ขจิตร ชัยนิคม กล่าวถึงประวัติการต่อสู้ของครูเพื่อสร้างระบบการศึกษาที่เป็นประชาธิปไตยตลอดระยะเวลา 44 ปี และวิพากษ์การล้มล้างระบอบดังกล่าวผ่านคำสั่ง คสช. ที่ส่งผลให้โครงสร้างการศึกษาแบบไตรภาคีถูกทำลาย พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่สืบทอดแนวคิดเผด็จการ ขัดกับหลักสากล และทำให้สูญเสียแหล่งเงินทุนสำคัญอย่างกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา โดยเรียกร้องให้มีการรักษากองทุนและทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายเพื่ออนาคตการศึกษาที่เป็นธรรมและโปร่งใส
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตลอดเวลา ๔๔ ปี แห่งการต่อสู้ของครูประชาบาล และขยายการต่อสู้ของครูทุกสังกัดในกระทรวงศึกษาธิการ ระบบบริหารที่เป็นประชาธิปไตย ที่ครูต่อสู้มา หลายคนในระยะเวลาแห่งการต่อสู้ไม่ได้รับความเข้าใจจากฝ่ายปกครอง แล้วก็ถูกทำลายเสียชีวิตไป ขอสดุดีการต่อสู้และวิญญาณของครูที่ต่อสู้เหล่านั้น แล้วก็มาเป็น ระบบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ เป็นพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ นับเป็นกฎหมายการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทย เกิดขึ้นในยุคที่มันเป็นประชาธิปไตย การกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่พื้นที่การศึกษาและโรงเรียน มีคณะกรรมการสถานศึกษา ที่เป็นประชาธิปไตย แล้วมีเกียรติ มีอำนาจ ๔๔ ปี แห่งการต่อสู้ของครูที่รักชาติ รักประชาธิปไตย วันนี้ได้ถูกทำลายลงโดยคำสั่ง คสช. เกี่ยวกับการศึกษาหลายฉบับ ไม่แปลกหรอกครับ เผด็จการย่อมอยู่คนละข้างกับประชาธิปไตย มันเป็นเรื่องไม่แปลก แต่ต้องพูดความจริง ตลอดเวลาแห่งการต่อสู้ ๔๔ ปี ผมอยู่ในกระบวนการการต่อสู้นั้น รู้ครับ เสร็จแล้ววันนี้ รัฐบาลนี้ โดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเจ้าหน้าที่ศึกษา แล้วก็คณะกรรมการร่างได้เสนอปฏิรูปกฎหมายพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้
ผมยืนยันครับท่านประธาน ว่าเป็นกฎหมายการศึกษาที่สืบทอดอำนาจ เผด็จการ เงาทมิฬพร้อมเผด็จการที่ขยายกรงเล็บ ทำลายวิญญาณแห่งการต่อสู้และวิญญาณ ประชาธิปไตยลงโดยสิ้นเชิง ท่านจะรู้ หรือไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ก็ตาม แต่เนื้อหาของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ไม่ได้ปฏิรูปตามที่เขียนไว้ ปฏิรูปอย่างไรครับ หลายคนบอกว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง มันเปลี่ยนแปลงไปไหนครับ โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ไปสู่การยอมรับ ไปสู่ประชาธิปไตยใช่หรือไม่ แล้วอันนี้ พระราชบัญญัติการศึกษานี้มันมีระบบที่เป็นประชาธิปไตยอยู่ที่ไหนครับ ๔๔ ปีก่อนนั้นบริหารบุคคลโดยคน ๆ เดียว แต่วันนี้ละอายที่จะเขียนให้ศึกษาธิการจังหวัด มีอำนาจคนเดียว ก็เลยเขียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน เอาคนนั้นคนนี้มา ระบบไตรภาคีที่เป็นประชาธิปไตยที่ครูสร้างสรรค์มาถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ระบบเขาบอกว่า ให้เอากรรมการโดยตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ให้เอาผู้แทนครู ให้เอา ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากการเลือกตั้ง ให้เอาผู้บริหารระดับสูงมาคอยดู อันนี้คือระบบที่เขา มีอยู่ก่อนพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้
ท่านประธานครับ ไปดูมาตรา ๓ ที่ผมพูดไม่ได้เกินความจริงเลย มาตรา ๓ เขายกเลิกพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ พุทธศักราช ๒๕๔๕ พุทธศักราช ๒๕๕๓ พุทธศักราช ๒๕๖๒ ๔ ฉบับ ยกเลิกอะไรบ้าง อย่ามาถามในที่ประชุมนี้ ว่าเขตพื้นที่ยังอยู่หรือเปล่า มันจะอยู่อย่างไร ก็เขายกเลิกพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ เขาไม่ได้บอกว่าไม่ยกเลิกมาตราไหน เขายกเลิกทั้งหมด นั่นคือกระทรวงศึกษาธิการ โครงสร้างที่เป็นประชาธิปไตยได้พังทลายลงแล้ว คณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งโรงเรียนที่เป็นนิติบุคคลได้ถูกทำลายลง ยกเลิกก็คือทำลาย แล้วก็เขาคงคำสั่งไว้ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่น่าใช้คำว่า อดสูใจมาก ที่การปฏิวัติตำรวจ พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติได้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๑๓ ฉบับ แต่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ไม่มียกเลิกคำสั่ง คสช. เลย แม้แต่ฉบับเดียว คงความเป็นอำนาจเผด็จการอยู่อย่างครบถ้วน อย่าคิดว่าข้าราชการครูจะยอมสยบต่อเผด็จการ วันหนึ่งวันนี้ต้องรอการลุกขึ้นมาเท่านั้น จงข่มเหงเขาให้ถึงที่สุด แล้ววันนั้นผมจะลุกขึ้นมา ร่วมการต่อสู้เพื่อให้การศึกษา เป็นประชาธิปไตย อย่าคิดว่าอำนาจเผด็จการซึ่งสืบทอดวันนี้จะเขียนกฎหมายทำลายได้ วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเขายกเลิก
แล้วยิ่งกว่านั้นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด ก็คือว่ามาตรา ๓ ได้ยกเลิกพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๔๖ มันอธิบายว่าอย่างไรครับ มันอธิบายว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับการบริหารราชการแผ่นดิน เดิมเขาเขียนว่าพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดินทุกฉบับ พอมาถึงกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงกลาโหม เขาบอกว่ากระทรวงต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น ยกเว้น กระทรวงกลาโหมและกระทรวงศึกษาธิการให้บริหารราชการแผ่นดินตามกฎหมายของ กระทรวงนั้น เวลานี้มาตรา ๓ ยกเลิก เสร็จแล้วไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๐๖ เขียนบอกว่าให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดระเบียบบริหารราชการ เห็นไหมครับ ถ้าเรา ไม่แก้ไขมาตรานี้ ก็เท่ากับเราทำลายระบบศักดิ์สิทธิ์ของนิติบัญญัติเกี่ยวกับกระทรวง ศึกษาธิการ ซึ่งมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นพระราชบัญญัติ วันนี้เขียนในบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๐๖ นี่จะตอบคำถามว่าอย่างไร
ท่านประธานครับ ต่อไปขออนุญาตนิดหนึ่งครับ จะจบแล้ว มันมีมาตรา ๔๗ ซึ่งผมต้องถาม มาตรา ๔๗ ของกฎหมายนี้บอกว่าระบบการศึกษานี้มี ๓ อย่าง แต่ว่า ไม่เหมือนประเทศในโลกเขา โลกส่วนมากเขาบอกว่านอร์มอล (Normal) นิวนอร์มอล (New Normal) แล้วก็ตามอัธยาศัย คือการศึกษาในระบบ นอกระบบ แล้วก็การศึกษาตาม อัธยาศัยหรือตลอดชีวิต แต่กฎหมายฉบับนี้เขียนว่าการศึกษามีระบบ ๓ อย่าง การศึกษาเพื่อ คุณวุฒิตามระดับ ต่อไปนี้เรียนจาก ป. ๑ ป. ก ป. อะไร ปริญญาตรี เรียนเพื่อได้คุณวุฒิ มันสมกับเขาเขียนว่าร่ำเรียนมาแล้วได้กระดาษแผ่นเดียว นี่กำลังจะเป็นจริงมาก ๒. การศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเอง แล้วถามว่า ๑. มันไม่พัฒนาตนเองหรือ ๓. การศึกษา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผมถามคนที่ร่างแล้วมาตอบหน่อย นอกจากประเทศไทยแล้ว มีประเทศไหนในโลกที่เขียนระบบการศึกษาแบบนี้ ออกจากประเทศไทยแล้วเราจะอธิบาย กับเขาอย่างไร เพราะว่าระบบสากลมันเป็นในระบบ นอกระบบ ตลอดชีวิตหรือตามอัธยาศัย แล้วคิดกันได้อย่างไร
ข้อสุดท้ายผมมีคำถามว่า ในส่วนที่ ๔ นี้ผมไปเป็นคนเขียนกฎหมายมา เรื่องเทคโนโลยีทางการศึกษา ในมาตรา ๘๖ กับมาตรา ๘๗ ไม่มีกำหนดว่าให้มีกองทุน พัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา คนเขียน ๆ โดยไม่รู้ว่าทำไมมีกองทุนนี้ขึ้น เขาร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ โดยโยงกับพระราชบัญญัติคลื่นความถี่ ของ กสทช. คือ กสทช. เขามีคลื่นความถี่วิทยุ คลื่นความถี่โทรทัศน์ คลื่นความถี่ของ โทรศัพท์ เขาเขียนไว้คลื่นความถี่ในอวกาศเป็นสมบัติของชาติ แล้วเขาจะเอามาประกอบกิจการ มีทุนมหาศาลมากมาย ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ ๓ จี (3G) ๔ จี (4G) มันมีค่าธรรมเนียม มีค่าเหล่านั้นมหาศาลเป็นแสน ๆ ล้านบาท เขาอุตส่าห์ไปเขียนไว้ในกฎหมายฉบับนั้น บอกว่าให้ใช้เหล่านี้เป็นกองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา แล้วกรรมการร่าง ไปทำลาย เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลที่ว่าทำลายในมาตรา ๑๐๖ หรือ ๑๐๑ เขียนทำนองว่า ต่อไปจะยุบกองทุนนี้ไปรวมกับกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษา ท่านประธานครับ ถ้าเขียนว่ากองทุนเสมอภาคทางการศึกษาเขาไม่ให้เงินนะครับ เขาให้เงินมาปีหนึ่ง ๓๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการไม่ทำอะไรเลย เงินไม่ได้ใช้ ปีที่ ๒ เขาก็ให้ ๒๐๐ ล้านบาท ปีต่อมาเขาบอกยังไม่ใช้เงินเขาก็ไม่ให้ นี่อย่างไรครับการบริหารของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นผมฝากไว้ด้วยนะครับ กองทุนนี้ถ้าไปเขียนชื่ออื่นไม่ได้เงินนะครับ ไม่ได้เงินจาก กสทช. นะครับ เพราะฉะนั้นเขียนอะไรก็ได้ แต่ว่าอย่าทำลายสิ่งที่มันมีอยู่แล้ว เวลานี้ก็เป็น ภาระหน้าที่ ทำไมต้องรับ เพราะว่าเขาเขียนหลักการไว้สั้น ๆ ว่าให้มีพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ นี่ก็รับกัน แต่ว่าจะเขียนรายละเอียดอย่างไร แปลว่าเราต้องไปเขียน อย่าให้มันล้าหลัง ให้ตอบคำถามได้ ขอบคุณมากครับ