ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..... โดยมีข้อกังวลว่าถูกย้อนยุคและไม่มีความก้าวหน้าในระบบการศึกษา และเรียกร้องให้มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบการศึกษาให้ดีขึ้น โดยเน้นการพัฒนาความสามารถของนักเรียนให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ เข้าใจหลักวิทยาศาสตร์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐด้วยการให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์และค่าตอบแทนแก่ครูบุคลากรทางการศึกษา
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมในฐานะที่เป็นครูมาก่อนท่าน ประธาน คงไม่ต้องอธิบายนะครับ ครูนำหน้า ผมรอครับว่าจะดูรูป ดูแบบ ที่กรรมการอิสระ ไปทำมา แล้วก็ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายฉบับนี้เขาเรียกว่าเป็น กฎหมายปฏิรูปที่รัฐธรรมนูญเขียนบังคับไว้มาตามหลังของคณะปฏิวัติ จึงมาเป็นการปฏิรูป ท่านประธานครับ ผมฟังท่านรัฐมนตรี ซึ่งมีความรู้จักมักคุ้นกันดี อ่านตอนเช้า ชี้แจงแถลง ก็ฟังได้ในระดับหนึ่งก็ขอบคุณ แต่ไปอ่านในเนื้อหาสาระจริง ๆ แล้ว ผมมองว่าไม่รู้ปฏิรูป ไปข้างหน้าหรือจะย้อนยุคไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว เพราะผมไม่เห็นความก้าวหน้าอะไรเลย ก็จะมีอยู่ไม่มากที่พูดถึงเด็ก ๆ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าความรู้สึกของผมคนที่เป็นครู จริง ๆ พ.ร.บ. ของการศึกษาชาตินี้มันน่าจะสำคัญกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเสียอีกครับ แต่เอาล่ะ ถ้าเราไปบอกว่ากฎหมายอื่นสำคัญกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาเขียนไว้ชัดเจนว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ของประเทศ อันนี้ผมรับได้ แต่ถ้า พ.ร.บ. การศึกษาชาติเขียนไว้ไม่ดี เด็กอ่านไม่ออก คิดไม่เป็น ทำไม่ได้ สังคมมีแต่คนโง่ ตามนโยบายของผู้มีอำนาจในบางคนวันนี้อยากเห็น คนในบ้านเมืองมันโง่แล้วง่ายต่อการปกครอง มันก็จะมีประโยชน์อะไรละครับกับการที่มี รัฐธรรมนูญ วันนี้ผมก็พยายามอ่านครับท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าย้อนยุค วงการศึกษานี้โดนทำลายไปทั้งหมดในระบบเชิงโครงสร้าง เห็นคณะกรรมการอิสระที่เขียนมานี้ แต่ไม่ทราบว่าอิสระจริงหรือไม่ คำสั่ง คสช. ที่ไม่น้อยกว่า ๑๘ ฉบับ ที่มาทำลายหลังจากการปฏิรูปนี้ ทำลายองค์กรครูเกือบทั้งระบบก็ไม่สามารถ ที่จะแก้ไขได้ เวลามันจำกัดจริง ๆ ครับท่านประธาน ๗ นาที ผมก็ได้แต่ตั้งความหวังกับ ๔๙ อรหันต์ คือคณะกรรมาธิการที่กำลังจะไปทำหลังจากผ่านวาระที่ ๑ ผมเองและคณะ ส.ส. ชูวิทย์ ส.ส. ชัยรัตน์ ส.ส. สิงหภณ หรือ ส.ส. สยาม ที่นั่งนี้เราเตรียมการที่จะ ไปแปรญัตติกันทั้งหมด เพราะเราเห็นแล้วว่าย้อนยุคเพื่อให้ง่ายกับเอามาเป็นรัฐราชการ เหมือนที่ผมอภิปรายไว้เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ผมสังเกตดูกฎหมายทุกฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายครู เขาเป็นอิสระ เขามีไตรภาคี สมัยก่อนก็มีตัวแทนที่มาจากตัวแทนโดยตำแหน่ง เขาเรียก ไตรภาคีครับท่านประธาน มีตัวแทนจากตำแหน่ง ตัวแทนจากครู ตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิ แต่วันนี้โดนยกเลิกไปหมด แล้วแถมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปควบคุม กำกับ ดูแลโครงสร้าง ขององค์กร จริง ๆ ผมจะพูดตอนท้ายแต่ผมกลัวเวลาไม่ทัน นั่นแปรชัด เพราะผู้ว่าราชการ จังหวัด ถามคนเคยเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาเป็นวุฒิสมาชิกดู เขาก็ไม่อยากไปทำงาน อยู่ตรงนี้ เพราะงานในทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เขาได้รับมอบหมายไปจากส่วนกลาง เขาก็หนักอยู่แล้ว ที่จะไปทำ ที่จะไปดำเนินการ เพื่อให้เข้าเป้าตามที่รัฐบาลกลางต้องการ ครูเขาเรียกร้อง เขาต่อสู้กันมายาวนาน กว่าเขาจะหลุดบ่วงจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดไปควบคุมในวันนั้น จนมาเป็นอิสระของเขา แต่ในที่สุดคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ กลับเข้าไปครอบงำ แล้วกำลังจะมาถึง พ.ร.บ. การศึกษา แต่ผมบอกแล้ว นะครับท่านประธานว่าไม่ใช่ว่าไม่ดีเสียเลย มันก็มีบ้างอุตส่าห์ลงทุน นี่หมดค่าเบี้ยเลี้ยง คนไปเขียนไม่รู้เท่าไร หมดค่าที่พัก และการทำประชามติก็ไม่รู้หมดไปเท่าไร แต่ก็ไม่รู้จะ ทำได้ขนาดไหน ผมมีรายชื่อของบางคนที่ไปเป็นกรรมาธิการ ผมบอกว่าช่วยกลับไปทำ ประชามติมาดูใหม่ ว่าครูเขาต้องการไหม สังคมเขาต้องการไหม ชาวบ้านเขาต้องการไหม องค์กรต่าง ๆ นั้นเขาต้องการไหม ผมไม่ลงไปในรายละเอียดในเนื้อหาหรอกครับ ท่านประธาน เพราะว่ามันมีอยู่ทั้งหมด ๑๑๐ มาตรา และ ๑๑๐ มาตรา ให้อภิปราย ๗ นาที มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ผมอยากจะพูดภาพรวมไว้
วันนี้สรุปใจความได้ก็คือ พ.ร.บ. การศึกษาที่มันเกี่ยวข้องกับเด็ก วันนี้ ทำอย่างไรให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น อ่านออกเขียนได้ แก้ปัญหาได้ มีคุณธรรม มีความสำนึก ในสถาบันหลักของชาติ ปลูกฝังเข้าไป ไปออกแบบหลักสูตรอย่างไร ให้เด็กกล้าคิด ให้เด็กกล้าทำ แล้วให้คนอ่านออกเขียนได้จริง ๆ คิดเป็น แก้ปัญหาได้ เข้าใจหลัก วิทยาศาสตร์
มาดูที่ครูบุคลากรทางการศึกษา วันนี้เขาหวั่นไปทั้งประเทศ หลังจากที่ ยุคพวกผมมาเป็นผู้แทนใหม่ ๆ ไปทำกฎหมายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีตำแหน่งผู้อำนวยการ ให้มีครูชำนาญการ ครูเชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ วันนี้เขา ยังมองไม่เห็นว่าเขายังอยู่ได้ไหม ตำแหน่งผู้อำนวยการเขาจะต้องดึงกลับมาอีกไหม เหมือนที่ เป็นกระแสข่าวจากผู้อำนวยการมาเป็นครูใหญ่ เขาอุตส่าห์สอบจากครูใหญ่ เป็นอาจารย์ใหญ่ มาเป็นผู้อำนวยการ แล้วจะยูเทิร์น (U-turn) เขาตอนนั้นในเบื้องต้นกลับไปเป็นครูใหญ่ มันเกิดอะไรขึ้นกับกรรมการที่ไปยกร่างเขียนกฎหมายการศึกษาชาติ มาดูครู ความก้าวหน้า ของครูเขาจะมีขนาดไหน ความมั่นคงในชีวิตของเขาจะมีขนาดไหน มาดูศึกษานิเทศก์ ศึกษานิเทศก์เขาจะเดินอย่างไร เขาจะทำงานอย่างไร แล้วบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คณะกรรมการสถานศึกษาวันนี้เขาจะเข้ามามีบทบาทไหม เขาจะได้โอกาสจากรัฐบาลไหม ที่เขาทำงานเสียสละมาตลอด วันนี้มาคิดเรื่องเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มาคิดค่าตอบแทน ให้เขาบ้างในบางส่วน เพื่อเขาจะได้มีโอกาสขับเคลื่อนทางการศึกษา ดูที่งบประมาณจัดไปให้ จริงไหม งบประมาณปีนี้ก็ไปตัดกระทรวงศึกษาธิการ หลายคนพูดถึงครูโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง โรงเรียนขนาดใหญ่ ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะให้ความจริงจังและ จริงใจกับเรื่องของการแก้ปัญหาของประเทศที่จะให้คนอ่านออกเขียนได้ คิดเป็น ทำเป็น เก่งวิทยาศาสตร์
มาดูองค์กร อันนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย คำสั่ง คสช. ยกเลิกบทองค์กรที่เป็น ระบอบประชาธิปไตย ที่ปกครองโดยตนเอง เพื่อตนเอง แล้วก็ดูแลตนเอง โดนยกเลิกไปหมด นี่คือความน่าเป็นห่วงครับท่านประธานที่เคารพ เอาละครับท่านประธานกดออดแล้ว ผมเข้าใจครับ แต่ขออีกนิดเดียว ผมฝากไปจริง ๆ นะครับ ฝากอรหันต์ คำว่า อรหันต์ คือ ๔๙ คนที่ไปทำ ท่านไม่ต้องรีบ ท่านทำให้มันเกิดประโยชน์จริง ๆ เถอะครับ วันนี้ บ้านเมืองเรา นอกจากเศรษฐกิจพัง อะไรพังแล้ว เด็กนักเรียนก็พัง เพราะอุปกรณ์การเรียน การสอนก็ไม่มี งบประมาณก็ไม่พร้อม แล้วจะให้เด็กมันอ่านออกเขียนได้อย่างไร ผมจึงบอกว่า สำคัญกว่ารัฐธรรมนูญอย่างไรครับ เพราะถ้าคนในบ้านเมืองฉลาดคิดเท่าทันผู้นำ คิดเท่าทัน คนที่มีอำนาจ ผมคิดว่าวันนี้บ้านเมืองมันก็จะเดินไปได้ดีกว่านี้ แต่วันนี้ไปประเมินดู ไปออกแบบดู เด็กด้อยคุณภาพไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะใครหรอกครับ เพราะผู้มีอำนาจ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
เอาล่ะครับท่านประธาน เมื่อหมดเวลาผมก็เคารพในกติกา พวกผมและคณะ ที่นั่งกันอยู่นี้ ซึ่งมีความห่วงใยในการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็สร้างแท็บเลต (Tablet) ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็มาทำให้ครูมีความก้าวหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีชวนก็มาทำเรื่องอาหารกลางวัน นมโรงเรียน อาหารโรงเรียน ๓ คนนี้ เป็นบุคลากรที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่สร้างคุณูปการให้กับบ้านกับเมือง ให้กับเด็กนักเรียน ให้กับโรงเรียน แต่ยุคทุกวันนี้ผมยังไม่เห็นนะครับ นอกจากไปทำลายระบบเขาแล้ว ก็ยังไม่เห็น ความก้าวหน้า ขอกราบขอบคุณครับ