รังสิมันต์ วิจารณ์ร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชี้สืบทอดอำนาจ ผลักดันร่างใหม่ผ่านประชามติ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

รังสิมันต์ โรม วิพากษ์การแก้รัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐว่าเป็นเพียงการปรับแต่งเพื่อสืบทอดอำนาจ โดยไม่จริงจังต่อการปฏิรูป พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับผ่านกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ เพื่อให้เกิดรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนและเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนเอง

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ ท่านประธาน ผมจะพยายามละมุนละม่อมนะครับ หากเปิดประตูบานแรกสำเร็จ หนทาง สู่การจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนก็ไปต่อได้ แต่ก็อย่างที่เราคาดหมายได้จากร่าง แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของพรรคพลังประชารัฐว่าไม่มีเรื่องนี้อยู่ตั้งแต่ต้น แต่ต้องการแก้ บางมาตราให้เป็นไปตามแผนการรวบอำนาจของ คสช. เท่านั้น อย่างระบบเลือกตั้งที่เป็น เหยื่อล่อเพื่อเชื้อเชิญให้เปิดประตูต้อนรับม้าไม้เมืองทรอย ผมรู้นะว่าพวกท่านคิดอะไรอยู่ จะเปลี่ยนเขตเลือกตั้งก็เพราะต้องการให้ กกต. ขีดเส้นแบ่งเขตใหม่ใช่ไหม ท่านประธานครับ กกต. ชุดนี้ถูกเซ็ตซีโร (Set Zero) แล้วตั้งขึ้นมาใหม่ในยุค คสช. เมื่อปี ๒๕๖๑ และในการ เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นสารพัดผลงาน ทั้งบัตรเขย่ง บัตรต่างประเทศที่ส่งมา ไม่ทันเวลานับ ทั้งสูตรคำนวณพิสดาร ทั้งความพยายามเอาผิดพรรคการเมืองแบบเลือกข้าง เลือกฝ่าย สารพัดความไม่โปร่งใสและไร้มาตรฐาน ขีดเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งแบบพิสดาร เพื่อเอื้อให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่นในหลายจังหวัด มีการแบ่ง ตำบลในเขตเลือกตั้ง เอาตำบลนั้นมาอยู่ในเขตนี้ เอาตำบลนี้ไปอยู่ในเขตนั้น ในบางจังหวัด เป็นไปได้อย่างไรที่มีการแบ่งเอาพื้นที่ที่แทบไม่ติดต่อกันเลย จะไปมาหาสู่กันต้องอ้อม ผ่านเขตอื่น ยัดเยียดให้มาเป็นเขตเดียวกันจนได้ ถามว่าทำแบบนี้เอื้อประโยชน์ใคร เอื้อพรรคการเมืองไหน แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ ผมยืนยันว่าผมเคารพในการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน แต่เราต้องยอมรับด้วยว่า มันมีกระบวนการที่พยายามจะบิดเบือนเสียงของประชาชนอยู่จริง ซึ่งมันได้เกิดขึ้นแล้ว ผ่านบรรดากลไกต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุค คสช. หรือบางเรื่องที่เสนอเข้ามาก็เป็นแค่ การแก้เพื่อโกง อย่างการแก้ มาตรา ๑๘๕ ยกเลิกข้อห้าม ส.ส. กับ ส.ว. แทรกแซงก้าวก่าย การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และการไปร่วมใช้จ่ายงบประมาณหรืออนุมัติโครงการต่าง ๆ และแก้ มาตรา ๑๔๔ ยกเลิกการลงโทษ ส.ส. และ ส.ว. ที่ไปแปรญัตติเพิ่มงบประมาณ หรือเพิ่มรายการงบประมาณ เท่ากับว่าต่อจากนี้จะแทรกแซงจะก้าวก่ายก็เชิญทำไป ถ้าโดนจับได้ว่าแอบโยกงบเข้าพื้นที่หรือกลุ่มของตัวเองก็ไม่ว่ากัน ทีหลังไปทำให้แนบเนียน มากกว่านี้ อย่างนั้นใช่ไหมครับ ไม่เอาแล้วหรือครับกับคำว่า รัฐธรรมนูญปราบโกง ที่อวดอ้างกันนักหนา หรือเพราะเป็นตัวเองนั่นล่ะที่โดนด่าจนหูชามากกว่าใครเพื่อน เลยขอ กลับไปสู่วังวนแบบเดิม ๆ ดีกว่าใช่ไหม แล้วที่อ้างกันว่าจะไปแก้ทีหลังผมไม่เชื่อหรอกครับ แค่อ้าปากผมก็เห็นลิ้นไก่พวกท่านแล้ว ส่วน การแก้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพนั้นก็มีแต่เพียงการเติมแต่งในรายละเอียดปลีกย่อย ทั้ง ๆ ที่ระบอบประยุทธ์นี่ล่ะครับที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากที่สุด เพราะหาก เรามีรัฐธรรมนูญที่เคารพต่อเสียงของประชาชน ยกอำนาจของประชาชนและสถาบัน ที่ยึดโยงกับประชาชนให้เป็นใหญ่ ปราศจากกลไกการสืบทอดอำนาจเผด็จการ สิทธิเสรีภาพ ในรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านั้นย่อมได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว แต่หากการแก้รัฐธรรมนูญ ยังเป็นแบบที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมาแบบนี้ ยังแก้รายมาตราเพื่อการสืบทอดอำนาจ ของตัวเอง ต่อให้แก้เรื่องสิทธิเสรีภาพให้ดูสวยงามเพียงใด เมื่อประชาชนออกมาใช้สิทธิ เสรีภาพ ออกมาตั้งคำถาม คัดค้านวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ สุดท้ายพวกเขาเหล่านั้น ก็จะยังคงถูกข่มขู่คุกคาม ถูกกราดฟ้องสารพัดคดี ถูกปฏิเสธสิทธิในฐานะผู้บริสุทธิ์ อย่างที่เคยเป็นมาอยู่ดี การแก้ในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้จึงไม่ต่างอะไร จากไม้ประดับที่คอยหลอกตาประชาชน บดบังไม่ให้เห็นกาฝากที่เป็นใจกลางของปัญหา คอยสูบกินการเมืองไทยต่อไปไม่รู้จบสิ้น ท่านประธานครับ อภิปรายมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่า เราทุกคนในสภาแห่งนี้ต่างรู้ดีว่าที่ทำกันอยู่ในวันนี้ที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายฉบับ หลายมาตรา มันไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร เป็นแค่การปรับแต่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้กลายพันธุ์ ให้ดูดี ให้น่าคบหาเท่านั้น ถามจริง ๆ เถอะครับจะเล่นปาหี่กันแบบนี้ อีกนานไหม ผมและพรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้ทุกคนกลับมาสู่แนวทางการจัดทำ รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยในวันนี้ที่ร่าง พ.ร.บ. ประชามติได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และเตรียมประกาศใช้แล้วนั้น พรรคก้าวไกลเห็นว่าหนทางหนึ่งในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่รวดเร็วและตรงไปตรงมาที่สุดคือการจัดทำประชามติเพื่อถามประชาชนกันไปเลย ว่าต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. ที่ได้รับการเลือกจากประชาชนหรือไม่ หากประชาชนเห็นชอบก็จะได้ไม่เหลือข้ออ้างอะไร ให้ต้องมาหาเรื่องขัดขวางกันอีก รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะจัดทำต้องไม่ใช่การพาประเทศไทย กลับไปที่เดิม แต่ทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า อยากให้รับรองสิทธิเสรีภาพไว้อย่างไร ตลอดจนระบบเลือกตั้งจะเอากันอย่างไรก็ไปว่ากันใน สสร. และเลิกเสียทีกับการพยายาม จำกัดเนื้อหาไม่ให้จัดทำหมวด ๑ และหมวด ๒ อันเป็นการไม่เคารพต่อเจตจำนงของ พี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ประชาชนจะเขียนในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ก็ให้พวกเขาได้รณรงค์และหาข้อสรุปด้วยตัวเอง และสำหรับญัตติแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาร่วมกันเห็นชอบกับการยกเลิกมาตรา ๒๗๒ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดเฉพาะหน้าในการทลายการสืบทอดอำนาจของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และหากปรากฏว่าในท้ายที่สุดญัตติยกเลิกมาตรา ๒๗๒ เพื่อยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรีถูกคว่ำลงอีกครั้ง ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าละครฉากนี้ที่มีนักแสดง ค่าตัวแพงทั้งหลายในห้องนี้เป็นแค่เพียงละครปาหี่ต่อพี่น้องประชาชนเพื่อกินรวบอำนาจของ ประชาชนทั้งกระดานเท่านั้นเอง

สุดท้ายนี้ผมขอให้พวกเราย้อนกลับทบทวนกันอีกครั้งว่าที่ผ่านมาเราอยู่กับ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญโดยฝ่ายผู้มีอำนาจที่ไม่เคยยึดถือในระบอบประชาธิปไตย ไม่เคย เห็นค่าในเสียงของประชาชนมาอย่างยาวนานเหลือเกิน ตั้งแต่การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ เมื่อเกือบ ๑๕ ปีที่แล้ว แล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พอไม่พอใจก็ฉีกอีก แล้วก็ร่างใหม่อีก ซึ่งแต่ละครั้งก็เปลี่ยนแปลงไปเพื่อประโยชน์ต่อการรักษาอำนาจของตัวเองทั้งนั้น พอมา ในวันนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งโดยแก้รายมาตราเพื่อวัตถุประสงค์เดิม ๆ ของตัวเอง พอแล้ว ได้ไหมครับกับการยอมให้พวกเขาทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เลิกเล่นตามเกมส์ (Game) ของผู้ที่ ไม่เคยศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย แล้วหันมาเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในแบบที่ ประชาชนได้เป็นผู้กำหนดและได้รับประโยชน์สูงสุดจริง ๆ หยุดเถิด หยุดทำตัวเป็น หางเครื่องค่าตัวหลักแสนให้กับละครสืบทอดอำนาจของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ฝ่ายเผด็จการ คสช. เสียที ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณครับ