วีระกร คำประกอบ แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับบทบาทศาลรัฐธรรมนูญให้เน้นการตีความ แต่คัดค้านการตัดอำนาจวุฒิสภาและการกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวที่มีความซับซ้อนและอาจก่อปัญหาในทางปฏิบัติ โดยย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระบบบัตรสองใบและตั้งข้อสังเกตว่าการยกเลิกรัฐธรรมนูญมักเป็นขั้นตอนแรกของรัฐประหาร จึงเสนอให้มีมาตรการป้องกันการยกเลิกรัฐธรรมนูญ พร้อมแสดงความกังวลต่อการมีสภาเดียวที่อาจขาดกลไกการกลั่นกรอง และเตือนให้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันรัฐประหารเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบและเกิดผลเป็นรูปธรรมได้จริง
กราบ เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะ ที่ได้ทำกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา โดยมีพี่น้อง ประชาชนร่วมลงชื่อถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งถือได้ว่าเป็นความพยายามและเป็นความตั้งใจ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน แต่ก็น่าเสียดายว่าการแก้ไขฐ ธรรมนูญฉบับนี้มีหลักการที่ผมเองอาจจะรับไม่ได้เยอะครับ แม้ว่าบางเรื่องก็เห็นด้วยนะครับ เช่น ในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญเป็นต้น ไหน ๆ ก็นั่นแล้วก็ขอพูดเรื่องศาลรัฐธรรมนูญก่อนเลยนะ ครับ ในการแก้ไขปัญหาศาลรัฐธรรมนูญถือได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ปัจจุบันศาลรัฐธรรมนูญใหญ่เท่า ๆ รัฐธรรมนูญ เหมือนเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ดังที่ท่านเขียนครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วย ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เรามีคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวครับ เมื่อเรามีปัญหาที่เราถกเถียงกันในสภา ในการตีความกฎหมายที่แตกต่างกันจะเป็นฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น เช่นนั้น เราก็ส่งให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเขาตีความครับ ซึ่งเมื่อออกมาผลปรากฏอย่างไร เราก็เอาตามนั้น ซึ่งผมถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมนะครับ แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ความตั้งใจก็ดีครับ อยากให้มีองค์กรตรวจสอบ ไม่อยากให้ นักการเมืองเข้าไปมีบทบาทอะไรมากมายนัก อยากให้มีศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนี่ไม่ใช่พิจารณาแต่การแก้ไขความเห็นไม่สอดคล้องกันในเรื่องการตีความ กฎหมายเท่านั้น แต่ยังไปถึงเรื่องพิจารณาคนนั้นผิด คนนั้นถูก คนนี้ต้องติดคุกติดตะราง มันไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วครับ อันนี้ผมว่ามันเพี้ยนไปเยอะ ศาลรัฐธรรมนูญนี่ผมเห็นด้วย กับท่านเลยนะครับ ในการแก้ไขเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญนี่แล้วก็เห็นด้วยวิธีการได้มา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญที่ท่านได้เขียนไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเอาจากที่ประชุมใหญ่ของ ศาลฎีกาหรือศาลปกครอง ๖ คน มาให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกด้วยเสียง ๒ ใน ๓ เหลือ ๓ คน ฝ่ายค้าน ๖ คน เลือกกันมานะครับ เลือกผู้เชี่ยวชาญด้านที่จะมาเป็นคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ๖ คน แล้วก็ใช้เสียงสภาผู้แทนราษฎร ๒ ใน ๓ เลือกเหลือ ๓ คน เห็นด้วย หรือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเหมือนกัน ๖ คน แล้วก็คัดให้เหลือ ๓ คน ก็จะได้ ๙ คน ซึ่งเรื่อง อย่างนี้ผมเห็นด้วยเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรไปยุ่งเลอะไปหมด วันนี้ ผมว่าเลอะไปหมดแล้ว กลายเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญอย่างที่ท่านได้เขียนไว้นี่ผมเห็นด้วยเลย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายเรื่องที่อาจจะรับได้ยาก เช่น ในมาตรา ๗๙ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร คือตัดหมวดที่ว่าด้วยรัฐสภาไปทั้งหมดเลย แล้วก็ย่นย่อเหลือเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕๐๐ คน ซึ่งปรากฏว่าท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็แปลกใจ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ได้เห็นชอบกับการแก้ไขให้กลับไปเป็น ลักษณะของบัตรใบเดียว ซึ่งถ้าจะอ่านลงลึกในรายละเอียด ท่านประธานครับ ฉบับนี้ได้ไป ก็อปปี้ เอามาตรา ๘๗ โดยก็อปปี้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ มาทั้งมาตราเลยครับ วิธีการคำนวณ บัตรใบเดียวเหมือนกันทุกตัวอักษรเลย เหลือบัตรใบเดียว การคำนวณก็จะเป็นเรื่องของ แล้วแต่ใครจะคิดคำนวณอย่างไร ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในเวลาที่เกิดขึ้นนะครับ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเรามีปัญหามาก ในเรื่องของบัตรใบเดียว สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงได้คิดแก้ไขกัน ซึ่งเมื่อการพิจารณาของรัฐสภาในคราวที่แล้วนี้ ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะประเด็นนี้ประเด็นเดียวนะครับ พิจารณาเยอะเลย ซึ่งผมก็ได้อภิปรายเยอะในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน เช่น แม้กระทั่งในเรื่อง ของวุฒิสภาควรจะลดอำนาจไม่ให้วุฒิสภาโดยบทเฉพาะกาลยกมือลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าอยู่ ๆ ท่านเล่นตัดวุฒิสภาไปเลยครับ รัฐสภาประกอบด้วย สภาเดี่ยว สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านประธานก็อยู่สภานี้มานาน ผมเองอยู่น้อง ๆ ท่านหลายปี ด้วยกัน ผมเข้าปี ๒๕๒๖ ท่านเข้าปี ๒๕๑๒ เรามีสภา ๒ สภามาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๗๕ วันที่ ๑๐ มิถุนายน เป็นสภาคู่มาโดยตลอด เมื่อก่อนเรียก พฤฒิสภา แล้วต่อมาก็เรียก วุฒิสภา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อก่อนก็มาจากการแต่งตั้ง ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๐ เข้าใจว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ก่อนหน้าปี ๒๕๔๐ ก่อนที่จะมีวุฒิสภา ซึ่งมาจากการแต่งตั้ง หรือหลังปี ๒๕๔๐ ก็ดี จะเห็น ชัดเจนว่าวุฒิสภานั้นมีหน้าที่เพียงกลั่นกรองกฎหมายเท่านั้นเองครับ ทำเช่นนี้มาโดยตลอด และท่านประธานก็ต้องยอมรับกับผมว่าสภาผู้แทนราษฎรบางครั้งเราลืมบ้าง เราผิดพลาดบ้าง มีข้อบกพร่องบ้าง ออกกฎหมายไปเพื่อที่จะไปใช้บังคับกับประชาชนทั้งประเทศเกือบ ๗๐ ล้านคน เราทำอย่างนั้นไม่ได้ครับ บางครั้งออกไปเราตกใจเหมือนกัน ออกไปได้อย่างไร ในที่สุดวุฒิสมาชิก แก้ไขกลับมา มีหลายครั้งครับที่วุฒิสมาชิกช่วยแก้ไขกฎหมายที่เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น อย่างยิ่งยวด เพราะสภาผู้แทนราษฎรบางครั้งก็พลาดครับ จะไปบอกสภาเดี่ยวไม่พลาด เป็นไปไม่ได้ครับ ต้องมีพลาด แล้วเมื่อมีพลาดใครล่ะครับที่จะช่วยแก้ไขหรือปรับปรุง หรือคอยกลั่นกรองให้เรา วุฒิสภาคือสภาที่คอยกลั่นกรองกฎหมายครับ ได้ทำเช่นนี้ มาโดยตลอด แม้ว่าท่านผู้เสนอกฎหมายจะได้พูดถึงการประหยัดงบประมาณถึงปีละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองคิดว่าถ้าหากว่าท่านเสนอมาเป็นแต่เพียงลดจำนวนก็ดี หรือลด เลขานุการท่านวุฒิสมาชิกบ้างก็ดี ซึ่งอาจจะไม่ค่อยจำเป็นมากนัก เนื่องจากว่าไม่ได้ออกพื้นที่ เหมือนกับ ส.ส. ก็อาจจะทำให้ผมเห็นชอบกับท่านในการลดอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา บางเรื่อง เช่น ในเรื่องของการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ผมเห็นด้วยกับท่านว่ามันต้องเป็นเรื่องของ สภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้ แต่ว่าในหลักการของท่านตามมาตราที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้วนี้ ท่านตัดไปหมดเลยครับ มาตรา ๗๙ รัฐสภาประกอบด้วยสภาเดียว อันนี้ผมเห็นว่า เป็นอันตราย กฎหมายที่จะออกไปใช้โดยไม่มีวุฒิสภาท่านกลั่นกรอง ซึ่งแน่นอนครับ ถ้าท่านเขียนมาในเรื่องของที่มาของวุฒิสภา ท่านจะเอาอย่างไรนะครับ เพราะว่าในอดีต มีทั้งเลือกมีทั้งแต่งตั้งทั้งหมดนะครับ หรือว่าเลือกสรรทั้งหมดนะครับ สรรหาทั้งหมด บางส่วน ก็สรรหา บางส่วนก็เลือกตั้งก็มี ในปี ๒๕๔๐ ใช้การเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านเขียนมา ว่าวุฒิสภาควรมีที่มาอย่างไร กำหนดจำนวนอาจจะเหลือ ๑๐๐ คนนะครับ เหมือนใน บางประเทศ กำหนดอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา ให้ลดมาเหลือเพียงการกลั่นกรองกฎหมาย ลดงบประมาณลง ลดเลขานุการลงนะครับ อย่างนี้ผมเชื่อว่าสภาเราเห็นด้วยแน่ ที่พูดนี้ อยากให้กำลังใจผู้เสนอด้วยนะครับ แม้วันนี้จะผ่านหรือไม่ผ่านก็ดี แต่ถ้าท่านนำเสนอมาใหม่ โดยการปรับปรุง อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่าครับ ถ้าท่านหักไปหมดเลย หายหมดเลย วุฒิสภาไม่มี แล้วใครกลั่นกรองกฎหมายล่ะครับ บ้านเมืองนี้อย่างที่บอกแล้วครับ สภาเดียว ไม่ใช่ไม่เคยพลาด ท่านประธานชวน ประทานโทษที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอยู่ก่อนผมนาน ท่านก็คงเห็นว่าหลายครั้งครับ สภาทำไปผิดครับ เขียนไปผิด ทำไปผิดพลาด มีโอกาสพลาด ถ้าไม่มีวุฒิสภา กฎหมายออกไปใช้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แล้วทำอย่างไรครับ มันก็แก้ไม่ได้ครับ กว่าจะกลับมาแก้ ไม่รู้เกิดความเสียหายสักเท่าไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นถัดมา ซึ่งผมอยากจะกราบเรียน ในเรื่องของการเลือกตั้งบัตรใบเดียว บัตร ๒ ใบ ผมจำได้ว่าพรรคเพื่อไทย ประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านเห็นด้วยกับบัตร ๒ ใบ ท่านน่าจะเป็นผู้นำแถวหน้าเลยครับในการขอให้ มีการเลือกตั้งแบบบัตร ๒ ใบ ๔๐๐ เป็น ส.ส. เขต ๑๐๐ เป็น ส.ส. ปาร์ตี ลิสต์ (Party-list) หรือบัตรใบที่ ๒ ตามเสียงที่พึงได้รับ ซึ่งผมเองก็เห็นด้วย รัฐสภาแห่งนี้เห็นด้วยหมดเลยครับ พวกเรายกมือสนับสนุนด้วยเสียงส่วนใหญ่ให้มีบัตร ๒ ใบ ขณะนี้เรื่องราวก็ยาวไปจนถึง อยู่ในขั้นตอนของการพระราชทานเพื่อลงพระปรมาภิไธย ซึ่งในส่วนนี้ เราจะกลับมาเป็น บัตรใบเดียว เราจะกลับมาใช้รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๖๐ ที่ท่านว่าไม่ดี เอามาคำนวณสรรหา สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๑ โดยท่านใช้มาตรา ๘๗ ลอกเขามาทั้งดุ้นเลยครับ ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าโดยความเห็นของผมและ พรรคพลังประชารัฐแล้ว เราเห็นด้วยไปแล้ว ผมว่าเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เองนะครับ แล้ววันนี้เราจะมากลับความคิดเห็นของเรากลับไปเป็นบัตรใบเดียว แล้วใช้การคำนวณ ส.ส. พึงได้ พึงประเมิน พึงมี เอากันอีกแล้วหรือ คราวที่แล้วนี้ยังไม่เข็ดกันอีกหรือครับ ส.ส. พึงมีไม่ได้ตรงกับที่เราคิดหรือเราคำนวณตามแบบที่ท่านเขียนในรัฐธรรมนูญเลย ออกมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย กลายเป็นว่าพรรคการเมืองที่มีเศษจำนวนมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ไม่สามารถได้รับเลือกตั้งเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่กลายเป็นว่า ส.ส. พึงมีของบางพรรค ซึ่งมีจำนวนน้อยได้รับคะแนนเสียงน้อยแต่ก็ได้รับ ส.ส. พึงมี อย่างนี้เป็นต้น วิธีการคำนวณ อ่านอย่างไรต่อให้จบอะไรมาก็งงครับ นักคำนวณ นักคณิตศาสตร์ เซียนของ ประเทศไทยอ่านมาตรา ๙๑ แล้วถ้าคำนวณตรงกับที่ กกต. ท่านคำนวณ ผมว่าท่านต้องเป็น ระดับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เลยนะครับ ท่านต้องคำนวณเก่งมาก วิธีการคำนวณงงมาก จนทำให้รัฐสภาแห่งนี้ได้มีความเห็นร่วมกันว่าถ้าอย่างนั้น ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อก็ทำไม เราไม่เป็นบัตร ๒ ใบล่ะ เหมือนที่เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยท่านก็พยายามสนับสนุน ประเด็นนี้เต็มที่ พรรคเราก็เห็นด้วยครับ ทางวุฒิสมาชิกเกิน ๘๐ กว่าเสียงท่านก็เห็นด้วย ได้ลงมติเห็นชอบจนผ่านไปถึงขั้นจะลงพระปรมาภิไธยแล้ว ผมว่าผมเองคงจะรับไม่ได้ที่เราจะ ย้อนกลับมาเป็นบัตรใบเดียวแล้วใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๙๑ ทั้งดุ้นเลยมาใช้ คำนวณหาจำนวน ส.ส. ในระบบปาร์ตีลิสต์ (Party-list) ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วน ของการยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๖๕๐ แล้วท่านคิดว่าจะแก้ไข รัฐประหารได้ ผมเองก็อยู่ในสภานี้ ๓๙ ปี สิ้นปีนี้ ๓๙ ปีแล้วครับท่านประธาน ปี ๒๕๒๖ ผมได้รับเลือกตั้งเดือนมกราคม ผมเองนั่งคิดแล้วผมก็เชื่อว่าท่านประธานก็คิด เหมือนผม เราจะทำอย่างไรไม่ให้มีการรัฐประหารได้ ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลองทุกครั้ง เมื่อมีการรัฐประหาร เศรษฐกิจอ่อนตัวยวบทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ประเทศในโลกนี้ ไม่ยอมรับการรัฐประหาร การเจรจาต่อรองใด ๆ กับนานาอารยประเทศเขาไม่ยอมรับเราจะ ทำอย่างไรครับท่านประธาน ขออนุญาตใช้เวลาเพิ่มนิดครับ ท่านประธานครับ การยกเลิก รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ คือยกเลิกการนิรโทษกรรมให้กับคณะ คสช. ก็ดี นอกเหนือจาก ผมว่ามันไม่ได้ช่วยให้เขาไม่รัฐประหารนะ ผมพยายามคิดเหมือนกันแต่ผมมานั่งคิดดูแล้ว ทำไมไม่เขียนลงในรัฐธรรมนูญ ผมคิดมาก่อนท่านประมาณ ๓๕ ปี แต่ท่านประธานครับ สิ่งแรกที่คณะรัฐประหารทุกคณะทำก็คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เอารัฐธรรมนูญ เอาธรรมนูญการปกครองชั่วคราวมาใช้ ก็แปลว่ายกเลิกรัฐธรรมนูญ ผมว่าทำ อย่างไรจะไม่ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญต่างหากล่ะ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ไม่ให้มีการ ยกเลิก หรือมีวิธีการใดก็ตามที่ไม่ให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันในการ รัฐประหาร ผมคิดว่าท่านก็จะต้องเก่งมาก ๆ ที่ท่านจะหาวิธีการไม่ให้มีการรัฐประหารได้ ผม นี่คิดมา ๓๙ ปีแล้วหัวจะพังเหมือนกันว่าทำอย่างไร เพราะบางครั้งผมอยู่ในสภาแป๊บเดียว เขารัฐประหารกันแล้ว เข้ามาแป๊บเดียวได้ ๑ สมัยก็จริงครับ แต่ว่าแป๊บเดียวจริง ๆ ยังไม่ทัน ทำอะไรเลยครับ ยังไม่ทันเสนอกฎหมาย ยังไม่ทันเสนอญัตติอะไรเลยครับ รัฐประหาร อีกแล้ว อันนี้ผมถึงเรียนว่าถ้าหากว่าการเสนอครั้งนี้ท่านจะผ่านก็ดี ไม่ผ่านก็ดี ท่านช่วยคิด ให้ผมที ท่านผู้เสนอครับ ผมเองเห็นชอบกับท่านแล้วก็ชื่นชมท่านที่ท่านได้กรุณาเสนอ กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ขึ้นมา ผมเห็นด้วยกับท่าน แต่ว่าท่านทำอะไรที่แยบยลกว่านี้ หรือว่ามีวิธีการใด ๆ ที่จะไม่มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญตามที่ คณะรัฐประหารทุกคณะเขาจะทำกัน ประกาศคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ ๑) ก็เขียนแล้วครับ ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... เขาเตรียมไว้หมดแล้ว และท่านจะ แก้ไขอย่างไร เมื่อเขายกเลิกไปต่อให้ท่านเขียนอย่างไรในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แก้ไข เพิ่มเติมอย่างที่ท่านต้องการก็ไม่สามารถที่จะทำให้เขาไม่ปฏิวัติรัฐประหารได้ แต่ตรงกันข้าม กฎหมายที่ออกในช่วง คสช. มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง คสช. กฎระเบียบต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ที่ออกในช่วง คสช. ท่านประธานครับ ถ้าเราไปยกเลิกมาตรา ๒๗๙ เลย มันก็จะยุ่งกันใหญ่ มันจะมีกฎหมายที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้เยอะหมดเลย แล้วการ บังคับใช้กฎหมายจะทำอย่างไรละครับ ก็เรายกเลิกไปแล้ว รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ปี ๒๕๖๐ ถ้าเรายกเลิกปุ๊บ มีกฎหมายเยอะแยะเลยที่ออก ระเบียบ คำสั่ง คสช. ออกมาเยอะ เลยในช่วงนั้น ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าสภาแห่งนี้ โดยสภาผู้แทนราษฎรเราได้ตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาว่ามีระเบียบ คสช. คำสั่ง คสช. ใดบ้าง ที่เราควรจะต้องยกเลิก อันนี้เราทำอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่เห็นว่าเราควรจะต้องยกเลิกคำสั่ง คสช. หลายฉบับ หลายเรื่องนะครับ ไม่ใช่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทยได้ตระหนัก ถึงปัญหานี้เหมือนท่าน เราตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อจะยกเลิกกฎหมาย ซึ่งก็ได้ยกเลิกไปผมว่า หลายเรื่องแล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้อยู่ ๆ ยกเลิก มาตรา ๒๗๙ ไป โดยไม่คำนึงถึงคอนซีเควนซ์ (Consequence) หรือผลที่จะตามมา ผมว่ามันอาจจะไม่ค่อยถูกเท่าไร เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมก็จะไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น อยากเรียนกับท่านประธานว่าไม่ว่าจะเป็นบัตรเรื่อง ๒ ใบ เหลือเป็นบัตรใบเดียว คือตอนนี้ มันก็ยังบัตรใบเดียวอยู่ แต่ว่าถ้าทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วบัตร ๒ ใบนี่ ซึ่งผมเห็นด้วย คงไม่พูดในรายละเอียดอีกครั้ง อันนี้ผมก็คงจะรับไม่ได้
ในส่วนของการไม่มี ส.ว. มีสภาเดียว แม้ว่าท่านผู้เสนอจะได้พูดถึง การประหยัดงบประมาณ พูดถึงความเรียบง่ายการที่สภาผู้แทนราษฎรมาจากประชาชน มีความยึดโยงกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นควรจะเป็นสภาเดียว แต่ถ้ากฎหมายออกไป มีข้อผิดพลาดละครับ ใครจะเป็นผู้กลั่นกรอง การจะย้อนกลับมาพิจารณากฎหมายกันใหม่ มันก็ต้องเข้าตามระเบียบวาระ แล้วผลเกิดขึ้นจะตามมาใครจะแก้ไขสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎร สภาเดี่ยว ไม่มีวุฒิสมาชิกคอยปรับปรุง แก้ไข กลั่นกรองให้เรา เกิดออกไปแล้วมันเกิด ผลกระทบอย่างรุนแรงกับสังคมจะทำอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระเป็นประเด็นที่ผม เห็นด้วยกับท่านล้านเปอร์เซ็นต์เลยครับ ควรจะต้องปรับปรุงแก้ไขทั้งที่มา ทั้งอำนาจหน้าที่ จะต้องจำกัดอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้เห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์นะครับ ในส่วน ของการยกเลิกมาตรา ๒๗๙ ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าไม่น่าจะมีผลในการที่ทำให้ คณะรัฐประหารเขาชั่งใจว่าจะปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติ เพราะว่าประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑ อย่างไรท่านก็ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว ดังนั้นด้วยเหตุผลที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานมานี้ แม้จะเห็นด้วยเป็นบางเรื่อง แม้จะเห็นด้วยในความอุตสาหะ วิริยะที่ท่านได้กรุณารวบรวมเสียงของพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าเสียง ผมเห็นในความพยายามของท่านเป็นอย่างสูง หวังว่าไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านกรุณา เสนอเข้ามาใหม่ แต่ว่าลงในรายละเอียดท่าน ถ้าท่านเล่นเรื่องใหญ่ไปเลยโดยไม่พิจารณา เรื่องที่มีข้อบกพร่องแต่เพียงอย่างเดียว ผมว่ารัฐสภานี่จะผ่านยากนะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ