ชลธิชา ชี้กฎหมายยุค คสช. ละเมิดสิทธิ ขอทบทวนเพื่อความเป็นธรรม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ชลธิชา แจ้งเร็ว หารือประเด็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนภายใต้คำสั่ง คสช. โดยยกตัวอย่างการควบคุมตัว การดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร และการแทรกแซงสิทธิของชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายยุค คสช. ที่ยังคงใช้บังคับอยู่ และเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจในช่วงรัฐประหาร

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ผู้เสนอ

และที่สำคัญเลยที่เป็นปัญหาอย่างยิ่งคือ การตัดโอกาสของประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่จะอุทธรณ์ ร้องขอความเป็นธรรมจาก ผลกระทบจากกฎหมายและประกาศคำสั่งของ คสช. ต่าง ๆ โดยสถิติจากศูนย์ข้อมูลของ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้บันทึกสถิติการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตลอด อายุเกือบ ๕ ปี ๒ เดือนของ คสช. ว่า มีผู้ที่ถูกรายงานตัว ถูกเรียกรายงานตัว ถูกควบคุมตัว ในค่ายทหารอย่างน้อยถึง ๙๓๐ คน ดิฉันเชื่อว่าหลายท่านในที่นี้คือ ๑ ในนั้น มีผู้ที่ถูกข่มขู่ คุกคามติดตามจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างน้อย ๕๙๒ คนเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว มีกิจกรรมสาธารณะที่ถูกปิดกั้นแทรกแซงอย่างน้อย ๓๖๑ กิจกรรม ในขณะที่ยังมีอีกหลาย กิจกรรมที่เรายังไม่ทราบ มีผู้ที่ถูกร้องเรียนว่าถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐมากถึง ๑๘ คน อันนี้คือตัวเลขขั้นต่ำอย่างน้อย มีผู้ที่ถูกตั้งข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป อย่างน้อย ๕๙๒ คน ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนในที่นี้คือคนที่ถูก ดำเนินคดีด้วยคำสั่ง คสช. ฉบับนี้เช่นเดียวกัน และดิฉันเองก็เป็น ๑ ในนั้น มีผู้ที่ถูกตั้งข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวเอ็มโอยู (MOU) ของ คสช. อย่างน้อยถึง ๓๑ คน และสุดท้ายที่สำคัญมาก ๆ คือมีพลเรือน ดิฉันขอย้ำว่า พลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารอย่างน้อยถึง ๒,๔๐๘ คน การละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ทั้งหลายที่ว่ามา อย่างที่แจ้งไปหลายท่านในที่นี้คือคนที่ถูกกระทำ คือคนที่ได้รับผลกระทบ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างกฎหมายประกาศคำสั่ง คสช. บางฉบับขึ้นมา อย่างเช่น คำสั่งที่ ๓/๕๘ เรื่องของการห้ามชุมนุมตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป แล้วให้อำนาจทหารเข้าควบคุมตัวได้ ๗ วัน ประกาศที่ ๓๗/๒๕๕๗ ให้พลเรือนขึ้นศาลทหารได้ ถึงแม้ว่าต่อมาจะมีการออกกฎหมาย เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งจำนวนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามยังเหลือกฎหมายอย่างน้อย ๒๐ ฉบับที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นอกจากนั้นยังมีประกาศที่ ๒๖/๒๕๕๗ ที่ให้ สามารถตั้งคณะทำงานสั่งบล็อก เว็บไซต์ (Block website) ได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล ไม่ใช่ แค่เพียงเรื่องของสิทธิและเสรีภาพเท่านั้น แต่ประเด็นเรื่องของสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมก็มี ปัญหาไม่ต่างกัน อย่างเช่น คำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ ยกเว้นการใช้ผังเมืองในการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าว คำสั่ง ที่ ๙/๒๕๕๙ ที่ลัด ขั้นตอนไปหาผู้รับเหมาโครงการก่อนผ่านอีไอเอ (EIA) อีกคำสั่งหนึ่งที่สำคัญและคิดว่า ไม่พูดไม่ได้คือ คำสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ ที่ระงับการอนุญาตทำเหมืองทองโดยมาตรา ๔๔ แทนที่ จะใช้กระบวนการปกติจนทำให้เกิดการฟ้องร้องในกรณีเหมืองทองอัครา ที่หากรัฐบาลไทย แพ้ในคดีดังกล่าวจะต้องเสียค่าเสียหายหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่างบประมาณดังกล่าว เป็นงบประมาณจากภาษีของเรานะคะ

ประเด็นต่อมาที่ดิฉันอยากจะพูดต่อไปนะคะ คือกฎหมายที่ออกมาในยุคของ คสช. ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือผลพวงของการทำรัฐประหาร นี่คือมรดกของ คสช. ที่ควรจะ ถูกทบทวน เยียวยา ทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้กับประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดหรือละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในยุคของ คสช. ดิฉันเชื่อว่าหลายคนยังจำได้ค่ะ ได้มีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ขึ้นมา เพื่อร่างกฎหมาย เพื่อผ่านกฎหมาย เราพบว่ามีกฎหมายจำนวน ๔๔๔ ฉบับ ด้วยกันที่ผ่านโดย สนช. หลายท่านอาจจะมองว่าก็เป็นเรื่องดีหรือเปล่าที่มีการตั้ง สนช. ขึ้นมาทำงาน แต่ลองมองย้อนกลับไปนะคะ เราจะพบว่า สนช. ทุกคนล้วนแล้วแต่มาจากการ แต่งตั้งของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือหัวหน้าคณะรัฐประหาร ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมี ปัญหาในเรื่องของความชอบธรรมทางประชาธิปไตย การขาดความยึดโยงกับประชาชน ซึ่งในบรรดากฎหมายดังกล่าวที่ออกมา จำนวนหนึ่งเลยพบว่ามีปัญหาในเรื่องของการละเมิด สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ได้แก่ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ. การออกเสียง ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๙ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ฉบับที่ ๒ พ.ร.บ. ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ (Cyber) กฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้เป็นกฎหมาย ที่ประชาชนได้รับผลกระทบและเป็นกฎหมายที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้ในช่วงเวลาที่มีการทำ รัฐประหาร นอกจากนั้นก็ยังมีกฎหมายอีกจำนวนหนึ่งที่ส่งผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่น พ.ร.บ. แร่ พ.ร.บ. แรงงาน เป็นต้น

อีกประเด็นหนึ่งเลยที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง สถาบันทางการเมือง เช่น พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาประชาชนคน หนุ่มสาวในนามราษฎรได้ออกมาต่อสู้เรียกร้องโดยเอาตัวเข้าเสี่ยง ทั้งเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ทั้งทนายอานนท์ นำภา ไผ่ จตุภัทร์ เพนกวิน พริษฐ์ ไมค์ ภาณุพงศ์ เบนจา อะปัญ และล่าสุดเมื่อวานค่ะ รุ้ง ปนัสยา