วิโรจน์ ลักขณาอดิศร วิพากษ์ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติว่าล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับสภาพโลกปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริงเพื่อส่งเสริมความหลากหลาย กระจายอำนาจ และพัฒนาศักยภาพของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมและทันต่ออนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ บทบาทของการศึกษาในโลก ยุคใหม่ต้องเป็นการเอาโจทย์ของโลกอนาคตมาใช้ในการเตรียมคนในยุคปัจจุบันเพื่อทำให้ เด็กและประชาชนทุกคนที่มีความแตกต่างหลากหลายมีความพร้อมในการเรียนรู้ และมี อธิปไตยในการเรียนรู้เป็นของตนเอง สามารถแปรเปลี่ยนความแตกต่างหลากหลายที่ตนเองมี ให้กลายเป็นคุณค่าและเป็นขีดความสามารถที่สามารถแข่งขันและร่วมมือกับใครก็ได้ในโลก สามารถที่จะวิ่งตามความฝันที่ทะเยอทะยานของตัวเองได้ และเต็มใจที่จะแบ่งปัน ความสำเร็จนั้นคืนสู่สังคมเพื่อให้คนในรุ่นต่อ ๆ ไปได้วิ่งตามความฝันของตัวเองได้เหมือนกับตน การศึกษาในยุคปัจจุบันจึงไม่ใช่กระบวนการที่จะสร้างใครให้เป็นแรงงานไปรับใช้ใครอีกต่อไป ยุคนี้เขาเลิกถามกันแล้วว่าโตขึ้นมาจะทำอาชีพอะไร เพราะเราไม่รู้ว่าในอีก ๑๐ ปี ๒๐ ปี ข้างหน้าอาชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันจะยังคงอยู่ไหม อีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะมีอาชีพใหม่ ๆ อะไร เกิดขึ้นการศึกษาจึงไม่ใช่การเอาโจทย์ในอดีตของคนที่เกิดก่อนมาคอยบงการให้คนที่เกิด ทีหลังว่าต้องเรียนอย่างนั้น โตขึ้นมาแล้วต้องเป็นอย่างนี้ แบบนี้ไม่ใช่การศึกษาครับ ท่านประธาน แต่เป็นกระบวนการผลิตก้อนอิฐที่หายใจได้ที่จะถูกเอาไปก่อเป็นกำแพงเพื่อ ทานกระแสโลกซึ่งทานอย่างไรก็ทานไม่สำเร็จ สิ่งที่ประชาชนและสังคมอยากเห็นในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้มีอะไรบ้างครับท่านประธาน เราอยากเห็นการศึกษาที่เป็น กลไกในการพัฒนาคน ที่ทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสและเชื่อมั่นในความพยายามในการพัฒนา ตนเอง การศึกษาจึงไม่ควรเป็นระบบในการคัดเลือกแบบแพ้คัดออก ที่เป็นการสร้างเงื่อนไข ในการจำกัดโอกาสในการเรียนของคนที่อยากเรียน ท่านประธานครับ ประเทศของเรายังคง เป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ มีช่องว่างและโอกาสในการพัฒนาอยู่เต็มไปหมด แล้วเราจะมา จำกัดโอกาสในการพัฒนาคนไปเพื่ออะไร นี่เท่ากับว่าระบบการศึกษาแทนที่จะเป็นกลไก ในการพัฒนาประเทศ กลับกลายเป็นตุ้มถ่วงในการฉุดรั้งการพัฒนา และเป็นกลไกในการ หล่อเลี้ยงสามเหลี่ยมพีระมิดชนชั้นให้สังคมนี้ล้าหลังต่อไป เราอยากเห็นการศึกษาที่ โอบรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม โอบรับความแตกต่างหลากหลายทางศาสนา และความเชื่อ ซึ่งก็ไม่เห็นอย่างชัดเจน เราอยากเห็นการกระจายอำนาจให้กับโรงเรียน ให้โรงเรียนได้ตัดสินใจทางการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ มีการให้ความสำคัญ กับคณะกรรมการสถานศึกษา ให้มีบทบาทในการกำกับการบริหารงานและการใช้จ่าย งบประมาณ แต่ร่างฉบับนี้กับจับจดอยู่ที่การรวบศูนย์อำนาจมาที่คณะกรรมการนโยบาย การศึกษาแห่งชาติ ทำไมครับ ทำไมต้องพยายามเอากะลามาครอบประเทศนี้ให้ได้ เราอยากเห็นการศึกษาที่เข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันเพื่อให้ทุก ๆ คน สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นไปตามศักยภาพของตน ไม่ใช่การกำหนดแบบเฉพาะเจาะจงว่า เด็กในวัยนี้ต้องเรียนอย่างนั้น เด็กในวัยนั้นต้องสอนอย่างนี้ นี่คือความพยายามที่จะทำให้ เด็กทุก ๆ คนเป็นเหมือน ๆ กัน และเป็นการทำลายความแตกต่างหลากหลายที่เป็นความ งดงามของมนุษย์ เราอยากเห็นการศึกษาที่โอบรับเด็กพิเศษ เด็กกำพร้า โอบรับเด็กที่มี ข้อจำกัดทางกายภาพต่าง ๆ โอบรับเด็กทุก ๆ คน ไม่ว่าเขาจะมีความพร้อมแค่ไหน อย่างไร ก็ตาม เราอยากเห็นการศึกษาที่เลิกโยนบาปโทษไปที่พ่อแม่ ไม่เอาข้อจำกัดทางครอบครัว มาเป็นข้ออ้าง แม่วัยรุ่นบ้าง พ่อแม่ต้องทำงานไม่มีเวลาเลี้ยงลูกบ้าง เพื่อให้เด็ก ๆ ยอมจำนน กับการศึกษาที่เหลื่อมล้ำ ท่านประธานครับ ผมเรียนตรง ๆ ต่อให้เราเถียงกันนานขนาดไหน เราก็ไม่อาจคืนครอบครัวที่เป็นอุดมคติให้กับเด็กทุกคนในประเทศนี้ได้ เราต้องเอาข้อจำกัด ต่าง ๆ เหล่านี้มาเป็นโจทก์ แทนที่จะเป็นข้ออ้าง เอามาเป็นโจทย์เพื่อให้สังคมนี้พร้อมเป็น พ่อแม่ให้กับเด็กทุกคน เด็กทุก ๆ คนเติบโตขึ้นทุกวัน แล้วในท้ายที่สุดเขาก็จะกลายเป็น พลเมืองของประเทศนี้ เราอยากเห็นการศึกษาที่มุ่งพัฒนาเด็ก ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะอยู่ในรั้ว หรืออยู่นอกรั้วโรงเรียนก็ตาม โดยเฉพาะโควิด (COVID) ชัดเจนมากครับท่านประธาน การศึกษาเกิดขึ้นนอกรั้วโรงเรียน เกิดขึ้นทุกที่ แต่หลักประกันที่จะทำให้เด็กทุกคนเข้าถึง โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ตรงไหน ไม่ชัดเจน เราอยากเห็นการศึกษาที่ให้เด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ท่านประธานที่เคารพ การที่เด็ก จะคิดสร้างสรรค์ได้เด็กต้องการเวลา แล้ว พ.ร.บ. การศึกษาฉบับนี้มีความยืดหยุ่นเพียงพอ หรือไม่ สามารถลดเวลาเรียน ลดการตะบี้ตะบันสอบ แล้วคืนเวลาให้กับเด็กได้จริงหรือเปล่า ถ้าเรายังมัวให้เด็กเรียนแต่ในสิ่งที่เป็นอดีตแล้วเด็กจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียนรู้สิ่งที่เป็นอนาคต อย่าเอาการศึกษาทำตัวเป็นแมวขโมยเวลาของเด็กไปจนหมดเลยครับ เราอยากเห็น การศึกษาที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ปัญหาการศึกษาในวันนี้ไม่ใช่แค่หลักสูตรและ การเรียนการสอนครับท่านประธาน ถ้าเด็กของเรายังคงประสบกับปัญหาทุพโภชนาการ ห้องน้ำยังขาดสุขอนามัยแบบนี้ บางที่แม้แต่น้ำดื่มสะอาดก็ยังขาดแคลน รถโรงเรียนก็ขาด ความครอบคลุม ขาดความปลอดภัย มีข่าวนักเรียนถูกไฟดูดตายในโรงเรียนแทบทุกปี ภายใต้ คุณภาพชีวิตแบบนี้ต่อให้ปรับหลักสูตรผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็ไม่เกิด เราอยากเห็น การศึกษาที่มุ่งสร้างความปลอดภัยทั้งกายและใจให้กับเด็ก มุ่งแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้ง รังแกภายในโรงเรียน มุ่งแก้ไขการใช้อำนาจนิยมกดขี่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพภายในโรงเรียน เราอยากเห็นการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียมกันทางเพศ มุ่งแก้ไขค่านิยมปิตาธิปไตยชายเป็นใหญ่ มุ่งแก้ปัญหาการยอมให้ คนที่เข้าเรียนก่อนมีอภิสิทธิ์ในการกดขี่คุกคามคนที่เข้ามาเรียนทีหลัง เราอยากเห็นการศึกษา ที่ลดงานธุรการเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน มีระบบการพัฒนาครูทั้งทักษะและความเข้าใจที่รู้ เท่าทันมุมมองของนักเรียนที่แตกต่างจากยุคของตน เพื่อให้ครูและนักเรียนมีความเข้าอก เข้าใจกัน ยอมรับและเคารพในความแตกต่างซึ่งกันและกัน
สุดท้ายครับท่านประธาน สิ่งที่เราอยากเห็นทั้งหมดนี้เรายังไม่ได้เห็น อย่างชัดเจนในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้เลย ถ้าการศึกษาคือยานพาหนะ ที่จะทำให้ประชาชนสามารถก้าวได้เร็วกว่าโลก หรืออย่างน้อย ๆ ต้องก้าวเท่าทันโลก แต่การศึกษาที่ปรากฏในร่างกฎหมายฉบับนี้กลับเป็นยานพาหนะที่เคลื่อนที่ได้ช้า เคลื่อนแล้ว ก็หยุดเป็นพัก ๆ ซ้ำร้ายบางทียังเคลื่อนทวนกระแสโลกอีกด้วย เป็นการเอาของเก่าที่ หมดอายุล้าสมัยมาใส่กล่องใหม่แล้วหลอกขายประชาชน เป็นความพยายามทำแอปพลิเคชัน (Application) ให้สมาร์ตโฟน (Smartphone) ที่ล้ำสมัยให้สามารถส่งโทรเลขหรือส่ง นกพิราบสื่อสารได้ เรายอมรับการศึกษาในแบบนี้ เรายอมรับการศึกษาในแบบที่เป็นเพียง การเอาสีที่สดใสมาทาลงในกะลาใบเดิมไม่ได้หรอกครับ ผมจึงไม่อาจยอมรับร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฉบับนี้ได้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ