สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการแบ่งแยกอำนาจและการถ่วงดุลระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เพื่อค้ำจุนประชาธิปไตยและป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยเน้นบทบาทของวุฒิสภาในการสนับสนุนระบบถ่วงดุล และเสนอให้ในอนาคตมีการเลือกวุฒิสมาชิกจากกลุ่มวิชาชีพเพื่อคืนอำนาจสู่ประชาชนและเสริมความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วในปี ค.ศ. ๑๘๘๗ ลอร์ด แอกตัน ได้เขียนหนังสือถึงบิชอป ไครตัน ว่าอำนาจมีแนวโน้มนำไปสู่การฉ้อฉล อำนาจเบ็ดเสร็จนำไปสู่การฉ้อฉลอำนาจเบ็ดเสร็จ คำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวที่มีมาก่อนหน้านั้นในทิศทางเดียวกัน แต่ถ้อยคำของลอร์ด แอกตัน ที่ใช้นั้นเป็นถ้อยคำที่ทรงพลังและนำไปใช้อ้างอิงกันโดยทั่วไป ถ้อยคำดังกล่าวนั้นเป็นถ้อยคำ ที่ป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เป็นถ้อยคำที่แสดงว่าถ้ามองในหลักของ ประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน ดังที่ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น แห่งสหรัฐอเมริกาได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ เมืองเกตตีสเบิร์ก มลรัฐเพนซินเวเนีย เมืองเกตตีสเบิร์ก เป็นเมืองที่สำคัญ เป็นจุดหักเหทางประวัติศาสตร์ของสงครามการเมืองของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ได้กล่าวอมตะวาจาในเรื่องหลักการปกครองแบบ ประชาธิปไตยที่ได้นำไปใช้อ้างอิงกันโดยทั่วไปว่า ประเทศนี้ภายใต้พระเจ้าจะเป็นประเทศ ที่ปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ที่จะไม่สูญสลายไปจากโลกนี้ หลักอธิปไตยเป็นของประชาชนนี้เอง เป็นหลักของประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยที่ว่าเป็น ของประชาชนนั้นมีอำนาจเดียว เพียงแต่แบ่งอำนาจหน้าที่ไปใช้ ๓ ทางด้วยกัน ทางแรกก็คือ อำนาจหน้าที่ทางนิติบัญญัติ ทางที่ ๒ คืออำนาจหน้าที่ทางบริหาร ทางที่ ๓ คืออำนาจหน้าที่ ทางตุลาการ แต่ท่านประธานที่เคารพ อำนาจหน้าที่เหล่านี้ องค์กรที่ใช้อำนาจเหล่านี้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นองค์กรเดียว ยกตัวอย่าง อำนาจหน้าที่ทางตุลาการนั้นไม่จำเป็นจะต้องมี เฉพาะศาลยุติธรรมที่วินิจฉัยข้อพิพาททางกฎหมาย แต่ยังมีศาลปกครองที่วินิจฉัยข้อพิพาท ในเรื่องกฎหมายมหาชน ยังมีศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยข้อพิพาทการขัดกันของกฎหมายที่มีต่อ รัฐธรรมนูญ ในฝ่ายบริหารเองรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีเป็นหลักของฝ่ายบริหาร แต่พัฒนาการ ของฝ่ายบริหารในระยะต่อมานั้นยังมีฝ่ายบริหารที่อยู่นอกรัฐบาล หรือที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เรียกว่าองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแทรกแซง ในการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ชาติ เพื่อไม่ให้แทรกแซง การวินิจฉัยในเรื่องของการทุจริต คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อจะได้ดูแลในเรื่องบัญชีแผ่นดินโดยอิสระ เป็นต้น ทางด้านนิติบัญญัติมีสภาผู้แทนราษฎร มีวุฒิสภา ต่างทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป การแบ่ง อำนาจหน้าที่ออกไป ๓ ทางนี้เอง ที่เป็นหลักคิดมาจากการแบ่งแยกอำนาจ ซึ่งได้มีการ กล่าวถึงมาเป็นเวลานาน แต่ที่กล่าวถึงและได้รับการอ้างอิงมากที่สุดก็คือการกล่าวถึงของ มงแต็สกีเยอนักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส ซึ่งได้เขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือชื่อเจตนารมณ์ แห่งกฎหมาย และได้กล่าวว่าจะไม่มีเสรีภาพ ถ้าหากอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจหน้าที่ทาง บริหารอยู่ในสถาบันเดียวกัน และจะไม่มีเสรีภาพ ถ้าหากว่าอำนาจหน้าที่ทางตุลาการไม่ได้ แยกมาจากอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ด้วยเหตุนี้เองจึงจำเป็นจะต้อง แบ่งแยกอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจนในทางนิติบัญญัติ คือการบัญญัติกฎหมาย ในทางบริหารคือ การใช้บังคับกฎหมาย ในทางตุลาการคือการวินิจฉัยข้อพิพาททางกฎหมาย แต่ทั้งนี้และ ทั้งนั้น ทั้ง ๓ อำนาจหน้าที่ต้องมีการคานและดุลหรือมีการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน ในระบบรัฐสภารวมถึงของประเทศไทย ฝ่ายนิติบัญญัติ นอกจากมีหน้าที่ในการบัญญัติ กฎหมายแล้ว สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจในการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรี ในขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีสามารถถ่วงดุลอำนาจได้ด้วยการยุบสภา
อำนาจนิติบัญญัติของวุฒิสภานั้น ครอบคลุมไปถึงการถ่วงดุลอำนาจ ฝ่ายบริหาร ด้วยการมีอำนาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบขององค์กรบริหารที่เป็นอิสระ จากรัฐบาล มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ดำรง ตำแหน่งศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งศาลปกครองสูงสุด ผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เองการแบ่งแยกอำนาจ และการถ่วงดุลอำนาจจึงเป็น หลักการสำคัญที่สุดของประชาธิปไตย วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นวุฒิสภาที่สมาชิก มาจากการเลือกตั้งกันเองของกลุ่มอาชีพแตกต่างกันออกไป เพื่อเป็นตัวแทนของ ผลประโยชน์ของแต่ละวิชาชีพ เพื่อเป็นตัวแทนของความเชี่ยวชาญแต่ละวิชาชีพที่จะมา สนับสนุนงานของสภาผู้แทนราษฎรในการกลั่นกรองกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ ทางนิติบัญญัติ และยังมีอำนาจหน้าที่ในการถ่วงดุลฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการดังที่ได้กล่าวแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ กงล้อประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตยประเทศไทย กำลังเดินไปข้างหน้า บทเฉพาะกาลของวุฒิสมาชิกจะสิ้นผลไปในอีก ๒ ปีข้างหน้า ถึงเวลานั้น วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกของกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ โดยประชาชนจึงทำให้อำนาจ ของวุฒิสภาเมื่อถึงเวลานั้นเป็นอำนาจที่มาจากประชาชน แล้วก็ได้ใช้อำนาจนี้ในทาง นิติบัญญัติด้วยการกลั่นกรองกฎหมาย ใช้อำนาจนี้ในการถ่วงดุลกับฝ่ายบริหารและ ฝ่ายตุลาการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ระบอบประชาธิปไตยอาจจะไม่ใช่เป็นระบอบที่ดีที่สุด แต่เป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด เพราะระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นระบอบที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน เพราะระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นระบอบที่แบ่งแยกอำนาจและถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน เมื่อถึงเวลาที่บทเฉพาะกาลสิ้นผลแล้ว ณ เวลานั้นวุฒิสภาจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วย สนับสนุนให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยได้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป ขอบพระคุณครับ