ชลน่าน ศรีแก้ว แถลงแสดงจุดยืนร่วมของฝ่ายค้านในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระแรก โดยอ้างถึงความต้องการของประชาชนและเหตุผลสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การยกเลิกมาตรา 65 ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ การปรับโครงสร้างรัฐสภาให้เหลือเพียงสภาผู้แทนราษฎร การเสนอร่างบัญญัติใหม่ตั้งแต่มาตรา 79 ถึง 141 และการต้องการตรวจสอบเสียงข้างมากด้วยกลไกต่าง ๆ เช่น การตั้งผู้ตรวจการและให้พรรคการเมืองที่ไม่จัดรัฐบาลทำหน้าที่ตรวจสอบ พร้อมเสนอให้จำกัดสิทธิ์การเสนอชื่อนายกฯ เฉพาะ ส.ส. เพิ่มกลไกตรวจสอบฝ่ายตุลาการ ปรับโครงสร้างศาลและองค์กรอิสระให้โปร่งใส เข้มงวดกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องผ่านการทำประชามติในประเด็นสำคัญ อีกทั้งเรียกร้องให้ลบทิ้งบทบัญญัติที่เกื้อหนุนการรัฐประหาร เช่น มาตรา 44 และระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ก่อวิกฤติทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพื่อป้องกันวิกฤติที่อาจลุกลามรุนแรงยิ่งขึ้น
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน หัวหน้า พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้กระผมได้ทำหน้าที่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมฉบับของพี่น้องประชาชน รีโซลูชัน (Re-solution) ที่ได้นำเสนอต่อรัฐสภาเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพว่า สิ่งที่เราได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้เป็นการแก้ไข รายมาตรา เน้นย้ำขีดเส้นใต้ เป็นการแก้ไขรายมาตรา หลังจากได้ฟังหลักการ เหตุผล ของผู้แถลงแล้ว มติของพรรคร่วมฝ่ายค้านเรา ตลอดจนที่ประชุมพรรคของพรรคร่วม ฝ่ายค้านของเราทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ พรรคพลังปวงชนไทย แล้วก็พรรคไทยศรีวิไลย์ที่มาร่วม กับเรา มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เราจะรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ อย่างเป็นเอกฉันท์ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นชอบ กับการรับหลักการในวาระที่ ๑ ด้วยเหตุผลที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพต่อไป ขอกราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมของพรรคร่วมฝ่ายค้านเรา เรามีสมาชิกที่จะทำหน้าที่ในการพิจารณา ตัวกระผมเอง ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะได้อภิปรายภาพกว้างทั้งหมด เรื่องของหลักการ เหตุผล สาระสำคัญและเหตุผลที่สำคัญที่ต้องรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ หลังจากนั้นท่าน หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน และเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้อภิปรายเจาะลึกไปใน เหตุผลที่เป็นหลักการและสาระสำคัญในแต่ละเรื่อง เพื่อให้ท่านประธานและท่านสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านได้เห็นพ้องต้องกับเราว่า ต้องรับหลักการในวาระที่ ๑ ครับท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลสำคัญอยู่ ๔ เรื่องที่ต้องรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับพี่น้องประชาชนที่เข้าชื่อกัน ๑๓๕,๒๔๗ ราย ส่งมาให้สภาเรา มันเป็นโอกาสบนวิกฤติ ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสนอมาตั้งแต่สมัยที่แล้ว ได้มีโอกาสบรรจุในสมัยนี้ ก็ถือว่าเป็นโอกาสบนวิกฤติที่เราประสบพบอยู่ขณะนี้ มันเป็นการประจวบเหมาะมาก ท่านประธานครับ ที่รัฐสภาของเราจะต้องมาช่วยกัน ให้เหตุให้ผลใช้สติปัญญาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ต้องใช้สติปัญญาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้เลย เพราะฉะนั้นสมาชิก พรรคร่วมฝ่ายค้านเราก็จะบอกเหตุบอกผลในการใช้เหตุใช้ผล ใช้สติปัญญาอย่างรอบคอบ เพื่อกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ท่านสมาชิกวุฒิสภาได้เห็นพ้องต้องกับเรา เหตุผล ๔ ประการ ที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ
เรื่องที่ ๑ ก็เป็นเรื่องที่เกิดจากหลักการและเหตุผล สาระสำคัญที่ผู้นำเสนอ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนได้นำเสนอกฎหมายฉบับนี้ต่อรัฐสภาเรา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตลงรายละเอียดเบื้องต้นในเรื่องของหลักการ เหตุผล แล้วก็สาระสำคัญ ผมสรุป เป็นทั้งหมด ๑๐ ประเด็น ซึ่งใน ๑๐ ประเด็นนี้ เพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านของผม จะได้อภิปรายในรายละเอียดต่อไป จากหลักการ แล้วก็สาระสำคัญที่ผู้แถลงได้ชี้แจง ต่อรัฐสภาแห่งนี้
ประเด็นที่ ๑ คือการยกเลิกมาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีใช้อยู่ปัจจุบันที่ออกเมื่อปี ๒๕๖๐ ที่ว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องนี้มีคนอภิปราย ในรายละเอียด
- ๒ ๑ /๑
ประการที่ ๒ เป็นการยกเลิกหมวด ๗ ที่ว่าด้วยรัฐสภา แล้วบัญญัติใหม่เป็น หมวด ๗ ว่าด้วยสภาผู้แทนราษฎร มีมาตราที่เกี่ยวข้องตั้งแต่มาตรา ๗๙ ถึงมาตรา ๑๕๗ บัญญัติใหม่ขึ้นมาเป็นหมวดของสภาผู้แทนราษฎรทดแทนของเดิม ใช้ตัวเลขมาตราเดียว ก็คือมาตรา ๗๙ ถึงมาตรา ๑๔๑ ยกเลิกอันเดิมบัญญัติใหม่ ความหมายคือ เปลี่ยนจากระบบ รัฐสภามาเป็นสภาเดียว คือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีรายละเอียดเพิ่มเยอะมากครับ เพื่อนสมาชิกผมจะได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มเติมการตรวจสอบเสียงข้างมาก ที่มีข้อเสนอที่ชัดเจน รองประธานสภา ประธานกรรมาธิการที่สำคัญในการตรวจสอบ เสียงข้างมาก ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล ก็ขอมาให้อยู่ซีกเสียงกลางน้อยหรือพรรค ที่ไม่มีสมาชิกเป็นประธานสภา ไม่เป็นรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่แทน มีการตั้งผู้ตรวจการอยู่ ๓ คณะนะครับ ซึ่งรายละเอียดผมจะขออนุญาตท่านประธานไม่ลงนะครับ มันก็มีประเด็นอยู่ พอสมควรที่เราจะต้องพิจารณากัน แต่รายละเอียดทั้งหมดหลักการไม่ได้เขียนไว้อยู่ในตัวบท เราสามารถไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมได้ในชั้นของกรรมาธิการ หรือชั้นแปรญัตติของ เพื่อนสมาชิก
ประการต่อไป ประการที่ ๓ เป็นแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๙ ว่าด้วย ผู้ที่สมควรจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี บทมาตราเดิมครับ แต่เพิ่มเรื่องสำคัญคือ ขอให้เป็นผู้ที่มาจาก ส.ส. เท่านั้น คือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เสนอชื่อได้ ในแต่ละพรรคการเมือง ๓ ชื่อ แต่ต้องเป็นผู้แทนราษฎรเท่านั้นตรงนี้ก็เป็นรายละเอียดปฏิบัติ ก็ไปดูกันต่อไปว่าจะมีบทบัญญัติมารองรับอย่างไร กรณีผู้ถูกเสนอชื่อไม่ได้เป็นผู้แทน ก็ถูกขาดคุณสมบัติไป
ประการต่อไป ท่านประธานครับ ประการที่ ๔ เพิ่มมาตรา ๑๙๓/๑ มาตรา ๑๙๓/๒ อันนี้เป็นเรื่องใหม่ เป็นการกำหนดให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลกับฝ่ายที่เป็น ศาลหรือฝ่ายตุลาการ ไม่ว่าจะเป็นการถอดถอนประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด บัญญัติไว้ นี่เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจมากครับ
ท่านประธานครับ ประการที่ ๕ เรื่องของการยกเลิกหมวด ๑๑ ที่ว่าด้วยศาล รัฐธรรมนูญและบัญญัติขึ้นมาใหม่ทดแทน แล้วก็ยกเลิกหมวด ๑๒ ที่ว่าด้วยองค์กรอิสระ ก็บัญญัติหมวด ๑๒ ใหม่ขึ้นมาทดแทน เน้นใช้คำว่า ปฏิรูป ที่มาขององค์กรอิสระคือบุคคล ที่จะมาทำหน้าที่ เน้นที่มาตรงนั้นให้ชัดเจน เรื่องหน้าที่และอำนาจและระบบการตรวจสอบ เหตุที่เน้นให้ยึดโยงกับอำนาจอธิปไตยที่เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศที่เป็นของ ปวงชนชาวไทย เน้นให้มาจากประชาชน
ประการต่อไป เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ เขียนล้อเลียนไปกับเรื่อง ของการมีสภาเดียว คือมีสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร เพิ่มเรื่องของ เสียงที่จะใช้ในการแก้ แล้วก็ยังคงบทมาตราที่ว่าด้วยการทำประชามติ เช่น ถ้ามีแก้ไข หมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๑๕ ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ให้ไปทำประชามติ
ประการที่ ๗ เป็นการยกเลิกหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศทั้งหมวด เปลี่ยนชื่อหมวดใหม่เลย หมวดนี้น่าสนใจมาก ท่านประธานครับ เป็นหมวดที่ว่าด้วยการ ลบล้างผลพวงรัฐประหารเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ป้องกันและต่อต้านรัฐประหาร ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีบทมาตรารองรับโดยเฉพาะ ผลพวงจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ชั่วคราว มาตรา ๔๘ ที่ออกเมื่อปี ๒๕๑๗ นิรโทษกรรมผู้ทำการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร ไม่ให้เป็นความผิด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้เป็นโมฆะครับ ไม่มีผลบังคับใช้ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลต่อไปในมาตรา ๒๗๙ ซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธานต่อไป
ท่านประธานครับ ประการที่ ๙ เป็นการยกเลิกมาตราที่เกี่ยวข้องกับอำนาจ หน้าที่ของท่านสมาชิกวุฒิสภาที่เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๒๖๙ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๑ และมาตรา ๒๗๒ ครับ
และประการสุดท้าย ประการที่ ๑๐ คือยกเลิกมาตรา ๒๗๙ ที่รองรับ การกระทำของผู้ยึดอำนาจ คสช. หรือหัวหน้า คสช. ให้ชอบดัวยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือประกาศคำสั่งที่ออกมาในอดีต ปัจจุบัน แล้วก็เกิดขึ้นในอนาคต ให้ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ก็เป็นสาระสำคัญที่เพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผมจะได้อภิปรายเจาะลึกลงไปในรายละเอียด
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า อยากให้พรรคร่วมรัฐบาล ขีดเส้นใต้ พรรคร่วม รัฐบาลและท่านสมาชิกวุฒิสภาพิจารณาไตร่ตรองด้วยวิจารณญาณเห็นความสำคัญ ของประเทศชาติบ้านเมือง มันเป็นเรื่องของวิกฤติบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกเมื่อปี ๒๕๖๐ ใช้มาถึงขณะนี้ ๔ ปี ผลพวงของ การบังคับใช้ สร้างวิกฤตการณ์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะวิกฤติ ทางการเมือง กระทบต่อเนื่องไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องมิติเชิงสังคม เรื่องปากเรื่องท้อง ของพี่น้องประชาชน เป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้มีวัตถุประสงค์เป็นการเฉพาะ โดยเฉพาะเรื่องของการสืบทอดอำนาจ รัฐประหารมาแล้วไม่เสียของ ก็รองรับด้วยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ในช่วงแรกที่มีการใช้บทเฉพาะกาล แล้วก็มีการใช้บทเฉพาะกาลต่อมา รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับที่มีรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ๒ ฉบับในฉบับเดียวกัน เห็นได้อย่างเด่นชัด เพราะฉะนั้นประเด็นที่เป็นวิกฤติบทบัญญัตินี้ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ตัวอย่างเช่น บทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับหลักการของประชาธิปไตย ยกตัวอย่างง่าย ๆ มาตรา ๓ พระมหากษัตริย์องค์พระประมุขของประเทศเป็นผู้ทรงใช้ อำนาจอธิปไตยผ่านสภา ผ่านศาล ผ่านคณะรัฐมนตรี ท่านก็ไปเขียนบทบัญญัติมารองรับใน บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๔ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอำนาจเผด็จการ หัวหน้า คสช. คสช. ใช้อำนาจ นี้แต่ผู้เดียว เขียนมาได้อย่างไร ท่านประธานครับ วิกฤติมาก วิกฤติจนวิบัติเลยนะครับ ขออนุญาตท่านประธานถ้าไม่สุภาพผมขอถอน อันนี้คือตัวอย่างที่ไม่สอดคล้องกับหลัก ประชาธิปไตย หลักการแบ่งแยกอำนาจ หลักของความเป็นสากล ไม่ยอมรับ ความเป็นสากลในระบอบประชาธิปไตยไม่พอ ท่านประธานครับ ผู้นำประเทศยังบอกว่า ก็ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ พูดอย่างนี้ไม่ได้ยกย่องประเทศตัวเองครับ กลับด้อยค่าของ ประเทศตัวเองลงไปอีก ไม่มีจิตสำนึกสำเหนียกในสิ่งที่จะต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติ บ้านเมือง ตัวอย่างอย่างนี้ท่านประธานครับ มันจะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข ท่านประธาน ที่สำคัญครับ มีกลไกที่เขียนไว้ชัดเจนในการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นระบบของการเข้าสู่ อำนาจ คือการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนก็ไปดัดไปแปลงเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ดูเหมือน จะดีครับ ผ่านประชามติ ๑๖ ล้านเสียง เวลามาใช้จริงไปคิดวิธีการคำนวณแม้กระทั่งปัดเศษ ผู้แทน เรื่องเหล่านี้ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องที่ได้ถูกสร้างเป็นกลไกไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าเราจะคงใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป อันนี้เฉพาะวิกฤติตัวบทนะครับ ยังไม่ใช่วิกฤติผล การใช้นะครับ มันก็เลยมีความจำเป็นท่านประธานที่จะต้องแก้ไข แก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ รายมาตรานี้ก็ดีที่สุดนะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วท่านประธานสังเกตครับ พี่น้องประชาชน ผมมั่นใจว่า ๑๖ ล้านเสียงออกเสียงไปโดยที่ยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง ผมไม่โทษพี่น้องประชาชนครับ ทำประชามติภายใต้กฎอัยการศึก ใครไปรณรงค์ก็โดนคดี ส.ส. ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ พรรคเพื่อไทยโดนคดีครับ เพียงแต่ไปรณรงค์ช่วยเรื่องของ การออกเสียงประชามติเป็นคดี อันนี้คือวิกฤติแค่ตัวบทบัญญัติท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ผม จะกราบเรียนเป็นเหตุผลเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ถ้าพวกเรารัฐสภาไม่ได้เห็นความสำคัญ เรื่องนี้ ไม่ใช้เวทีรัฐสภาเป็นเวทีที่ปลอดภัยในการแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ คือวิกฤติ ทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น วิกฤติการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้ารัฐสภาของเราเองไม่ได้ ให้ความสำคัญเรื่องนี้ไม่ใช้โอกาสนี้ รับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ เข้าสู่กรรมาธิการ แล้วไปพิจารณาวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ตลอดจนทำประชามติถ้าผ่านนะครับ โอกาสที่จะเกิด วิกฤติทางการเมืองสูงมาก ท่านประธานครับ น่าเป็นห่วงครับ พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้แสดง ท่าทีไปชัดเจนว่าเราเป็นห่วงมาก ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องความ เสมอภาค เรื่องภราดรภาพ เรื่องการปฏิรูป เรื่องรัฐธรรมนูญ และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตรงนั้นเองท่านประธาน รัฐธรรมนูญเราบอกว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรต้องนำสู่ปฏิบัติ การนำสู่ปฏิบัติท่านประธานครับ มันจะเป็นเชื้อเป็นมูลเหตุของความรุนแรง ไม่ได้พูดธรรมดา ท่านประธานครับ ตัวอย่างเกิดขึ้นจากการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๔ ผู้ชุมนุมถูกกระสุน ๓ คน โชคดีที่เราช่วยไว้ทัน ไม่ถึงแก่ชีวิต ลักษณะอย่างนี้ท่านประธานครับ มันได้อาณัติ หรือเหมือนกับได้รัฐธรรมนูญรับรองว่าฉันกระทำได้ ในการที่จะรุกไล่ ในการที่จะปราบปราม หรือแม้กระทั่งเจตนาที่เข่นฆ่าพี่น้องคนไทยด้วยกัน มันจะเกิดขึ้น มันก็จะลุกลามบานปลาย เกิดวิกฤติทางการเมืองแน่ครับ เพราะอะไรท่านประธานครับ หลังจากคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว นักวิชาการ องค์กรนิสิตนักศึกษา พี่น้องประชาชนทั่วไป ออกมาต่อต้าน ออกมาแสดงความเห็นที่ไม่เห็นด้วย ผมจะไม่ลงรายละเอียดนะครับว่า ไม่เห็นด้วยในประเด็นไหนอย่างไร แต่โดยรวมแล้วเป็นการลิดรอนสิทธิในการที่จะต่อสู้คดี ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการจะชุมนุมโดยความสงบ สร้างบรรทัดฐานในการที่จะทำลาย ทำร้ายพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับวันที่ ๑๔ คือตัวอย่าง อย่าให้ลักษณะอย่างนี้ เกิดขึ้น ถ้าเราไม่อาศัยโอกาสวันนี้ปลดวิกฤติ เรารับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ไป และไปพิจารณาในวาระที่ ๒ ผมว่าประเทศเราผ่อนคลายมาก ช่วยทุกองคาพยพครับ จะเป็นเวทีที่ปลอดภัยทุกฝ่าย ทุกคนมาหาทางออกร่วมกัน ผมเรียกร้องไปยังท่านสมาชิก วุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ ขอเถอะครับ ๘๔ เสียงท่านเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าเราตัดสินใจ พลาดวันนี้แน่นอนครับ รัฐสภาไม่เป็นที่พึ่งที่หวัง เวทีต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นคือท้องถนนครับ ท้องถนนเป็นอะไรครับ เป็นเหยื่อของผู้มีอำนาจที่วางกับดักเอาไว้ว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้ ฉันยึดอำนาจเข้าวงจรอุบาทว์ เราจะส่งเสริมให้มีวงจรอุบาทว์ในประเทศเราอย่างนี้อีกหรือ เป็นครั้งที่ ๑๔ หรือครับ อย่าตัดสินบนท้องถนนเลย ผมเชื่อนะครับการที่มีวิธีการอย่างนี้ เขาย่อมมีเป้าหมายที่ชัด สุกงอม สมอ้าง สมเหตุในการยึดอำนาจก็ยึดอำนาจไปอีกยาว เวลาผมอยู่ในสภาผมได้เห็นหน้าท่านประธานผมมีความสุขมากครับ ความสุขที่เรื่องของท่าน เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นนะครับ ผมจะเสียใจเป็นที่สุดเลย อย่าให้มันเกิดขึ้นเราช่วยกันเถอะครับ ช่วยปลดวิกฤติโดยการลง