รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 20.. โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา 6 ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ และเรียกร้องให้มีการปล่อยให้อิสระในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาที่ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. เพื่อให้ข้อคิดเห็นและเป็นประโยชน์ในการพิจารณารับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมคิดว่าในการอภิปรายเพื่อพิจารณา ร่างฉบับนี้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ามีหลายส่วนที่ต้องคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การพยายามที่จะต้องดูว่าการเปลี่ยนหรือการคิดจะปฏิรูปการศึกษานี้ มันมีมาหลายยุค หลายสมัย แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ผมเห็นว่าเรายังมีปัญหาหลายประการ ในเรื่องของการจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพในการจัดการศึกษา เรื่องของ การที่จะพัฒนาคนของชาติให้ไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์ได้อย่างไร และหลายเรื่อง ก็ยังเป็นปัญหา แต่ว่าในการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เราอาจจะต้องกลับไปดูมาตรา ๖ ที่ร่างไว้ ว่ามีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ให้คนของคนในชาติพัฒนาไปสู่อะไร ผมขออ่านว่าในมาตรา ๖ เขียนว่าพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม เป็นคนดีมีวินัย รู้จักสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสำคัญ ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ มีทักษะ การเรียนรู้ทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เป็นต้น

อันนี้ก็ต้องกลับมาคิดว่าในการออกแบบในมาตราต่อไปมันจะเป็นอย่างไร ผมเองก็เติบโตมาด้วยการศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง ก็คือว่าเมื่อเราไปเรียน ในโรงเรียน เรียนตั้งแต่ระดับประถมถึงจบปริญญา สิ่งหนึ่งที่เราค้นพบตัวเองก็คือการทำให้ ตัวเองมีศักยภาพแล้วก็พึงตัวเองได้ ดำรงชีวิตอยู่ในประเทศนี้ได้อย่างมีความสุข นั่นก็คือการจัดการตัวเองของผู้เรียนทั้งหมด ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันก็เป็นคำถามต่อไป ใน พ.ร.บ. ว่า ซึ่งผมเห็นว่า พ.ร.บ. จะกำหนดหลายเรื่อง ผมยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่งได้ง่าย ๆ ในมาตรา ๕๘ ซึ่งจะมีความสัมพันธ์โยงใยกับสิ่งอื่น ๆ ด้วย ให้มีสถาบันพัฒนาหลักสูตร และการเรียนรู้ เพื่อที่จะให้หน่วยงานของรัฐบรรลุ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๖ ผมพยายามอ่านให้ท่านประธานได้รับทราบว่าเป็นอย่างไร แต่มาตรา ๗ ก็คือ พยายามที่จะพูดเรื่องของการฝึกอาชีพ การพัฒนาทักษะ เป็นต้น แล้วไปกำหนดช่วงวัย ในการศึกษาตามมาตรา ๘ แต่ผมอยากจะเรียนว่าการไปกำหนดให้มีสถาบันพัฒนาหลักสูตร และการเรียนรู้ ผมว่าอันนี้อันตราย เราจะต้องให้มีสถาบันกลางที่จะมากำหนดการเรียนรู้ ทั้งหมดหรืออย่างไร แล้วมันไปขัดกับมาตรา ๒๕ ที่บอกว่าให้มีความเป็นอิสระของสถานศึกษา มีความเป็นอิสระในการเรียนรู้เป็นต้น เพราะฉะนั้นความอิสระในการเรียนรู้ไม่ได้ถูกกำหนด จากสถาบันแต่อย่างใด ต้องปล่อยเป็นอิสระ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันยังมีปัญหาในการพิจารณา ร่างฉบับนี้อยู่ ผมอยากเรียนท่านประธานว่ามีหลายเรื่องที่เกี่ยวพันกับเช่นเมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งผมคิดว่า เมื่อดูอำนาจหน้าที่ หน้าที่และอำนาจมีหลายประการ ซึ่งก็เป็นผู้ที่กำหนดหลายเรื่อง นั่นก็ทำให้ ความเป็นอิสระในการจัดการศึกษาที่เราคาดหวังลดน้อยลงไป ยิ่งไปดูในมาตรา ๘๔ บอกว่า ให้มีสำนักงานการติดตาม ตรวจสอบการประเมินผล เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผน การศึกษาชาติ สรุปแล้วก็คลุมอำนาจหลายเรื่อง

เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า เรามาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่า การศึกษานี้เราจะเป็นอย่างไร เพื่อทำให้เป็นไปตามเป้าหมายในมาตรา ๖ ผมคิดว่ามันต้อง เปิดโอกาสให้หลายเรื่องที่เป็นอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาทางเลือก ยิ่งไปกำหนดในมาตรา ๑๑ ผมก็ยิ่งลำบากใจ เพราะว่าไปกำหนดเรื่ององค์กรปกครองท้องถิ่นว่าให้จัดการศึกษาได้เพียง ประมาณใน (๓) ของมาตรา ๘ ก็คือ ๓-๖ ปี ขณะนี้องค์กรท้องถิ่นจัดการศึกษาได้ถึงระดับ ปริญญาตรีก็มีแล้ว จัดการศึกษาระดับที่สูงกว่ามัธยมก็มีแล้ว เพราะฉะนั้นใช้ คำว่า อาจจะ เพราะฉะนั้นต้องเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการศึกษา เป็นต้น ผมไม่ไปรวมถึง เรื่องของการจัดการศึกษาที่เป็นทางเลือก ที่เป็นการศึกษาของเอกชน การศึกษาของ ภาคประชาสังคมในชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น ท่านประธานครับ ผมหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมเรียน ในมหาวิทยาลัยก็คือหนังสือของเปาโลแฟร์ที่พูดถึงการศึกษาของผู้ถูกกดขี่ เขียนโดย อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผมขอกล่าวได้ว่าการศึกษาต้องจัดแบบปลดปล่อย ที่เปาโลแฟร์ได้พูดไว้ เพราะฉะนั้นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะต้องไม่รวมอำนาจ แต่ต้องปลดปล่อย ให้ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการศึกษาอย่างอิสระครับ ขอบคุณท่านประธานครับ