รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องการยกเลิกคำสั่งของคสช. และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาด้วยพระราชบัญญัติและจัดสรรทรัพยากรที่ชัดเจน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการบริหารการศึกษา

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลำพูน

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมจะใช้เวลาที่ท่านให้มา ๗ นาที พูดเรื่องใหญ่ให้เห็นภาพว่าผมอยากจะให้มีการพัฒนาอย่างไร ผมจะพูดมาตรา ๓ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๑๐๖ สั้น ๆ ครับท่านประธาน

ในมาตรา ๓ กฎหมายฉบับนี้ได้เขียนยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ แต่ลืม เรื่องสำคัญ ไม่ได้ยกเลิกคำสั่งที่ ๔๔ ของคณะผู้ยึดอำนาจ ท่านครับ คำสั่งที่ ๗ เขาสั่งขึ้นมา เพื่อจะไปยกเลิกคณะกรรมการบริหารต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วเขียนไว้ในข้อ ๘ ว่าการยึดอำนาจมาบริหารเองนี้จะยกเลิก เมื่อถึงเวลาประมาณ ๒ ปี ต้องยกเลิกข้อ ๘ นี้แล้ว แต่ต่อมาก็มีคำสั่งที่ ๑๗ เขียนยึดไปเลยไม่ยกเลิก โดยไปเขียนยกเลิกข้อ ๘ ก็คือยึดถาวร ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งได้หมดทุกอย่าง ทีนี้ผมคิดว่าหลังจากนั้นท่านสังเกตให้ดีนะครับ คำสั่งที่ ๑๙ ที่ต่อจากนั้นมาสำคัญมาก ท่านประธานครับ สำคัญอย่างไร เป็นคำสั่งที่เขียนเลยนะครับว่าการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ เขียนขึ้นมา ถ้าเราไม่ยกเลิกกฎหมายฉบับใหญ่ที่เรากำลังนี้จะเขียนได้อย่างไร การยกเลิกนี้ มันไม่ใช่เป็นการทำลายอำนาจอะไร คสช. เลยนะครับ เพราะในรัฐธรรมนูญก็บอกว่า แม้จะรับรอง ม. ๔๔ ไว้ว่าชอบรัฐธรรมนูญนี้ ก็ให้แก้ไขได้โดยเป็นพระราชบัญญัติ วันนี้ถือโอกาสแก้ไขแล้ว ในมาตรา ๓ ผมถึงเสนอว่าจะต้องยกเลิกคำสั่งที่ ๔๔ ของทาง คสช. ทั้งหมด คำสั่งที่ ๗ คำสั่งที่ ๑๗ และคำสั่งที่ ๑๙

ส่วนมาตราต่อไปที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือมาตรา ๒๐ เมื่อสักครู่นี้ท่านที่พูด ไปแล้ว ก็พูดถึงว่ามันมีความจำเป็นต้องให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล มันสามารถเขียนได้ ถ้ามีคนแปรญัตติ มันสามารถจัดการได้ว่าเราต้องการให้เขาทำอะไร ให้หน้าที่ไปตั้งเยอะ ถ้าเขาไม่เป็นนิติบุคคล การให้หน้าที่ไปนั้นก็เท่ากับ ๐ ทำอะไรไม่ได้

แล้วสุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดถึงมาตรา ๑๐๖ เมื่อสักครู่นี้ มาตรา ๑๐๖ ท่านรัฐมนตรีท่านพูดชัดเจนนะครับว่า การจัดการโครงสร้างยังไม่ได้เขียนไว้ ชัดเจน แต่มาตรา ๑๐๖ กลับมีการเขียนว่ากระทรวงนี้จะมีส่วนกลาง มีส่วนภูมิภาค และส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ท่านจะใช้ชื่อว่าศึกษาธิการจังหวัดหรือชื่ออะไรก็ตาม มันก็จะต้องอยู่ในตรงนี้ แม้ยกเลิกคำสั่งที่ ๑๙ แล้ว ท่านก็สามารถทำได้ แต่ที่ผมแปลกใจ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐๖ กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินมีอยู่มาตราหนึ่งเขียนว่า กระทรวงใหญ่ ๒ กระทรวงไม่ให้ใช้กฎหมายที่บริหารราชการแผ่นดินนี้ ให้แต่ละกระทรวง คือทั้งกระทรวงกลาโหมและทั้งกระทรวงศึกษาธิการไปเขียน พ.ร.บ. ว่าด้วยการบริหาร ราชการกระทรวงของตัวเอง แต่มาตรา ๑๐๖ นี้กลับบอกว่าออกเป็นระเบียบเท่านั้นนะครับ ท่านประธานครับ ให้ง่าย ๆ ออกเป็นระเบียบเลย มันจะขัดกับกฎหมายใหญ่หรือเปล่า มันต้องเขียนเลย ไปปล่อยไว้ได้อย่างไรครับ ท่านต้องเขียนเข้าไปเลยนะครับท่านกรรมาธิการ เพราะไม่อย่างนั้นท่านจะต้องไปแก้กฎหมายการบริหารราชการแผ่นดินอีก จะกระทบกับ กระทรวงกลาโหมอีก เมื่อกฎหมายหลักเขาสั่งว่าต้องเป็นพระราชบัญญัติ คุณก็เป็น พระราชบัญญัติสิ เขียนเอง วันนี้คุณบอกไปเขียนเป็นระเบียบให้ออกเป็นระเบียบ บอกว่าให้จัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการภายใน ๒ ปีนี้ จัดระเบียบ หมายถึง หน่วยงานประจำทำนะครับ แต่ถ้าเป็นพระราชบัญญัตินี้ หมายถึงคนทั้งสภาเป็นคนทำ คนทั้งรัฐสภาเป็นคนทำนะครับ มันหลากหลายความคิด มันมีความปกป้องผลประโยชน์ การตัดสิทธิ รอนสิทธิของคน ของหน่วยงาน มันจะเกิดการถ่วงดุลอำนาจหลาย ๆ อย่าง มันจะต้องทำโดยเป็นพระราชบัญญัติ แล้วมันแก้ได้ เพราะคำสั่งเหล่านั้นเขาเขียนชัดเจน ในรัฐธรรมนูญว่าแก้ได้โดยพระราชบัญญัติ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นเอกภาพของการบริหารการศึกษา แต่ว่า ที่ออกมาแล้วผมก็งง ทำไมกระทรวงนี้มีซี ๑๑ ตั้งหลายคน ผมจะพูดเรื่องนี้ให้คนที่เป็น กรรมาธิการทราบว่ามันสับสน มันหลอกใช้อำนาจ คนที่เก่งเขาหลอกใช้อำนาจ อยู่แท่งนี้ ก็ข้ามไปแท่งนี้ แล้วก็ออกระเบียบ แก้ระเบียบให้ประโยชน์ของตัวเองและครอบครัวได้ด้วย ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ ไม่อยากจะเอ่ยแท่งของการทำงาน ท่านก็รู้กันอยู่ ทำไมผมพูดประเด็นนี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุผลก็คือว่าวันนี้คำสั่ง ๓ คำสั่งนั้นมีผลเหมือนกับการยกเลิกเหมืองทอง ไปยึดเงินที่ครูเขาแก้ปัญหาตัวเองมา ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้ายกเลิกแล้วมันจะเคลียร์กัน ตรงนี้ คืนวิธีการจัดการหนี้สินให้ครูเขาเถอะครับ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นบุญคุณกับแผ่นดินมาก ออมสิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย วันนี้หนี้เสีย ๑๐๐,๐๐๐ กว่ารายแล้วจะทำอย่างไร ฝากกรรมาธิการคิดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ