ปดิพัทธ์ สันติภาดา ตั้งข้อสังเกตถึงทิศทางการปฏิรูปการศึกษาในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ว่าสะท้อนแนวคิดการรวมศูนย์อำนาจและล้าหลังในบริบทการเมือง พร้อมตั้งคำถามต่อเจตจำนงในการปฏิรูปประเทศและวิพากษ์เนื้อหาในร่างกฎหมายที่ขัดหลักประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะการกำหนดหลักสูตรที่เข้มงวด ขาดความยืดหยุ่น และการผลักดันอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมเข้าสู่ระบบการศึกษาตั้งแต่เด็ก ซึ่งอาจจำกัดเสรีภาพในการคิดต่างและความหลากหลายของความคิด จึงเรียกร้องให้ทบทวนร่างกฎหมายใหม่หรือกลับไปใช้ฉบับปี 2542 ที่มีการมีส่วนร่วมของประชาชนมากกว่า
เรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล สำหรับวาระที่ ๑ ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาตินี้ พอมันเป็นวาระที่ ๑ ผมอยากจะชวนรัฐสภาแห่งนี้อย่าเพิ่งไปมองในรายละเอียด แต่มองถึง บริบทว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นออกมาจากบริบทแบบไหน ถ้าเราดู พ.ร.บ. ฉบับสุดท้ายของเราคือ ปี ๒๕๔๒ ออกมาจากบริบทที่ประเทศเป็นประชาธิปไตย ออกมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่มีความปฏิรูปให้ก้าวหน้า มีการกระจายอำนาจ มีความเป็นประชาธิปไตย มีสิทธิเสรีภาพ เราจึงมี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปี ๒๕๔๒ ถึงจะไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็ยังออกมาจาก กระบวนการที่ดี
แต่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ เรามาจากการปฏิรูปให้ประเทศนั้น ล้าหลัง เราไปรวบรวมอำนาจให้รวมศูนย์ มีอุดมการณ์ของการอนุรักษ์นิยมและชาตินิยม ที่สุดโต่ง สิทธิเสรีภาพ สวัสดิภาพของทั้งครูและนักเรียนที่อยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ จึงหายไป ทั้งสิ้น การประชุมวุฒิสภาอาทิตย์ที่แล้ว ส.ว. หลายท่านได้สอบถามความคืบหน้าของ การปฏิรูปประเทศ ตอนนี้รัฐสภาของเรายังเชื่อเรื่องการปฏิรูปอีกหรือครับ ปฏิรูปตำรวจ เป็นอย่างไรครับ ตำรวจเป็นฆาตกรนะครับ ปฏิรูปทหารเป็นอย่างไรครับ คอร์รัปชัน ในค่ายทหารยังจัดการไม่ได้เลยนะครับ ปฏิรูปราชการ ตอนนี้รัฐราชการใหญ่โตเทอะทะ จนบริหารประเทศในช่วงโควิด (COVID) ไม่ได้ นี่เราเอาพรมแดนสุดท้ายของการปฏิรูป ก็คือการปฏิรูปการศึกษานี้ เอามาฝากไว้ในรัฐบาลแบบนี้หรือครับ ผมคิดว่ารัฐสภาของเรา เรียนรู้พอแล้วนะครับ ว่าปฏิรูป ๗ ปีที่ผ่านมานี้ประเทศล้าหลังลงขนาดไหน เพราะฉะนั้น การเขียนหลักการกว้าง ๆ แค่บอกว่าจะปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เขียนอย่างนี้ใคร ๆ ก็เขียนได้ แต่เนื้อในใช้ไม่ได้เลย หลักการกว้าง ๆ คงไม่มีใครจะไปขัด แต่ผมรับไม่ลง เพราะว่าเมื่อไปดูในเหตุผล แล้วไปดูในมาตราต่าง ๆ นั้นเราเห็นอุดมการณ์ แล้วเราเห็นเจตจำนงที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่ส่งผลดีต่อการศึกษาของประเทศไทยเลย
ท่านประธานครับ ถ้าเราไปดูในหมวด ๑ อย่างเช่น มาตรา ๖ พูดถึงเรื่องของ วัตถุประสงค์ในการพัฒนาบุคคลให้มีความสมบูรณ์ แต่ท่านประธานครับการเขียนในมาตรา ๖ ถึงเป้าหมายแบบนี้นั้น เป็นการเขียนที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ที่ยึดโยงกับอนุรักษ์นิยม ผมไม่มีปัญหากับข้อความต่าง ๆ ที่มันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ถามว่าเราจะสามารถทำให้ ประเทศไทยของเรานั้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษาที่เติบโตขึ้นมานั้นสามารถ เท่าทันโลกได้อย่างไร ถ้าเราใส่ในเรื่องของชาตินิยมลงไป ภูมิใจตระหนักในความสำคัญ ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราพูดถึงความเป็นคนดี มีวินัย มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ผมอ่านแล้ว ผมนึกว่านี่คือธรรมนูญของการเข้าเป็นทหารนะครับท่านประธาน พอเราดู ในมาตรา ๘ นี้ยิ่งหนักไปเลยครับ ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ นั้น เขียนเป้าหมายในการพัฒนา เป้าหมายการศึกษานั้นกว้าง ๆ และเป็นเป้าหมายที่ปล่อยให้ โรงเรียนต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะยืดหยุ่นในหลักสูตรได้ แต่มาตรา ๘ นี้เขียนหลักสูตร เอาไว้เลยนะครับ เอาไว้เป็นกฎหมายเลย แล้วแบ่งเป็นช่วงอายุโดยขาดความเข้าใจในเรื่อง ของการพัฒนาการของนักเรียน ขาดความเข้าใจในเรื่องของนิยามหรือว่าปรัชญา ทางการศึกษาในยุคใหม่ ผมมีลูกหลานอยู่ในช่วงวัยนี้หมดเลยนะครับ ผมอ่านแล้วขนลุก ไปหมดเลยนะครับว่าลูกหลานผมจะต้องเติบโตมาอย่างไรกับโรงเรียนของพวกเขา โดยที่เรา ไม่ต้องหนีไปเรียนต่างประเทศ เรามาดูนะครับ ลูกสาวคนเล็กของผมอยู่ช่วงวัยที่ ๓ อายุ ๓-๖ ปี พวกเขาจะต้องเรียน ตอนนี้ยังพูดไม่ชัดเลย แต่ต้องฝึกฝนให้เกิดสมาธิต่อเนื่อง ควบคุมอารมณ์ได้ รู้จักรับผิดชอบตัวเอง รู้จักระมัดระวังภยันตราย ซื่อสัตย์สุจริต เห็นอกเห็นใจ ผู้อื่น ช่วยเหลือบิดามารดา รู้จักความสำคัญ ท่านประธานนี่มันกฎหมายหรือครับ อันนี้มันคือ หลักสูตรนะครับ มันคือการยัดเยียดลงไปเลยว่าถ้าใครทำไม่ได้ตามนี้จะผิดกฎหมายหรือเปล่า ครอบครัวผมเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนด้วย ผมเป็นผู้ปกครองด้วย แล้วเราคิดว่ากฎหมาย แบบนี้ มันไม่ได้เป็นกฎหมายที่เรียกว่าปฏิรูปการศึกษาเลย แต่เป็นการที่จะเอากรงไปยัดให้กับ นักเรียน ให้กับโรงเรียน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายในศีลธรรมและอุดมการณ์แบบอนุรักษ์นิยม ลูกสาวคนโตของผมอยู่ช่วงวัยที่ ๔ อายุ ๖-๑๒ ปี เขาเองจะต้องเรียนรู้และภูมิใจ ตระหนัก ในความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ซึมซับ ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รับรู้ความงามของธรรมชาติด้วยนะครับ รับรู้ความงาม ของธรรมชาติด้วยนะครับ แต่เขาโตในตึกนะครับ แล้วก็ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คำถาม ของผมคือว่า ถ้าลูกสาวผมเชื่อเศรษฐกิจอื่นละครับ ถ้าลูกสาวผมเชื่อเศรษฐกิจทุนนิยมใหม่ เชื่อเศรษฐกิจของโลกดิจิทัล (Digital) ใหม่ แล้วเขาไม่มีความพอใจที่จะอยู่ประเทศนี้ เขาผิดกฎหมายไหมครับ ผมถามท่านประธานอย่างนี้นะครับ รัฐสภาของเราจะออกกฎหมาย แบบนี้หรือครับ นี่ผมยังไม่ไปดูโทษนะครับว่าทำผิดกฎหมายแล้วจะเป็นอย่างไร หลานผม ที่อยากจะไปม็อบ (Mop) อยู่ทุกวันนี้ ถ้าอายุเกิน ๑๒ ปี และ ๑๕ ปี เขาจะต้องรับผิดชอบ ที่จากกลายเป็นพลเมือง และยาวเหยียดไปหมดเลยว่านี่ก็เหมือนกันว่าต้องเข้าใจ และรู้ และเข้าใจหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความคิดสร้างสรรค์ สื่อสารมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันข้อมูล เลือกเส้นทางศึกษาต่อและเส้นทางอาชีพได้
ผมคงไม่สามารถที่จะอภิปรายได้หมดนะครับ เวลาใกล้จะหมดแล้ว แต่ท่านประธานครับ การเขียนกฎหมายแบบนี้เป็นอุดมการณ์ที่ผิดพลาด ไม่เป็นผลดี ต่อประชาชนคนรุ่นใหม่เลย เรื่องของโครงสร้างการศึกษา เรื่องของสวัสดิภาพครูนั้น เดี๋ยวท่านศิริกัญญาจะมาพูดต่อ แต่ว่าการที่เราเห็นแบบนี้กฎหมายฉบับนี้ไม่มีส่วนร่วมของ ประชาชน ไม่สามารถที่จะยึดโยงเข้ากับโลกยุคใหม่และโลกของประชาธิปไตยได้เลย ออกมาจากรัฐธรรมนูญและแผนปฏิรูปประเทศที่ล้าหลัง แล้วผมเชื่อว่าเราน่าจะตาสว่างกัน ได้แล้วครับ ว่าคำโกหกเรื่องการปฏิรูปประเทศที่ออกมาจากปากของรัฐบาลนี้ไม่มีจริง ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้นักเรียนเลว หรือว่านักเรียนหลาย ๆ คนเขาตั้งแฮชแท็ก (Hashtag) ว่า พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ขออภัยที่พูดไม่สุภาพนะครับ ส้นตีน แต่จริง ๆ แปลว่าส้นเท้านะครับ แล้วก็นักเรียนเยาวชนที่ออกนอกระบบพวกเขาอยู่ท้องถนน ตอนนี้ต่อต้านอำนาจรัฐอยู่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมจำเป็นต้องเป็นปากเป็นเสียงให้กับพวกเขา ว่า พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ต่อให้เขียนหลักการไว้กว้าง ๆ แล้วดูเหมือนจะดีแบบนี้ แต่ว่าผมไม่สามารถที่จะรับหลักการ แล้วก็แทบจะต้องรื้อใหม่ทั้งฉบับ กลับไปใช้ปี ๒๕๔๒ ยังดีกว่าครับ ขอบคุณครับ