก็คือเรื่องที่มีประกาศของ คสช. แห่งชาติเมื่อปี ๒๕๖๐ ในฉบับที่ ๑๙ เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ โดยเฉพาะในข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ ที่ให้มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างในสำนักงานศึกษาจังหวัดอยู่ภายใต้กำกับเวลานี้ และที่ ๒ ก็คือ ข้อ ๑๓ คือบรรจุแต่งตั้งข้าราชการให้อยู่ในส่วนของทาง กศจ. ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ทาง สพฐ. ทางเขต มัธยมเขาดูแลกัน ทำมาตั้งแต่แรกแล้ว ดีแล้ว แต่ก็มีการปฏิรูปแบบให้มีศึกษาธิการจังหวัด รื้อฟื้นขึ้นมาซึ่งซ้ำซ้อนกับการบริหารจัดการ จะเห็นได้ว่าตอนนี้เรื่องราวยุ่งยากมาก ไม่ว่า จะเป็นการพิจารณาความดีความชอบ การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายหรือการบริหารจัดการต่าง ๆ ต้องผ่านไปยังศึกษาธิการจังหวัดที่อยู่ส่วนจังหวัดนั้น ๆ อย่างจังหวัดศรีสะเกษ มี สพฐ. ๑ เขต มี ๔ เขต มีมัธยมอีก ๑ เขต เพราะฉะนั้นต้องมารวมศูนย์ตรงนี้ ก็มีการปรับทุกข์ว่า น่าจะกลับไปในระบบเดิมหรือไม่ การบริหารจัดการ หรือไม่อย่างนั้นก็ลดบทบาททำให้มี ความเหมาะสม เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่มีความกังวลของผู้ปกครอง ของครูบาอาจารย์ก็คือ เรื่องของการควบรวม การควบรวมโรงเรียนในขนาดเล็กโดยยึดหลักว่ามีส่วนร่วมและ การกระจายอำนาจ ตรงนี้มีการพูดกันมาก ก็อยากฝากว่าข้อดี ข้อเสียก็มีทั้ง ๒ อย่าง เหรียญมีทั้ง ๒ ด้าน แต่ว่าถ้าโรงเรียนไหนที่ชุมชนเข้มแข็งแล้วก็เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน ของตำบลนั้น ๆ ลูกหลานยังอยากเรียนอยู่ที่นี่เราอาจจะมีการหมุนเวียนครูมาได้ไหม เพราะเด็กต้องเคลื่อนมานี่สู้เอาครูเคลื่อนไปจะได้ไหม จะเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะเรา เข้าใจถ้าเกิดว่าทางครูไม่มีพอนักเรียนจะได้รับความรู้น้อยเกินไป เรื่องของการควบรวมมีข้อดี ข้อเสีย โดยเฉพาะข้อเสียคือทำให้สูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ บ้าน วัด โรงเรียน ของหมู่บ้าน นั้น ๆ ไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่กับความเหมาะสมและการบริหารจัดการที่ต้องถือว่า การกระจายความมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นสำคัญยิ่ง
เรื่องที่ ๓ เรื่องความเหลื่อมล้ำ ก็คือบางคนกังวลในเรื่องของใบประกอบ วิชาชีพครู ซึ่งสอบถามแล้วก่อน พ.ร.บ. การศึกษาก็คงจะใช้แบบเดิม แต่ถ้ามีเกิดขึ้นแล้ว คงจะต้องให้ปรับให้เข้ากับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติที่ผ่านมา แต่ที่จะผ่านในการอนุมัติ แต่ต้องไม่ลดทอนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของคณะครูบาอาจารย์ที่เขาได้อยู่ แถมยังอาจจะต้อง มีการปรับปรุงเพื่อได้สิทธิประโยชน์ในวิทยฐานะในเงินต่าง ๆ ค่าตอบแทนต่าง ๆ นั่นคือ ขวัญกำลังใจ
เรื่องที่ ๔ เมื่อประมาณปีที่แล้วมีคุณครูมาที่สภามาถามเรื่องของการได้รับ รางวัลเทียบเคียงรางวัล ๓ รางวัล และได้รับเงินวิทยฐานะเพิ่มซึ่งยังค้างอยู่ ๑,๕๐๐ กว่าคน ถ้าจำไม่ผิดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาน่าจะพอทราบดีตรงนี้ เพราะเขาได้กันไปแล้ว ในส่วนของชุดแรก ๆ แต่ชุดหลัง ๆ ก็มาทวงถามจนบางท่านเกษียณไปแล้วก็อยากจะฝาก ให้ท่านดูด้วย
ถัดมาก็คือเรื่องที่ผมจะนำเรียนว่าผมเองก็เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด เรื่องยาเสพติดนั้นก็เกี่ยวพันการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และเราได้เชิญสถาบันรักลูก เลิร์นนิง กรุ๊ป (Rakluke Learning Group) อาร์แอลจี (RLG) มาอภิปรายมาพูดถึงเรื่องอีเอฟ (EF) ซึ่งตรงนี้หลายคนอาจจะยังเข้าใจ แต่ว่าถ้าฟังดูแล้ว ผมจึงขออนุญาตกล่าวตรงนี้สักนิดหนึ่งเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะสมองของเด็กตั้งแต่ อยู่ในท้อง ตั้งแต่ปฏิสนธิมามีการพัฒนาอย่างมากโดยเฉพาะ ๓ ปีแรก โดยเฉพาะสมอง ส่วนหน้าในเรื่องของการคิด การทำ การอินทีเกรต (Integrate) การตัดสินใจต่าง ๆ สำคัญมาก ก็คือเอ็กเซกคูทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) ส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาสมองเพื่อ จัดการชีวิตให้สำเร็จ ตรงนี้ผมว่าเป็นรากฐานของทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การศึกษา เด็กที่ทะเลาะวิวาทตีกัน เด็กที่เป็นนักเลงอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าเขาได้มีการพัฒนา ทักษะสมองตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ปฏิสนธิมา ลูกในท้องพ่อแม่ดูแล การอบรม การได้รับอาหาร ที่เพียงพอ การได้พักผ่อน และการมีสภาพแวดล้อม จิตใจที่ดีก็จะทำให้มีทักษะที่ดี แล้วก็จะ มองโลกในแง่ดี เพราะฉะนั้นในเรื่องของยาเสพติด ในเรื่องของกิจกรรมที่ไม่ดีเขาก็จะปฏิเสธ เซย์โน (Say NO) นะครับ เพราะฉะนั้นโอกาสให้เด็กได้พัฒนาอีเอฟ (EF) ผมทราบว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้ความสนใจหลาย ๆ รัฐมนตรี แต่ว่าในช่วงนี้ มันอาจจะเป็นช่วงที่จำกัด ขออีกสักนิดเดียวครับ อีเอฟ (EF) ก็คือเรื่องของการคิดนะครับ ให้ได้คิดอิสระ ให้ได้ตัดสินใจได้ การทำได้ลงมือทำ ได้พึ่งตัวเอง การทำด้วยการเล่นอิสระ วางแผน ได้ฝึกวางแผน ได้ท้าทาย ได้กล้าริเริ่มลองผิดลองถูก และได้ทบทวน นี่คือเป็นการ ฝึกทักษะสมอง ถ้าลูกหลานเราได้มีส่วนตรงนี้ผมอยากให้การเรียนการสอนให้มองในเรื่อง ของทักษะสมอง เพราะนั่นเป็นหัวใจหลัก ถ้าทุกอย่างเริ่มต้นด้วยดีโอกาสต่าง ๆ จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นอยากให้การพัฒนาทักษะสมองนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในโอกาส ต่อ ๆ ไป ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ