เสรี สุวรรณภานนท์ ชี้แจงถึงความไม่เป็นธรรมในการวิพากษ์วิจารณ์สมาชิกวุฒิสภา และยืนยันความชอบธรรมของการเข้ามาของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินไปด้วยความสุจริตและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมก็นั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่เสนอโดยคุณพริษฐ์และอาจารย์ปิยบุตร ที่มีประชาชน ๑๓๕,๐๐๐ ชื่อเสนอเข้ามา ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอมาดังกล่าวนี้ ผมในฐานะสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งก็ถูกวิพากษ์ ถูกวิจารณ์ ถูกพูดถึงในทางเสียหาย ถูกใส่ร้าย ถูกป้ายสี ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ใช้ถ้อยคำที่ดูถูก ดูหมิ่น เหมือนกับคนพูดนั้นเป็นเทวดา เป็นคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ไม่จริง โกหก กลางสภาหลายเรื่อง แต่เราก็อดทน จากจุดเริ่มต้นในร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม วุฒิสภา คงเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกพาดพิงถึง เพราะมีที่มาที่ไปจากการแต่งตั้งของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. ในสมัยนั้น และท่านก็พูดย้ำตลอด ว่าสิ่งที่ท่านเสนอมาดังกล่าวนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจะล้มระบอบประยุทธ์ ซึ่งมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมก็พยายามดูครับท่านประธาน ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่ถูกกล่าวหาในหลายเรื่อง ทั้งที่พี่น้องประชาชน ๑๖ ล้านคน เขาทำประชามติแล้วก็ลงคะแนนสนับสนุนให้มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ท่านกำลัง เอารัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโดยคน ๑๓๕,๐๐๐ คนมาหักล้าง มาแก้ไข แล้วก็บอกว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีกว่าปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นระบอบประยุทธ์ ผมก็สงสัยครับท่านประธาน ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญระบอบประยุทธ์ แล้วฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นรัฐธรรมนูญระบอบอะไร เป็นระบอบปิยบุตรหรือเปล่า เป็นระบอบที่ถูกเรียกขึ้นมาเพื่อจะสร้างความรู้สึกให้กับคนฟังเกิดความรู้สึกที่เป็นอคติ เพราะว่ามาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ผมว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธานมันผ่านพ้น ไปหมดแล้ว ไปนานแล้ว ไปจนกระทั่งพี่น้องประชาชนเขาลงคะแนนให้ ๑๖ ล้านเสียง ที่จะผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ท่านก็ยังไม่เคารพในเสียงของประชาชนแล้วท่านก็พูดตีกันไว้ อีกว่าอย่าเอา ๑๖ ล้านเสียงมาอ้าง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นอย่างนั้น มันเป็นความเป็นจริง แต่สิ่งที่นำเสนอมาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ที่หลักการ และเหตุผล เป็นหลักการเหตุผลที่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง บ้านเมืองมันถึงได้ยุ่งครับท่านประธาน เพราะถ้อยคำภาษาที่เขียนอยู่ในหลักการเหตุผล เนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้เขียนไว้รุนแรง มีกระบวนการที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ว่าร่างฉบับนี้ เป็นร่างที่แทรกแซงหลายระบบ หลายองค์กร แต่บ้านเมืองมันยุ่งเพราะรัฐธรรมนูญ เขียนอย่างหนึ่ง แต่เวลาท่านอภิปรายอธิบายในสภาใช้ถ้อยคำที่สวยหรู ใช้ถ้อยคำประดุจหนึ่ง ไม่มีอะไรเลย เขียนอย่าง พูดอย่าง ทำให้คนเขาเข้าใจผิด นึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ท่านเสนอมา แก้ไขอยู่นี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สามารถจะแก้ไข ปัญหาขององค์กรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์สวยหรู แต่ในเรื่องเหล่านี้นะครับ ท่านประธาน ถ้าจะพูดกันตรง ๆ ผมว่าวุฒิสภาหรือสมาชิกวุฒิสภาทุกคนไม่ขัดข้องหรอกครับ ถ้าหากว่าจะมีประชาชนจะจำนวนเท่าไรก็ตามที่มีสิทธิจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือท่านสมาชิกรัฐสภาประสงค์จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่าสมาชิกวุฒิสภาก็ไม่ขัดข้อง แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องมาโดยสุจริต ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่แอบแฝง ถึงประโยชน์ส่วนตน ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ นี่คือสิ่งที่สมาชิกวุฒิสภาผมเชื่อได้ว่าทุกคนมีจิตสำนึกคิดเป็น รู้ว่าสิ่งอะไรควร อะไรไม่ควร เราได้ถูกกล่าวหาตั้งแต่เช้ามา ถูกสับโขกด้วยถ้อยคำกระทบกระเทียบเปรียบเปรย เหมือนเรา ไม่ได้ทำงานอะไรเลย เป็นองค์กรวุฒิสภา เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่รับเงินเดือนเสียงบประมาณ อย่างน้อยที่สุดนะครับท่านประธาน ส.ว. ชุดผมก็ไม่ได้ซื้อเสียงเข้ามาครับ จะดี จะร้าย อย่างไรก็ไม่ได้เคยโกงการเลือกตั้ง ไม่เคยทำผิดกฎหมาย แต่เข้ามาโดยระบบที่รัฐธรรมนูญ ปัจจุบันเขียนเอาไว้ พี่น้องประชาชนเขาฉันทามติว่ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างนี้ สมาชิกวุฒิสภา ชุดนี้ก็เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ แต่ท่านก็บอกว่าไม่ได้มาจากประชาชน ก็ประชาชนเขาให้มา แบบนี้ครับ อย่างที่ผมเคยพูดบ่อย ๆ ท่านประธาน เมื่อรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ผมก็มาตามวิถีทางเลือกตั้งเข้ามา ผมก็ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๖๐ ให้มาแบบนี้ ผมว่ามันก็เป็นความชอบธรรมของคนทุกคนที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาและเข้ามาอยู่ในห้องแห่งนี้ มาด้วยความถูกต้อง ไม่ได้มาผิดกฎหมาย มาตามรัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่เราอยากจะบอก กับพี่น้องประชาชน เพราะผมเข้าใจว่าผมบอกกับพวกท่าน ท่านไม่เข้าใจหรอก เพราะท่าน ถูกฝังหัวไว้หมดแล้วว่า สมาชิกวุฒิสภามาแบบไม่ชอบ มาแบบสืบทอดอำนาจ ท่านก็ท่องมา อยู่แล้วตั้งแต่ไหนแต่ไร เราจึงไม่หวังว่าจะให้ท่านมาเชื่อหรือว่าเห็นพ้องต้องกับเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ เป็นเพียง กระบวนการกลไกรูปแบบหนึ่งในทางการเมือง ถ้าหากว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกเสนอ โดยบุคคลซึ่งเป็นกลาง ซึ่งมีเจตนาดีมีความจำนง มีความประสงค์ดีแล้วเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาสักฉบับหนึ่ง มีพี่น้องประชาชนไม่ต้องถึงแสนคนหรอกครับ แค่ ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี่ครับ เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาในสภา ผมว่าเราก็ต้องพิจารณาด้วยความเคารพในเสียงของ พี่น้องประชาชนเหล่านั้น แต่ร่างฉบับนี้นี่นะครับ เสนอมาโดยใครครับ คุณพริษฐ์ คุณปิยบุตร แล้วก็ยังมีกลุ่มไอลอว์ (iLaw) อีก มันเป็นกลุ่มที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญนี่นะครับ โดยมีเนื้อหา สาระของร่างรัฐธรรมนูญ