สิริพงศ์ สนับสนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญ ประกันรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้ประชาชนได้รับรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่อาจทำให้แรงงานตกงานและสูญเสียกำลังซื้อ โดยหารือถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และเสนอให้พิจารณาแนวทางประกันรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า พร้อมยกตัวอย่างการทดลองใช้ในต่างประเทศและเสนอแนวทางการระดมทุนเพื่อสนับสนุนนโยบายนี้อย่างเป็นรูปธรรม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้ครับ อภิปรายสนับสนุนร่าง ฉบับที่ ๗ มาตรา ๕๕/๑ ซึ่งเสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะ โดยร่างฉบับที่ ๗ นี้ มีเนื้อหาสาระสำคัญคือว่า รัฐต้องจัดให้ประชาชนได้รับรายได้พื้นฐาน ถ้วนหน้าอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง สาเหตุที่เรายื่นร่างฉบับนี้ เนื่องจาก ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าสังคมไม่ใช่เฉพาะสังคมไทยครับ แต่เป็นสังคมของโลกใบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งการเปลี่ยนแปลงของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วันนี้เรามีคำถามจากประชาชนจำนวนมากครับว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้มาทดแทนแรงงานมนุษย์แล้ว มนุษย์จำนวนมากที่จะต้องตกงาน เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ต่อไปคนทำงานในโรงงานจะมีเครื่องจักรมาแทน ต่อไปคนขับ รถยนต์ รถยนต์จะสามารถขับได้อัตโนมัติ ต่อไปอะไรที่เคยใช้มนุษย์ทำงานจะเปลี่ยนไปใช้ เทคโนโลยีมากขึ้น เราจะช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างไร ปัญหานี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่าคนตกงานครับ แต่ปัญหานี้มันยังลามไปถึงว่าเมื่อคนเหล่านี้ตกงานแล้ว กำลังซื้อมหาศาลมันกำลังจะหายไป จากโลกนี้ จะทำอย่างไรนี่คือ ๑ ในปัญหานั้น

๒. ปัญหาความเหลื่อมล้ำครับ วันนี้เราเห็นว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำที่นับวัน ยิ่งจะทวีความรุนแรง คนรวย รวยมาก ๆ จำนวนน้อยลง ๆ ในขณะที่คนจนจำนวนมากขึ้น ๆ และดูไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายสถานการณ์เหล่านี้ได้เลย จึงมีแนวคิดนี้ขึ้นมาครับแนวคิด ที่บอกว่า ต้องมีการประกันรายได้ให้กับประชาชนทุกคนอย่างถ้วนหน้า หรือที่ท่านภราดร ที่ท่านศุภชัยได้พูดไปก่อนหน้านี้เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่ายูบีไอ(UBI) ยูนิเวอร์แซล เบสิก อินคัม (Universal Basic Income) เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมา ในโลกนี้ ๕๐๐ ปีที่แล้ว แต่กลับมีคนหยิบยกขึ้นมาพูดเรื่องนี้เร็ว ๆ นี้จำนวนมากเพราะ สถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้เห็นว่าโลกหมุนเร็วกว่าที่เขาเคยคิด แล้ววันนี้นักคิด ในยุคปัจจุบันนี้ที่นำเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา คนที่ ๑ ที่ผมพอจะยกตัวอย่างได้ ก็คือมาร์ก ซักเคอร์ เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ก็คือผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ท่านประธานและ ที่ประชาชนทางบ้านใช้เล่นดูข่าวสารอยู่ในเฟซบุ๊ก (Facebook) ปัจจุบัน เขาก็บอกว่าถึงเวลา แล้ว ที่โลกจะต้องเอานโยบายยูบีไอ (UBI) มาใช้ คนที่ ๒ ครับ ถ้าคนรุ่นใหม่ก็น่าจะรู้จักดีนั่น ก็คืออีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งผลิตรถไฟฟ้าที่เร็วที่สุด ดีที่สุด เสนอแนวคิดเรื่องไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) คือการ เดินทางผ่านท่อระบบสุญญากาศที่เร็วที่สุด คือคนเหล่านี้เขาบอกว่าวันนี้ถึงเวลาที่รัฐจะต้อง เอานโยบายเรื่องยูบีไอ (UBI) กลับมาใช้แล้ว กลับมาพิจารณาแล้ว จึงเป็นที่มาของว่า ทำไมในปัจจุบันนี้ ในหลาย ๆ ประเทศมีการพูดถึงและมีการนำมาใช้กัน ฟังมาถึงตรงนี้ ท่านสมาชิกหลายท่านอาจจะกังวลใจแล้วครับ บอกว่าแจกเงินอีกแล้วหรือ แต่ต้องกราบ เรียนครับ สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ ปี ๒๕๑๙ รัฐในสหรัฐอเมริกาคือรัฐอะแลสกาได้ทดลองนำเงิน จากกองทุนน้ำมันที่รัฐอะแลสกาสามารถเก็บได้มาแจกจ่ายให้กับคนในเมืองนั้นทั่วทั้งเมือง อย่างทั่วถึงตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ นะครับ ๔๔ ปีที่แล้ว ประเทศฟินแลนด์ได้มีการเริ่มทดลองใช้ นโยบายนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ยูบีไอ (UBI) หรือรายได้ถ้วนหน้าเพื่อ ประชาชนจะให้อะไรกับประชาชนบ้าง อย่างที่หนึ่งครับ หลักคิดของยูบีไอ (UBI) ก็คือ แจกจ่ายกับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีเงื่อนไขและต้องเป็นรูปแบบของเงินสด เท่านั้น เพราะคนที่จะรู้ว่าเงินนั้นจะเอาไปใช้อะไร ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับผู้รับ แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่า เขาจะให้เยอะจนเกินไป เขาให้เพียงเพื่อสามารถให้คนผู้นั้นสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ มีเงินเพียงพอต่อการกินข้าว ซื้อยา ซื้อเสื้อผ้า หาที่นอน ให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ ในสังคมได้ อย่างที่ ๒ ครับ คนมีฐานะมักจะถามกันว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี แต่คนไม่มีเงินเขา ไม่ได้พูดแบบนั้นครับ เขาถามว่าเย็นนี้จะมีอะไรกินไหม นี่คือหลักคิดของยูบีไอ (UBI) ว่า ประชาชนที่ได้รับยูบีไอ (UBI) นั้นจะได้อะไรบ้าง แต่ความท้าทายของเรื่องนี้มีครับ ความท้าทายของเรื่องนี้มีเยอะมาก คำถามที่ท่านสมาชิกต้องถามแน่นอนว่าแล้วเอาเงินมา จากไหน ผมจะตอบในตอนท้ายของความท้าทายเหล่านี้นะครับ มีคนบอกว่าถ้าเขาได้รับเงิน มาเปล่า แล้วจะใช้เงินไม่มีวินัยหรือไม่ ถ้าเขาได้รับเงินมาเปล่าแล้วเขาจะขี้เกียจทำงาน หรือไม่ เรื่องเหล่านี้มีงานวิจัยครับ เรื่องเหล่านี้มีงานวิจัยรับรองมาว่าในบางประเทศอย่าง ประเทศฟินแลนด์เขาบอกว่าเมื่อคนได้รับเงินยูบีไอ (UBI) แล้ว ประสิทธิภาพในการทำงาน สูงขึ้น เนื่องจากมีความเครียดลดลง คนที่ได้รับเงินรายได้พื้นฐานขั้นต่ำแล้วเขาสามารถ ที่จะไปทำอาชีพที่เขารัก เขาสามารถที่จะไปทำอาชีพอิสระได้ เพราะเขาไม่ต้องมาพะวง ว่าเย็นนี้ฉันจะกินอะไร สิ่งเหล่านี้มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งผมคิดว่าหากเราผ่านเรื่องนี้ไป เราจะต้องใช้เวลาในการศึกษา เมื่อสักครู่คำถามที่ว่าแล้วจะเอาเงินมาจากไหน ก็ต้องกราบ เรียนครับว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจำเป็นจะต้องคิด เพราะเป็นภาระทางการคลังที่หนัก มาก แต่วันนี้สิ่งที่เรายื่นเสนอคือเราอยากจะเสนอเพื่อให้มีการเปิดทางแล้วก็เริ่มคิดกัน ดูกัน เราจะใช้เงินกองทุนได้ไหม เราจะใช้เงินงบประมาณได้ไหม ความท้าทายนี้ไม่ต่างอะไรเลย ครับกับตอนที่เริ่มต้น ๓๐ บาทรักษาทุกโรคเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว คำถามเหมือนกันครับว่าเอาเงิน มาจากไหน บางทฤษฎีเขาเสนอบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราอาจจะลองทำจากสัดส่วนเล็ก ๆ ก่อน ดีหรือไม่ อย่างเช่น ลองดูว่าใครที่มีรายได้ภาษีไม่เข้าเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีนะครับ อาจจะได้รับเงินสนับสนุนจากคนที่เสียภาษีเกินเกณฑ์ โดยมีสูตรคำนวณ หรือที่เขาเรียกว่า เนกาทีฟ อินคัม แทกซ์ (Negative income tax) คือคนที่มีภาษีติดลบ รัฐอุดหนุนเพื่อให้เขา สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครับ ผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ มันเป็นเหมือนอุปสรรคที่ เรายังไม่ทราบว่ามันจะมีทางออกทางไหน แต่ถ้าวันนี้เราไม่ลองก้าว เราไม่เดินออกมาดูก่อน มันไม่มีทางไปถึงที่หมาย ท่านประธานครับเรื่องยูบีไอ (UBI) นี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับสภาแห่งนี้ ภายนอกอาจจะมีกลุ่มผู้คนจำนวนมากที่เขาพูดถึง มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม อย่างเช่น กลุ่มแคร์ (Care) ที่เขาพูดถึงเรื่องนี้อยู่ภายนอกสภาแล้ว แต่วันนี้ ณ สภาแห่งนี้พรรคภูมิใจ ไทยจะขอเป็นพรรคแรกครับที่จะปักธงเรื่องนี้ แล้วเราก็ยืนยันว่าเราก็จะสนับสนุนนโยบาย ลักษณะนี้ในทุก ๆ โอกาส ฉะนั้นวันนี้ ผมต้องขอวิงวอนท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้กรุณา ให้โอกาสกับร่างฉบับที่ ๗ นี้ ได้กรุณาให้การสนับสนุนร่างนี้ แล้วเรามาถกเถียงกัน มาถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไร จะเดินหน้าอย่างไร อย่าเพิ่งเอาปัญหาที่เรายังแก้ไม่ได้มาตัด โอกาส ร่างฉบับที่ ๗ นี้การแก้ไขมาตรา ๕๑/๑ นอกจากจะเป็นการช่วยคนยากจนแล้ว นอกจากจะเป็นการให้รายได้แก่ผู้ยากจนแล้ว ยังเป็นการทำให้คุณค่าของความเป็นคนเท่ากัน ผมจึงขอความกรุณาจากสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับว่าวันนี้เรามาจุดไม้ขีดก้านแรกด้วยกัน ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน