เกษม ศุภรานนท์ หารือการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ครู และสื่อการเรียนการสอนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเรียกร้องให้เร่งผลักดันกฎหมายการศึกษาใหม่ให้เกิดผลจริงในพื้นที่ ทั้งการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง การสนับสนุนครูและสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ รวมถึงการให้ค่าตอบแทนกรรมการสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและปลูกฝังคุณธรรมให้ผู้เรียนตามวัฒนธรรมไทย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน เรื่องหมวด ๑๖ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่องการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ด้านการศึกษา กำหนดการปฏิรูปประเทศไว้ ๔ ด้าน ด้านที่ ๑ คือการดูแล และพัฒนาเด็กประถมวัย ด้านที่ ๒ คือการจัดการเพื่อลดความเสมอภาคทางการศึกษา ตั้งกองทุน ด้านที่ ๓ ให้มีกลไกผลิตและคัดกรองครู ด้านที่ ๔ ปรับปรุงจัดการเรียนการสอน ทุกระดับและปรับปรุงโครงสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ตั้งใจที่อยากจะพัฒนาพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. .... นี้ เรียนด้วยความเคารพว่าผมมีความสุขกับเพื่อน ๆ สมาชิกที่ตั้งข้อสังเกตและเป็นห่วงเป็นใย เรื่องการศึกษามาก โดยเฉพาะผมเองอยากจะนำเรียนภาพรวมของการศึกษาว่า เราจะปฏิรูป กี่ครั้ง ปฏิวัติกี่ครั้ง รัฐประหารกี่ที โรงเรียนชนบทก็ยังลำบากเหมือนเดิม โรงเรียนในชนบท ก็ยังขาดแคลนเหมือนเดิม โรงเรียนในถิ่นบ้านห่างทางไกลก็ยังขาดแคลนเหมือนเดิม อยากจะ กราบเรียนด้วยความเคารพ จะเขียนอย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้พัฒนาสภาพโรงเรียน สภาพครู สภาพแมททีเรียล (Material) ในชนบทให้มีคุณภาพ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตัวกำหนด เป็นตัวผลิตคุณภาพผู้เรียน
ท่านครับ อยากจะกราบเรียนเรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะพูดเรื่องการกระจาย อำนาจ การกระจายอำนาจนี้ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ยังไม่ลงไปพื้นที่ ในเขตการศึกษา ยังไม่ลงไปในสถานศึกษาอย่างชัดเจน สมัยรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย สมัยปี ๒๕๒๙ เขียนไว้อย่างดีว่า สคูล เบส แมเนจเมนต์ (School Based Management) โรงเรียนเป็นฐาน ทางใต้เขาบอกโรงเรียนเป็นถ่านนะ โรงเรียนเป็นถ่านเพราะถูกเผาไปหมด ๒๙ โรงเรียนในสมัยนั้น เพราะฉะนั้นโรงเรียนเป็นฐานนี้พูดไว้เมื่อปี ๒๕๒๙ เมื่อท่านอดีต ท่านรัฐมนตรีผมขออนุญาตพูดถึงท่าน กี่ปีแล้วครับ ๓๐ กว่าปี ๔๐ กว่าปีเหมือนท่านสมาชิกพูด ก็ยังไม่เกิดอะไรที่สมบูรณ์เลยครับท่าน เพราะฉะนั้นโรงเรียนเป็นฐานยังไม่ได้ปฏิบัติ อย่างเท่าที่ควร เราก็เขียนไปเรื่อย ๆ พ.ร.บ. ฉบับปี ๒๕๔๒ นี้ก็ดีอยู่แล้ว แล้วก็มาปรับปรุงใหม่ ซึ่งเราคิดว่าจะดีอีก เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้มันอยู่ที่พี่น้องสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ได้ช่วยกันผลักดัน ได้ช่วยกันเสนอแนะ ได้ช่วยกันกำหนดว่า พ.ร.บ. ฉบับใหม่มันจะต้องลงถึง เขตพื้นที่ ลงถึงโรงเรียนให้สมบูรณ์ที่สุด
ในโรงเรียนมีอะไรบ้าง มีครู มีแมน (Man) มีมันนี (Money) ครับ มันนี (Money) เพียงพอไหม มันนี (Money) งบประมาณก็ขาดแคลน แมททีเรียล (Material) ก็ขาดแคลน การจัดการแมเนจเมนต์ (Management) ก็จะไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นผม เคยพูดเสมอว่าสิ่งที่พัฒนาคุณภาพผู้เรียนคือห้องเรียน ห้องเรียนประกอบไปด้วยอะไรครับ ก็คือต้องพูดถึงครู มีแผนการเรียนรู้ที่ดี มีสื่อที่สมบูรณ์ มีการวิจัยเบื้องต้น รู้จักเด็ก เป็นรายบุคคลแล้วก็มีแวลูเอชัน (Valuation) เพราะฉะนั้นในห้องเรียนคุณภาพจะต้อง มีสิ่งเหล่านี้ เราขาดแคลนมากเรื่องสื่อการสอนหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วโดยเฉพาะทุกวันนี้ เราจำเป็นจะต้องปรับการเรียนการสอนใหม่ โดยเฉพาะที่ผมถืออยู่นี้คือสื่อสมัยใหม่ลงมา เยอะแยะมาก ถ้าเรายังใช้แบบเดิม ๆ อยู่เรายังใช้แบบเก่า ๆ อยู่ คุณภาพผู้เรียนจะออกมา เป็นอย่างไร ท่านครับ คุณภาพผู้เรียนนี้เราต้องการเห็นวัฒนธรรมไทยลงไปในตัวเด็ก เราต้องการเห็นการไหว้สวย ๆ งาม ๆ กับตัวเด็ก เราต้องการความอ่อนน้อมถ่อมตน ในตัวเด็ก เราต้องการความกตัญญูรู้คุณในตัวเด็ก เราต้องการความรู้ความสามารถในตัวเด็ก พูดภาษาอังกฤษได้ คณิต วิทยาศาสตร์เข้ม สิ่งเหล่านี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะช่วยได้หรือเปล่า พ.ร.บ. ฉบับเขียนนี้จะมีคุณภาพกำหนดสิ่งเหล่านี้หรือไม่ วัฒนธรรมไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะต้องชัดเจน หน้าที่ของเด็กจะต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นการกระจาย อำนาจลงสู่เขตพื้นที่ต้องชัดเจน ลงสู่โรงเรียนต้องชัดเจน โรงเรียนเป็นนิติบุคคลหรือเปล่า เขียนไว้ทุกครั้ง ผมเองมีโอกาสได้บริหารจัดการแมเนจเมนต์ (Management) เรื่องนิติบุคคล ก็ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้เขียนแล้วต้องกำหนด ต้องเรียนท่านผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกวุฒิสภาได้ดูเรื่องนี้ด้วยครับ ถ้าตราบใดไม่กระจายอำนาจลงสู่สถานศึกษา แล้วก็เขตพื้นที่ แล้วก็ภายในจังหวัดแล้ว เราจะยากลำบากมาก เพราะคนที่ทำงานจริงคือเขตพื้นที่กับโรงเรียน ถ้าโรงเรียนไม่สามารถ มีอุปกรณ์ทั้ง ๔ อย่างแล้ว ไม่มีคนที่เก่ง ไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ ไม่มีแมททีเรียล (Material) ที่ดี การแมเนจเมนต์ (Management) การจัดการก็จะไม่สมบูรณ์ กราบเรียน ด้วยความเคารพครับว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นที่สุด
เรื่องที่ ๒ ผมอยากจะพูดเรื่องคณะกรรมการสถานศึกษา มีเพื่อนสมาชิก พูดแล้วครับ คณะกรรมการสถานศึกษานี้เป็นหน้าตาของโรงเรียน มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มี อสม. มีอะไร เราควรจะมีค่าตอบแทนให้เขาหรือไม่ เราควรจะมีค่าตอบแทนไหม ประชุม สักครั้งหนึ่ง เดือนหนึ่งครั้งหนึ่งมีค่าตอบแทนให้เขาสักประมาณเท่าไรดี เพราะฉะนั้น เขาจะได้ช่วย มีกำลังใจหาผ้าป่า มีกำลังใจในการพัฒนาโรงเรียน เพราะฉะนั้นกรรมการ สถานศึกษานี้จำเป็นอย่างยิ่งนะครับท่านประธานที่เคารพ
สุดท้ายที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน ก็คือเรื่องคุณภาพของครู ครูนี่ ผมพูดเสมอว่าถ้าครูเราพูด ร เรือ ชัด เด็กก็พูดชัด ครูเราเป็นคนที่เมตตาธรรมเด็กก็จะ เมตตาธรรม ถ้าครูเราก้าวร้าว เด็กก็จะก้าวร้าว เด็กจะถอดแบบครูไปหมดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคุณครูนี้เป็นตัวกำหนดความรัก ความเมตตา ความกรุณาในตัวครูต้องมากล้น แล้วครูก็ถ่ายทอดความรัก ความเมตตาเหล่านี้สู่ตัวเด็ก สรุปก็คือว่าครูเองจะต้องเป็นครู ที่มีคุณภาพ มีอะแวเนส (Awareness) มีความตระหนักในหน้าที่ ขอนำเรียนท่านประธาน อยู่ ๒-๓ เรื่อง ๑. การกระจายอำนาจลงสู่เขตพื้นที่ ลงสู่โรงเรียน ๒. คุณภาพผู้เรียนหน้าตา ควรจะเป็นอย่างไร ๓. เรื่องกรรมการสถานศึกษาควรจะมีค่าตอบแทน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน