วิสาร เตชะธีราวัฒน์ หารือร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นความจำเป็นในการพัฒนาการเรียนออนไลน์และเรียกร้องให้รัฐพิจารณาผลกระทบจากการฉีดวัคซีนไฟเซอร์แก่เด็กอย่างรอบคอบ พร้อมเสนอให้เรียนรู้จากนโยบายการศึกษาของสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และกัมพูชา
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ต่อประเด็นร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมเรียนว่าวันนี้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และที่สำคัญก็คือเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวกับ การปฏิรูปประเทศซึ่งเราจะต้องมาร่วมอภิปรายทั้งท่านวุฒิสมาชิกและสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานครับ ผมไม่ปรารถนาที่จะให้เช็ก (Check) องค์ประชุมนะครับ แต่ผมเกรงว่า ถ้าท่านประธานไม่เชิญ ไม่ระดมมาเดี๋ยวกฎหมายฉบับนี้คงไม่ผ่านแน่นอน ก็เตือนท่าน ประธานไว้นะครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะขอร่วมอภิปรายจะไม่ซ้ำกับเพื่อน สมาชิกท่านอื่นมีหลายท่านนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ร ทำอย่างไรที่จะต้องทำให้มีการเรียนสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทางออนไลน์ (Online) ให้มันครบถ้วน แต่เมืองไทยท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับ อินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่ทั่วถึงครับ ครูก็ยังไม่เป็น หลายคนก็ยังมีปัญหาในการที่จะต้องไปเรียนเพิ่มเติม แต่ว่า ที่สิงคโปร์ครับ ยกตัวอย่างให้ชัดเลยก็คือว่าเขาแจกแท็บเลตออนไลน์ (Tablet Online) ให้แล้ว จากมีนโยบายบอกว่าอีก ๗ ปี เขาถึงจะทำ แต่ปรากฏว่าขณะนี้พอหลังจากที่มีโควิด (COVID) สิงคโปร์แจกหมดเลยครับ แถมไม่พอได้จ่ายเงินอีก ๒๐๐ เหรียญสิงคโปร์ ประมาณ ๔,๖๐๐ บาท ให้เป็นค่าใช้จ่ายในการที่จะให้อุดหนุนเด็ก ๆ เหล่านั้นเพื่อที่จะเป็นค่าใช้จ่าย ในการที่จะเรียนอินเทอร์เน็ต (Internet) แต่เหนือกว่านั้นครับท่านประธาน นโยบายสิงคโปร์ มาเทียบกับกฎหมาย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติของเรามันแทบจะเทียบกันไม่ได้เลยครับ เพราะฉะนั้นเราถึงยอมรับว่าขณะนี้มันถึงห่างชั้นกันถึงขนาดไหน ผมเรียนท่านประธานว่า มันมีนโยบายเอสบีแอล (SBL) ก็คือโฮม เบสด์ เลิร์นนิง (Home Based Learning ) ครับ คือตัวนี้เขาปรับได้ตลอดเลยครับว่าเขาจะให้ลูกหลานเขาเรียนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิงคโปร์มีการทดสอบ มีการทดลองอย่างชัดเจนว่าให้เด็ก ๆ มีการฝึกแข่งเกมกัน มีการเขียน แพลน (Plan) ในออนไลน์ (Online) มีการเขียนข่าวในอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งเรื่องราว เหล่านี้บ้านเราไม่เคยมี แล้วก็อยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า มันมีหลาย ๆ เรื่องที่เราจะต้องเตรียมการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราไม่เคยที่จะคิดถึงเด็กอย่างที่ เพื่อนสมาชิกเราได้บอก มีโครงการอีกอันหนึ่งที่ผมจะขออนุญาตเรียนท่านประธานไปถึง ประเทศญี่ปุ่นครับ มันมีโครงการอีกอันหนึ่งที่เขาเรียกว่า โทโฮคุ คือโครงการอันนี้มันเป็น เรื่องที่เขาได้พยายามจะให้เด็กมีส่วนร่วมในการออกแบบโดยการที่จะเรียนโรงเรียนกี่วัน เรียนที่บ้านกี่วัน และเด็กเองก็มีส่วนร่วมในการที่จะเอาข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะ ในการดูแลตัวเอง การพัฒนาบุคลิกภาพ การทำงานกันเป็นทีม ตลอดจนถึงการสร้างแบบที่ เกี่ยวกับมนุษย์สัมพันธ์ สิ่งเหล่านี้ผมอยากฝากท่านประธานว่าถ้าถึงแม้ พ.ร.บ. การศึกษา แห่งชาติฉบับนี้ผ่านไปถึงกรรมาธิการ ถึงเวลาขึ้นมาแล้วการปฏิบัติได้จริงเป็นไปได้ยากครับ ถ้าตราบใดที่ตัวท่านรัฐมนตรีก็ดี ตัวคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติก็ดีเราไม่ได้คำนึงถึงเด็ก ไม่อยากให้เด็กมีส่วนร่วมมันจะลำบากครับ ท่านประธานครับ ท้ายสุดผมไม่ต้องไปเทียบกับ ญี่ปุ่นหรือว่าสิงคโปร์ครับ ท่านประธาน เป็นข่าวดีของประเทศเพื่อนบ้านเรา กัมพูชาครับ วันที่ ๑๕ กันยายนนี้กัมพูชาเขาเปิดตั้งแต่ ม. ต้น ม. ปลายให้เด็กนักเรียนไปโรงเรียนได้แล้ว แน่นอนเวลาเด็กไปโรงเรียนเขาจะมีความสุขมากกว่า เขาได้เจอเพื่อน เขามีกิจกรรม แต่เมืองไทยขณะนี้สาเหตุก็คือว่าคุณฉีดวัคซีนให้เด็กไม่พร้อมกันครับ ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้บอกว่าจะเอาไฟเซอร์ (Pfizer) มาให้เด็กอีก ๘ ล้านโดส อีก ๓๐ ล้านโดส กำลังจะมาเดือนตุลาคม ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเป็นห่วงจริง ๆ ครับ ฝากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยคิดให้ดี ๆ นะครับ ที่อเมริกาซึ่งเป็นประเทศแม่ที่เขา คิดวัคซีนอันนี้ครับ เขาได้บอกไว้แล้วว่าผลวิจัยของเอฟดีเอ (FDA) เขานี้ ๑๑-๑๖ ปี ซึ่งคิดมา ได้ ๖ เดือน และกำลังรับเป็นวัคซีนที่ถือว่าได้ขึ้นทะเบียนแล้วไม่ถึงปี ผลข้างเคียงครับ ท่านประธาน เรายังไม่ชัดเจนเลย มีผลต่อเนื่องเยอะมาก แต่อยู่ ๆ เมืองไทยด้วยความ ได้วัคซีนมา สบายแล้ว ของอเมริกาเอามาแล้ว จะให้เด็ก ๑๒-๑๘ ปีฉีดวัคซีน ท่านประธาน ครับ เป็นท่านประธาน เป็นผมนี่อายุ ๖๐-๗๐ ปี เราฉีดไฟเซอร์ (Pfizer) ไม่มีปัญหาครับ แต่เด็กอายุ ๑๑-๑๒ ปีที่เขาจะฉีดไฟเซอร์ (Pfizer) และเขาจะต้องอยู่ไปอีก ๖๐-๗๐ ปี ข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้นมาครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกับ คณะกรรมการเช็ก (Check) เรื่องนี้ดี ๆ นะครับ ผลข้างเคียงซึ่งยังไม่ได้ตอบโจทย์ว่ามันจะมี อะไรมากมาย ไม่ใช่อยู่ ๆ แล้วอยากจะเปิดเรียน ถึงเวลาขึ้นมาก็เอาไฟเซอร์ (Pfizer) ไปฉีดให้ ผมว่าอันตรายนะครับ คิดให้ดี ๆ ครับ และตัวนี้ถ้าเด็กฉีดเด็กจะต้องมีอายุอยู่ไป ๗๐-๘๐ ปี แต่ถ้าฉีดให้พวกเราเป็นบูสต์ (Boost) เข็ม ๓ ผมคิดว่าก็โอเค (OK) แต่ว่าเด็กยังไม่ควรจะฉีด ท่านต้องคิดให้รอบคอบในเรื่องนี้ครับ อย่างไรก็ตามต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องใหญ่ และต้องขอให้ท่านประธานช่วยกำชับว่าวันนี้ถ้าเราจะโหวต ถ้าคะแนน ไม่ถึงครึ่งร่างนี้เป็นของคณะรัฐมนตรีเป็นคนเสนอนะครับ ท่านระลึกไว้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ