ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ หารือการปฏิรูปการศึกษาเพื่อยกเลิกความคิดอำนาจนิยมและผลักดันเพศศึกษาที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ เพื่อสร้างพลเมืองโลกที่เข้าใจตนเองและสังคมอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานรัฐสภา ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ค่ะ ในช่วงการชุมนุมการเมืองที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธาน เราคงเห็นกลุ่มนักเรียนเลว ได้สื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ (Online) สื่อสาธารณะ เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ในรั้วโรงเรียนในการศึกษาของประเทศไทยค่ะ หลายท่านในที่นี้ก็คง จะเห็นข้อมูลเหล่านั้น แล้วก็ความคิดของท่าน ท่านก็คงคิดว่าการปฏิรูปการศึกษานั้นควรจะ เกิดขึ้นจริง ๆ เสียทีในประเทศไทย เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่เราสรุปได้คำสั้น ๆ ก็คือว่าการศึกษา ของประเทศไทยนั้นคือการศึกษาแบบอำนาจนิยม และถ้าย้อนไปก่อนการชุมนุม ทางการเมืองที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน การปฏิรูปการศึกษานั้นก็ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งอยู่ใน หลายแวดวง นั่นเป็นเพราะอะไร นั่นเป็นเพราะว่าโลกของเรานั้นเล็กลง ประชาชนทุกคน สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และโลกที่เล็กลงนี้เองค่ะท่านประธาน ณ วันนี้เราก็ยังค้นพบว่า ประเทศไทยนั้นยังอยู่ในการศึกษาในโลกที่แคบกว่า ที่เล็กกว่าในโลกที่กำลังเล็กลงค่ะ ท่านประธาน การศึกษาของเราไม่สามารถสร้างแรงงานคุณภาพได้ ไม่สามารถนำพาเด็กและ เยาวชนตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สู่เป็นพลเมืองโลกได้ ไม่สามารถที่จะพัฒนาสร้างสรรค์ เป็นแรงงานทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะก้าวข้ามผ่านประเทศที่กำลัง พัฒนาอยู่แบบนี้ แล้วเราก็จะพัฒนาอยู่ กำลังพัฒนาอยู่แบบนี้ตลอดไปค่ะ ในร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ธัญได้อ่านเกี่ยวกับหมวดของวัตถุประสงค์ เป้าหมายของการจัด การศึกษามาตรา ๖ ค่ะท่านประธาน วัตถุประสงค์ก็เพื่อพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา แต่ที่ผ่านมาและร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในสิ่งที่หายไปธัญไม่มี ความมั่นใจค่ะท่านประธาน หากการศึกษาแกนกลางของประเทศไทยนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง การศึกษาในประเด็นของเพศ เพศศึกษานั่นเองค่ะท่านประธาน เพราะว่าเรื่องเพศนั้น เป็นเรื่องของทุกคน เป็นเรื่องของเราทุกคนในสภา เป็นเรื่องของคนทุกคน เป็นสิ่งที่เราควร จะให้คุณค่าคนทุกคนในเพศที่หลากหลาย แต่การศึกษาที่ผ่านมาเราศึกษาเป็นระบบ ๒ เพศ เท่านั้น และนอกจากระบบ ๒ เพศแล้วเรายังให้คุณค่าเรื่องเพศที่ต่างกัน อย่างนี้การก้าวเข้าสู่พลเมืองโลกก็คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยค่ะท่านประธาน เรื่องเพศ เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด แล้วถ้าเกิดเรายังไม่มีความเข้าใจในเรื่องสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจนั้นจะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อสักครู่นี้คุณศิริกัญญาก็ได้พูดถึง กลุ่มคนหลากหลายทางเพศยังถูกบูลลี (Bully) ยังมีสถิติหรือภาพข่าวที่เราเห็นก็คือ การฆ่าตัวตาย อย่างการศึกษาผ่านมาที่เราได้พบก็คือเราจะมีบทเรียนในเรื่องระหว่างผู้ชาย ผู้หญิง ยังมีการกำหนดบทบาททางเพศแบบแข็งตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถูกสอนให้คุณค่าว่า เพศนี้ทำแบบนี้ถูกให้คุณค่า แต่เพศนี้ทำแบบนี้ก็จะมองว่าเป็นคนไม่ดี ถูกตีตรา ยกตัวอย่าง อย่างข่าวที่เราเห็นกันมาก็คือมีการใช้รูปนักร้องสาวที่แต่งตัวตามสมัย เป็นแนวแฟชั่นนิยม ก็ถูกเอามาอยู่ในบทเรียน แล้วก็ตั้งคำถามกับนักเรียนว่าการแต่งกายแบบนี้ไม่เหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบรูปกับการแต่งกายแบบอนุรักษ์นิยม อันนี้เรากำลังสอนอะไรกับเด็กเยาวชนคะ ท่านประธาน และยิ่งไม่ต้องพูดถึงความหลากหลายทางเพศนะคะท่านประธาน ไม่มีอยู่ใน บทเรียนเลย ซ้ำร้ายกลุ่มหลากหลายทางเพศนั้นการศึกษาเพศแกนกลางยังใช้คำว่า เบี่ยงเบน นั่นก็ส่งผลต่ออคติการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นในสังคม เพราะฉะนั้นนี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องแก้ ตั้งแต่การศึกษาค่ะท่านประธาน ธัญจะขออนุญาตเชื่อมโยงเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด ถ้าเกิดเราปิดกั้นในการสอนเรื่องเพศนั้นจะนำพาไปสู่อะไรบ้าง คือการปิดประตูทุกอย่างค่ะ ท่านประธาน ในเมื่อคนเราไม่เข้าใจตัวเราเอง ธัญยกตัวอย่างเช่นศิลปวัฒนธรรม งานศิลปวัฒนธรรมนะคะท่านประธาน ธัญญ์ได้มีโอกาสได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงลิซ่า ลาลิซ่า มิวสิกวิดีโอ (LALISA Music Video) ออกใหม่ที่มียอดวิว อินเตอร์เนชันนัล (View International) เป็นที่ยอมรับทั่วโลก แล้วก็บอกว่าเราจะนำพาความเป็นไทยนี้สู่สากล ท่านคะ ซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) นั้นจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ต้องใช้ความ รู้จักตัวตนจากข้างในเพื่อที่จะผลิตผลงาน การเรียนที่ปิดกั้นเรื่องเพศไม่สามารถที่จะนำสู่ ความคิดสร้างสรรค์ได้เพราะมันอยู่ในกรอบ แล้วที่สำคัญงานศิลปวัฒนธรรมที่จะเป็น ซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) ที่จะให้เด็กไทยสร้างสรรค์สู่ต่างประเทศนั้นต้องเป็นงานที่ต้อง พูดถึงอารมณ์ ความรู้สึก ที่ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถสัมผัสและเข้าใจมันได้ สนุกกับมันได้ เศร้ากับมันได้ มีอารมณ์ร่วมกับมันได้ นี่คือสิ่งที่สำคัญ แต่ถ้าเรามัวแต่สนับสนุนศิลปวัฒนธรรม ที่แข็งตัวเป็นศิลปวัฒนธรรมที่กราบไหว้ ธัญก็ต้องบอกท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ตรงนี้เลย ว่าเราก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาเด็กสู่ความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็ไม่มีทางที่จะนำซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) สู่โลกใบนี้ได้ค่ะท่านประธาน ธัญขออนุญาตทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง ในข้อเสนอธัญ คิดว่าการศึกษาในปัจจุบันนี้ถ้าเราจะให้เท่าทันโลกเราต้องศึกษาในเรื่องของปรัชญาเป็น สำคัญ ไม่ใช่ศึกษาในเรื่องความเชื่อ เพราะปรัชญาคือจุดเริ่มของการตั้งคำถามใหม่ ๆ ที่ ไม่รู้จบ ที่จะต่อยอดความคิดเด็ก เราต้องศึกษาเรื่องเพศ เพราะว่าเรื่องเพศนั้นคือการเข้าใจ ตนเอง แล้วก็เข้าใจผู้อื่น และนั่นหมายถึงว่าก็คือการเคารพตนเองแล้วก็เคารพผู้อื่น การศึกษาวัฒนธรรมที่หลากหลายเพื่อเปิดกว้างเป็นเรเฟอเรนซ์ (Reference) ในการต่อยอด เป็นบทเรียนที่จะให้เด็กคิดต่อยอดที่จะสร้างสรรค์วัฒนธรรมดี ๆ ให้กับโลกใบนี้ค่ะ ธัญคิดว่า นี่คือการสร้างซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) สู่สากลจากการที่เราจะมีการศึกษาอันใหม่ ที่ปฏิรูป แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กลับเป็นฮาร์ดเพาเวอร์ (Hard Power) เป็นกุญแจมือ ที่ล่ามโซ่ความเจริญให้กับประเทศไทย ท่านประธานนิดเดียวค่ะ เด็กของเรา ๆ ต้องเริ่มต้น ให้ดี ถ้าเกิดท่านประธานเคยได้ยินคำนี้ เวลล์ บีกัน อิส ฮาล์ฟ ดัน (Well begun is half done) การเริ่มต้นที่ดีนั้นคือมีชัยไปกว่าครึ่ง แล้วเราควรจะเริ่มการศึกษาที่ดีให้กับเด็กทุกคน ขอบคุณค่ะ