ขจิตร ชัยนิคม อภิปรายเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 159 และมาตรา 272 โดยเน้นว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีควรสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย ไม่ควรมีการยกเว้นให้วุฒิสภาเข้ามามีบทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมตั้งคำถามถึงความขัดแย้งในการใช้อำนาจทางการเมืองและวิพากษ์บทบัญญัติที่จำกัดบทบาทของ ส.ส. จนไร้ศักยภาพในการแก้ปัญหา จึงเรียกร้องให้คืนอำนาจการเมืองสู่ผู้แทนราษฎรเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ย้ำถึงความจำเป็นในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีผ่านสภานิติบัญญัติเพียงฉบับเดียว
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พรรคเพื่อไทยฉบับที่แก้ไขมาตรา ๑๕๙ แล้วก็มาตรา ๒๗๒ ท่านประธานครับ สาระสำคัญ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ เขากำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่ใน บัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ซึ่งเสนอโดยพรรคการเมือง แล้วก็นายกรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ โดยเฉพาะ (๖) ซึ่งของมาตรา ๑๖๐ (๖) ได้อ้างอิงไว้ว่านายกรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๙๘ มาตรา ๙๘ เป็นคุณสมบัติ เป็นข้อห้ามที่บุคคลที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้ไม่ให้สมัครผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเขาอาศัย มาตรานั้น เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเขาก็มีปัญหามาตรา ๙๘ (๑๕) เพราะว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญต้องหาวิธีพิจารณาว่าไม่ใช่ อันนั้นคือที่มา รัฐธรรมนูญที่เขียนไว้วรรคแรก มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง เขาเขียนว่าการเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรีต้องเสนอโดยสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ รับรอง เขียนไว้อย่างนี้ ส่วนวรรคสามเขาเขียนไว้ว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเกินกึ่งหนึ่ง อันนี้คือ มาตรา ๑๕๙ ที่เขียนไว้ในปัจจุบัน แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเขามีประชามติบอกว่าเห็นด้วยไหม ในระหว่างเปลี่ยนผ่านจะต้อง ให้มีท่านสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ สภาให้ความเห็นชอบ มาตรา ๒๗๒ เขียน ยกเว้นมาตรา ๑๕๙ เฉพาะวรรคแรกกับวรรคสาม ส่วนวรรคสองไม่ได้เขียนยกเว้นไว้ ท่านประธานครับ วันที่เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่สภานี้ยังไม่เปิด ผมเป็นคนท้วงว่าวิธีการเสนอ นายกรัฐมนตรีนั้นไม่ถูกต้องตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสอง ก็ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของที่เราได้ นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็มาแบบใช้คำว่า อภิสิทธิ์ เพราะท่านเคยยึดอำนาจมา ท่านก็เคยเหลิง อำนาจเพราะว่ายึดอำนาจจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็ไม่มีใครหืออืออะไร ท่านก็อยู่ มา ๖-๗ ปีก็มาดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่พรรคเพื่อไทยแก้นี้เพื่อจะแก้ว่าเรื่องที่ ยกเว้นตามมาตรา ๗๒ นี้ไม่ต้องหรอก ให้ยกเลิกไป ผมจะไม่พูดถึงตัวบุคคล ถึงกลุ่มบุคคล ให้เจ็บปวดหัวใจ แต่ว่าโดยหลักการในอารยประเทศเขาไม่มีการที่จะให้บุคคลที่เป็นสมาชิก วุฒิสภามาเลือกตามมาตรา ๒๗๒ พรรคเพื่อไทยจึงเสนอให้ตัดออกทั้งมาตรา ก็มีเท่านั้น ถ้าจะถามว่าแก้ไขครั้งนี้เพื่อใคร ท่านประธานครับ ถามกันทำไม ไม่รู้หรืออย่างไรว่าลักษณะ ของเผด็จการปกครองประเทศทำให้ประชาชนทุกยากเดือดร้อน กึ่งเผด็จการก็ยังทุกข์ยาก เดือดร้อน ยิ่งเผด็จการใหม่เท่าไรก็ทุกข์ยากเดือดร้อนเท่านั้น บางประเทศเอาชีวิต แทบไม่รอด ประเทศเพื่อนบ้านเราเห็นอยู่ไม่ต้องพูดอะไรมาก ส่วนประเทศเรามันเป็น ระยะที่ ๒ ระยะที่เปลี่ยนผ่านจากการยึดอำนาจหรือใช้คำว่า เผด็จการ ที่เขาว่าทั่วไป ท่านประธานครับ ใครในสภานี้ถามว่าจะแก้ทำไม ทำเป็นไม่รู้ ไม่รู้หรืออย่างไรว่า อารยประเทศทั่วโลกเขาปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ประชาชนอยู่ดีเป็นสุข มีชีวิตได้รับความเคารพเกรงใจจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แล้วนายกรัฐมนตรี ที่มาจากเผด็จการหรือกึ่งเผด็จการเคารพประชาชนไหม เคารพหรือเปล่า ถ้าประเทศนี้ แก้ปัญหาโควิด (COVID) ด้วยวัคซีนประเทศที่ทุกข์ยากเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าก็ต้อง แก้ปัญหาโดยทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ถามกันทำไมหนักหนาแก้เพื่อใคร ก็แก้เพื่อ ประชาชนทั้งนั้น ท่านประธานครับ ในประเทศทั่วโลกที่ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข นายกรัฐมนตรีอ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพเรียบร้อยต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีลักษณะเหมือน เห็นสภาผู้แทนราษฎรเหมือนทหารเกณฑ์เขาเป็นประชาธิปไตยนะครับ ส่วนประเทศ เผด็จการ กึ่งเผด็จการ ก็จะมีลักษณะผู้นำเหมือนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พูดชัด ๆ เลย วันนี้ไม่มา ถ้ามาจะพูดให้ชัดกว่านี้ เพราะฉะนั้นเราแก้มาตรานี้ เพื่อที่จะให้เจตนารมณ์ของ ประชาชน ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูดเอง นี่คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้เมื่อ วันที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ในขณะที่ทำ ประชามติเสร็จแล้ว ทำประชามติเมื่อวันที่ ๓๑ นี้ ว่าที่คณะร่างรัฐธรรมนูญนำมติของประชาชนมาเขียนในมาตรา ๒๗๒ ถูกหรือยัง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยครับ มี ๑๙ หน้า แล้วก็เขียนบอกด้วยว่าที่คณะกรรมการร่าง รัฐธรรมนูญเขียนไว้ในบางส่วนไม่ถูกต้อง ให้แก้ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น บอกว่าระยะ ๕ ปีแรกต้องเริ่มนับจากการมีรัฐสภา ไม่ใช่เริ่มนับจากการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมการร่างเขียนว่าเริ่มจากผู้แทนราษฎรชุดแรก นี่เขาให้แก้ เสร็จแล้วท่านประธาน ครับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญบอกชัดเจนว่าในวรรคสองเขาไม่ยกเว้น ในวรรคสองไม่ ยกเว้นก็คือ ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีโดยการเสนอในสภาผู้แทนราษฎร เลือกจากบัญชี มาตรา ๘๘ ของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังเคารพ ก็ทรงไว้ เพราะว่า กกต. ได้ประกาศกับประชาชนแล้วว่าพรรคไหนจะเลือกใครเป็น นายกรัฐมนตรี ๑ ๒ ๓ พรรคเพื่อไทยก็เสนอ ๓ ท่าน นี่เขาเอาไปโชว์กับประชาชนแล้ว เราก็ไม่แก้ครับ แต่เราแก้เพิ่มขึ้นว่า เราไม่เห็นด้วยกับเอาบุคคลนอกมา แต่ว่าระยะที่เปลี่ยน ผ่านนี่เราให้อยู่ยังไม่แก้วันนี้ จนกว่าจะครบเลือกได้ แต่ว่าเรายกเว้น เราไม่เอามาตรา ๒๗๒ คือเอามาใช้ไม่ได้แล้ว ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการเสนอชื่อคนที่เป็น นายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสอง ต้องทำโดยสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นจึงมา เสนอรัฐสภาเพื่อที่จะให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๒๗๒ ซึ่งยกเว้นมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม มาตรา ๑๕๙ วรรคสาม เขาเขียนเป็นตัวหนังสือว่า ให้คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีมาจากความ เห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ๕ ปีนี้ เขาให้ใช้ มาตรา ๒๗๒ แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ยังเขียนอีกว่าคณะกรรมาธิการร่างไปเขียนบอกว่า การที่จะได้รับการยกเว้นไม่เอาคนในบัญชีตามมาตรา ๘๘ ให้สภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่ง เป็นคนเสนอ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วบอกว่าไม่ใช่ ให้ไปเขียนใหม่ ให้สมาชิกสภาทั้งสอง เป็นคนเสนอถึงจะมาตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนบอกว่าให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ นี่คือที่มา นี่คือความเป็นไป รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ ไม่ได้เขียนง่าย ๆ เขียนโดย คณะกรรมการร่าง เสร็จแล้วส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญถามความเห็น คณะปฏิรูปประเทศ ถาม สนช. ถามคณะรัฐมนตรี จึงออกมาเป็นแบบนี้ ถามว่าเดือดร้อน อะไรนักหนา อยู่จะครบ ๕ ปีแล้ว ไม่ต้องแก้ได้ไหม ไม่ต้องแก้ก็ได้เราอยู่มาก็ไม่แก้อย่างไร แต่ว่าจะรออยู่ทำไมถ้ามีโอกาสแก้ มันคือความผาสุกของประชาชนที่เขาจะได้เลือก นายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน ที่มาจากอาณัติของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังเขียนไว้ อยู่เลย บอกว่าเพื่อสนองเจตนารมณ์ประชาชนที่เขาเลือกผู้แทนมา เพื่อโยงใยและเป็น พื้นฐานให้ความเคารพประชาชน ท่านประธานครับ เขาบอกว่าอย่างน้อยตัวแทนของ ประชาชนทำให้นายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องการให้มีการเสนอชื่อบุคคลแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีจากผู้ที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนี้คือคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญหน้า ๑๐ จากคำวินิจฉัยที่ผมกล่าวมาแล้ว เขาเขียนบอกว่า ซึ่งเป็นตัวแทน ประชาชน ทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนที่สะท้อนให้เห็น ถึงความไว้วางใจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ เพราะก่อนการเลือกตั้ง ประชาชนได้ทราบรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เห็น ไหมครับ เพราะการยึดโยงกับประชาชน ประเทศที่เขาเป็นประชาธิปไตยเขาให้เกียรติ ผู้แทนราษฎร คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องให้เกียรติผู้แทนราษฎรถึงจะสะท้อนปัญหานั้น ถามว่าถ้าเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีจากการแก้ไขของพรรคเพื่อไทยแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ก็ได้นายกรัฐมนตรีที่เคารพประชาชน ทำไมจะไม่เคารพ เพราะไปจากผู้แทนราษฎร คุณแสดงการยโสโอหัง ดูถูกคนอื่น เที่ยวหน้าคุณก็ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎร คือเจ้าของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะออกจากมาตรา ๑๕๙ ไปกับ มาตรา ๒๗๒ ไปร่วมแลกเปลี่ยนสนทนากับการอภิปรายในสภานี้ในบางเรื่อง ซึ่งไม่มีใครกล้า แสดงความเห็นที่แตกต่าง แต่ผมจะแสดงความเห็นนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากถามไปยัง ท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภา ทั้งฟากที่เป็นผู้แทนราษฎร ทั้งฟากที่เป็นวุฒิสมาชิก ถามจริง ๆ เถอะเวลาเราตั้งพรรคการเมือง เวลาเราต้องการเป็นรัฐบาล เวลาต้องการ หัวหน้าพรรคเราไปเป็นนายกรัฐมนตรี การตั้งพรรคการเมืองเราต้องการอำนาจทางการเมือง ใช่หรือไม่ พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. มากที่สุดต้องมี ส.ส. ยกมือให้คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ แล้วพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้น ไม่ว่าพรรคใดก็ตามเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว มีหัวหน้าพรรค มีคนของตัวเองไปเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องบริหารบุคคลหรือ ต้องดูแลบังคับบัญชาคน ทั้งประเทศใช่ไหม ตั้งรัฐมนตรีไปดูแลกระทรวงต่าง ๆ ต้องดูแลคน บริหารบุคคลได้ใช่หรือไม่ ถ้าตอบว่า ใช่ เอาไว้ก่อน เมื่อได้บริหารคนแล้ว มีการตั้งงบประมาณก็ต้องบริหารงบประมาณ ใช่หรือไม่ ถ้าตอบว่า ใช่ แล้วทำไมล่ะ แล้วทำไมรังเกียจอำนาจนักการเมือง มากันผิดทาง หรือเปล่า ไม่ว่าใครอภิปรายในสภา ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลที่บอกว่าให้ ส.ส. มาตรา ๑๔๔ อะไรนี่ไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ไปเกี่ยวข้องกับบุคลากร พอโดนสื่อ โดนใคร แสดงความไม่เห็นด้วยก็ถอย แล้วมาตามกระแส มาเที่ยวด่าผู้แทน ด่าไปทำไม วันนี้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เขียนแบบนั้น ไม่แก้ไขมาตรา ๑๔๔ คิดหรือว่าผู้แทนฝ่ายรัฐบาล เขาจะไม่ได้งบประมาณจากรัฐมนตรี จริงหรือ ไหนใครสักคนออกมายืนยันสิว่าไม่มีใคร ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลได้รับงบประมาณจากการเอื้อเฟื้อของรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเลย จริงหรือ จริงหรือที่การแต่งตั้งตำรวจยศต่าง ๆ ไม่ได้รับการชี้จากนายกรัฐมนตรี จริงหรือ ถ้า ไม่จริง แล้วเลิกพูดกันได้ไหม สมัครผู้แทน คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีไม่สามารถรับความ ต้องการที่ ส.ส. พรรคตัวเองส่งมาจากพื้นที่เพื่อบริหารจัดการเกี่ยวกับบุคคล เพื่อบริหาร เกี่ยวกับงบประมาณ จริงหรือ ที่บอกว่าไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ อุดมคติที่ไม่อยู่บนความจริง อย่ามาพูดกล่าวหากันในสภานี้ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรทำอะไรได้ เพราะมาตรานี้ห้ามทุกอย่าง ผมก็ทำได้ แต่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุโลม ให้ผมปรึกษา ๒ นาที ๒ นาที ผมบอกถนนเส้นโน้น เส้นโน้น อำเภอสร้างคอมเละมาก ท่านประธานก็เขียนหนังสือไปหารัฐมนตรี รัฐมนตรีก็มารับปากผมบอกว่าจะจัดให้ ทุกวันนี้ยังไม่จัดเลย ชาวบ้านมาร้องอีก บอกให้ผมไปพูดอีกผมก็พูดมากไม่ได้ มันจะผิด กฎหมายมาตรานี้ นี่หรือการเมืองที่จะต้องสนองตอบต่อประชาชนได้ มันสนองตอบต่อ ประชาชนไม่ได้ ผู้แทนราษฎรไร้อำนาจแม้แต่เรื่องจะเสนอบุคคลหรือทำอะไรที่ดีเด่นทำไม่ได้ ผมไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วยกับความเป็นจริงวันนี้ คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่เป็นรัฐมนตรี บริหารบ้านเมืองต้องบริหารบุคคลได้ ไม่เคยได้ยินหรือว่าประเทศประชาธิปไตยที่เรานับถือ อันดับ ๑ อันดับ ๒ ของโลก เวลาเขาเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้วเขาเปลี่ยนตำแหน่งบริหาร ใหญ่ ๆ ทั้งประเทศเป็น ๘,๐๐๐ ตำแหน่ง แล้วกำลังทำประชาธิปไตยตามอารยประเทศหรือ ว่าประชาธิปไตยของข้าพเจ้า ซึ่งห่างจากความเป็นอารยะเหลือเกิน สุดท้ายตอบอีกครั้งหนึ่ง ว่าแก้ไปทำไมรัฐธรรมนูญ แก้ไปเพื่อให้ประชาชนเป็นใหญ่ แก้ไปเพื่อให้นักการเมืองคนที่เป็น นายกรัฐมนตรี คนที่เป็นรัฐมนตรี คนที่เป็น ส.ส. ไม่ได้ดูถูกประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ถึงได้นายกรัฐมนตรีที่กู้เงินไปแล้ว ๑ ปี เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ มีงบประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขให้กู้มา ทำอะไรอยู่ล่ะ เดี๋ยวนี้ยังไม่ฉีดวัคซีนเลย เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาโควิด (COVID) ต้องฉีดวัคซีนเร็วที่สุด เปิดประเทศเร็วที่สุด แต่การแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน ประชาธิปไตยต้องแก้ให้นายกรัฐมนตรีมาจาก การเลือกตั้งของผู้แทนราษฎร เอาอำนาจของประชาชนคืนมา บรรพบุรุษผมในภาคอีสาน เขาตะโกนก้องในยุคเผด็จการว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ขออนุญาต ท่านประธานเปล่งเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษของคนอีสาน เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ขอบคุณครับ