ชวน ชี้แจงไม่รับญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ตามกติกา-คำวินิจฉัยศาล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๔

ชวน หลีกภัย ย้ำถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมายและกติกาในระบอบประชาธิปไตย พร้อมชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถบรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากมีสาระซ้ำกับร่างที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้แล้ว และอาจเท่ากับการยกเลิกรัฐธรรมนูญโดยไม่ผ่านประชามติ จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการตามกฎหมาย รักษาระบบประชาธิปไตยอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นอิสระ

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ก็อนุญาตให้พวกเราได้แสดงความรู้สึกเพื่อจะได้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อทุกฝ่ายนะครับ เพราะว่าผมมีสมมุติฐานว่าพวกเราในที่นี้ส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อมั่นแนวทางประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ทำความเข้าให้ถูกต้องว่าภารกิจของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร ผมว่าก็จะ เป็นประโยชน์ในการทำงานที่เราให้ความยอมรับซึ่งกันและกัน เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ที่ผมพูดกับเราเสมอนะครับ ว่าเราเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย คือฝ่ายออกกฎหมาย เราออกกฎหมายบังคับคนทั่วประเทศ เราต้องเป็นแบบอย่าง ของการเคารพกฎหมาย กฎเกณฑ์กติกา ผมย้ำกับสมาชิกเสมอ เพราะผมเชื่อระบอบ ประชาธิปไตยอยู่ได้ด้วยกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ประชาธิปไตยจะอยู่ไม่ได้ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ กฎหมายไม่มีผลปฏิบัติ กฎหมายไม่มีผลในการบังคับ ประชาธิปไตยก็จะอ่อนแออย่างที่เราเห็น ในบางจุดบางประเด็น อันนี้คือสิ่งที่มีความเชื่อมั่นตลอดมาจนทุกวันนี้ จึงสนับสนุนทุกฝ่าย ให้เคารพกฎเกณฑ์กติกา ทุกฝ่ายในที่นี้แม้กระทั่งมีโอกาสได้พบพร้อมกับท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรประชุมกรรมการสรรหา ซึ่งมีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน เราก็พูดันตรงไปตรงมาขอให้บังคับกฎหมายอย่าง เคร่งครัด ไม่มีการยกเว้น นั่นล่ะประชาธิปไตยถึงจะอยู่รอดได้ ภายใต้ความสับสน ภายใต้ความวุ่นวาย ภายใต้ความรู้สึกนึกคิดที่แตกแยกอะไรกัน แต่กฎหมายจะเป็นตัวตัดสิน ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรคือสิ่งที่ผิด เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าการทำหน้าที่ในที่นี้ก็เช่นเดียวกัน ครับ ผมเรียนเพื่อน ๆ ด้วยความเคารพนะครับว่าเคารพความเห็นทุกฝ่ายครับ เพราะความเห็นทางกฎหมายนั้นหลากหลายเหลือเกิน ท่านเห็นไหมครับอาจารย์ มหาวิทยาลัยวิจารณ์สถาบันศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ความจริงตุลาการเหล่านั้นก็คือ ครูบาอาจารย์ที่สอนอาจารย์เหล่านั้น นี่แสดงว่าความเห็นมันหลากหลาย ผมจึงไม่ได้มี ข้อรังเกียจอะไรเลย ที่มีข้อความคิดที่ต่างจากที่ผมได้ตัดสินใจไปแต่ขอเล่าให้ฟังว่า เวลามีญัตติ มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายหรืออะไรก็ตาม แนวปฏิบัติเป็นอย่างนี้ครับ ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีรองประธาน ๒ ท่าน ผมมอบอำนาจให้รองประธานเกือบทั้งหมด เลย เพราะภารกิจของประธานสภามากมาย ยากที่จะไปนั่งตรวจอะไร ประเด็นญัตติอะไร ทั้งหลาย แม้กระทั่งกระทู้ แม้กระทั่งการอนุมัติเอกสาร หรือเรื่องที่เราขอเสนอนี้รองประธาน จะทำหน้าแทน สำหรับการเสนอกฎหมายนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ก็คือท่านรองประธานสุชาติทำ หน้าที่แทนผมอย่างดีที่สุด ไม่เคยมีข้อบกพร่องผิดพลาดเลย ท่านจะเป็นผู้ตัดสินเบื้องต้น แล้วผมคนสุดท้ายว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ผมไม่เคยตัดสินไม่เห็นชอบที่ท่านเสนอมา แต่กระบวนการในการพิจารณาเวลามีการเสนอกฎหมายเข้ามานั้น ปกติจะมีเจ้าหน้าที่ ของสภาที่เป็นฝ่ายดูแลญัตติเหล่านี้อยู่แล้ว ไม่ต้องผ่านกระบวนการคณะที่ปรึกษากฎหมาย อีกต่างหาก ยกเว้นเรื่องใดที่เห็นว่าสำคัญก็จะให้ฝ่ายที่ปรึกษากฎหมาย ไม่ใช่ของประธาน ของสภา เป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้ควรจะวินิจฉัยว่าอย่างไร กรณีรัฐธรรมนูญ ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านสมพงษ์กับคณะได้เสนอมานั้น เช่นเดียวกันครับเมื่อเบื้องต้น มีการพิจารณามาเห็นว่าบรรจุไม่ได้ ก็ต้องผ่านไปยังกระบวนการที่ปรึกษากฎหมายอีกทีหนึ่ง ว่ามีความเห็นว่าอย่างไร ความเห็นออกมาก็เป็นมติเอกฉันท์ครับ ว่าบรรจุไม่ได้ ข้อเสนอ ถึงผมเป็นคนสุดท้ายให้ความเห็นชอบ ผมก็ดูให้ความเห็นชอบ ก่อนให้ความเห็นชอบดู โดยชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีความประสงค์จะหาเรื่องให้พวกเรามาวิจารณ์ประธานดู โดยความรอบคอบ ขอดูหน่อยสิ ของท่านสมพงษ์กับคณะที่เสนอมา ที่ไม่รับ ไม่บรรจุ เพราะมีหมวด ๑๕/๑ หมวด ๑๕/๑ คืออะไร ประชาชนไม่รู้ครับ หมวด ๑๕/๑ คือการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็มีมาตรา ๒๕๖/๑ มาตรา ๒๕๖/๒ ไปเรื่อย ๆ ที่เป็นร่าง ผมก็บอกว่าขอดูหน่อยสิ ว่าของท่านสมพงษ์กับคณะที่ท่านเสนอมานั้น กับฉบับเดิมที่เคย ตกไปเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นเหมือนกันหรือต่างกัน ผมใช้ความรอบคอบมาก เพราะผมรู้ว่าถ้ามันผิดพลาดมันเสียหาย มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เวลาเสนอญัตติแล้วประธาน จะไม่บรรจุถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ ก็เลยไปตรวจดูด้วยความเคารพครับ หลักการและ เหตุผลเหมือนกัน สาระสำคัญทั้งหมดเหมือนกันหมด ยกเว้นวันเวลาที่กำหนดไว้ต่างกัน เล็กน้อย ฉบับดังกล่าวที่เหมือนกันกับฉบับปัจจุบันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้วว่าการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีหมวด ๑๕/๑ ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ อันเป็นการ แก้ไขหลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิมต้องการปกป้องคุ้มครองไว้ หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลออกมาเสียงประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป นี่คือคำวินิจฉัยตอนหนึ่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนะครับ อาศัยเหตุผลดังกล่าวใน ตอนท้ายจึงวินิจฉัยว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชน ประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับความเห็นอีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือคำวินิจฉัยหลังสุด ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ เหตุผลดังกล่าวนี้เอง ที่เราก็ต้องยึดรัฐธรรมนูญ ที่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล อันนี้คือสาระสำคัญที่กรรมการฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการ กฎหมายของสภานั้นก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประเภทที่ไม่รู้นะครับ คนเหล่านี้เขาจบกฎหมายมา แล้วทำงานอยู่ในนี้มาตลอดระยะเวลา ผมเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อดูความเห็นต่าง ๆ แล้ว ก็เห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวนี้มีผลผูกพันต่อรัฐสภาคือพวกเรา ซึ่งมีความเห็นว่าไม่บรรจุ เพราะถ้าบรรจุ ก็คือการไม่ยอมรับคำวินิจฉัย เพราะเรื่องที่เสนอมาทั้งหมดนั้นก็เหมือน ของเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยมาแล้ว ก็เรียนพวกเราว่า โดยส่วนตัวมีความ ภาคภูมิใจอันหนึ่งก็คือ ๒ ปีเศษที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีใครมายุ่ง มาสั่งประธานว่าต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ ไม่เคย มีบ้างก็คือขอว่าเลิกเร็วหน่อย ประชุมเลิกเร็วหน่อย ดึกมีปัญหา อย่างอื่น ไม่เคยมาแตะต้อง นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมายุ่งอะไรเลยกับการทำหน้าที่พวกเรา เพราะฉะนั้นสมาชิกมั่นใจได้ว่าเวลาผมวินิจฉัยอะไร จะผิดพลาดหรือจะถูกก็ตามนะครับ แต่วินิจฉัยด้วยความสุจริตและด้วยการยึดมั่นในหลักกฎหมายของบ้านเมือง แน่นอน ความเห็นเหล่านี้อาจจะแตกต่างกัน ผมรู้ครับ บางครั้งการตัดสินใจก็สวนทางกับความเห็น พวกเราบางฝ่าย ผมยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีการเสนอเรื่องอภิปรายเกี่ยวกับการถวายสัตย์ ปฏิญาณ พวกเรานึกออกนะครับ ฝ่ายรัฐบาลก็ติงผมว่า เรื่องนี้ศาลวินิจฉัยไปแล้ว ไม่ควรจะ นำมาอภิปราย แต่ผมบอกว่าศาลยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลเพียงแต่ให้ความเห็น ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ให้โอกาสอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติใดก็ตามก็จะยึดแนวปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา เพราะผมรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ท่านไปอ่านดู มาตรา ๒๓๔ สิครับ บุคลากรฝ่าย การเมือง ข้าราชการ ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไปโดยไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ขาดหลักจริยธรรมจะต้องถูก ป.ป.ช. เล่นงาน ผมไม่ต้องการให้ ป.ป.ช. มาสอบผมในการทำผิด เพราะฉะนั้นระมัดระวัง มากในการที่จะตัดสินใจแต่ละเรื่องว่าหลักที่ถูกต้องเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นก็ต้องตัดสินใจ ไม่บรรจุ ด้วยเหตุผลก็คือ แม้ตัวเองไม่อยากให้ใครมาวิจารณ์ในการตัดสิน แต่เมื่อหลัก มันเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเคารพหลักอันนี้ เพราะฉะนั้นพวกเราได้โปรด ร ๒/๒๕๖๔ (สมัยสามัญ เข้าใจด้วยว่าที่ไม่บรรจุ ไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นพิเศษเลย แต่เป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะไม่ ตรงกับท่าน ผมอาจจะผิด ท่านอาจจะถูก ท่านอาจจะผิด ผมอาจจะถูก ก็ไม่มีใครวินิจฉัยได้ แต่ว่าในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานรัฐสภา มีหน้าที่ในการวินิจฉัยครับ ไม่อาจที่จะไปละเลยว่าเรื่องนี้ช่างหัวเถอะ บรรจุเข้าไป ปล่อยให้เขาพอใจแล้วก็ว่ากันไป มันไม่รับผิดชอบถ้าเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องทำด้วยความรับผิดชอบ ด้วยความสำนึกต่อหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ อันนี้เป็นประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง ที่ท่านพิจารณ์ได้ถามเรื่องฉบับประชาชน ไม่มีปัญหาหรอก ครับ ถ้าส่งมาเมื่อไรเราดำเนินการ เหมือนอย่างอาทิตย์ที่แล้วเห็นไหมครับ เมื่อเขาส่งมา ถูกต้องแล้ว เขาเอาบรรจุให้ทันทีเลย เพราะฉะนั้นสภาเราในระบอบประชาธิปไตยอย่างนี้ เราก็ต้องไม่มีอะไรที่ปกปิด ไม่มีอะไรที่ไปลับลมคมใน ต้องทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้น จะอยู่ยาก ผมกราบเรียนด้วยความเคารพทุกคนนะครับ ผมผ่านประสบการณ์ พบเหตุการณ์ ที่ประธานปฏิบัติต่อเราในทางที่ไม่ถูกต้องมาแล้ว ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ตรงนั้นซ้ำรอยอีก ผมจะไม่พูดถึงละครับ แต่ว่ามันมีผลอย่างมากที่ทำให้เรารู้ว่าถ้าฝ่ายนิติบัญญัติเราไม่อิสระ แล้วแต่เขาสั่งมา แล้วทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีกระทั่งทุจริต โกงกันก็มี อันนี้ก็เสียหาย กับส่วนรวมมาก เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยเรื่องนี้ก็วินิจฉัยไปโดยความถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถ้าผมไปท้าทายศาลรัฐธรรมนูญโดยการไม่ปฏิบัติตาม บรรจุเรื่องของท่านเข้ามา เท่ากับผมไม่ยึดความผูกพันในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าผูกพันรัฐสภา ถ้าเป็นเช่นนั้น แน่นอนที่สุดผมทำผิดรัฐธรรมนูญแน่ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องเข้าใจร่วมกันว่าเมื่อเรามีหน้าที่ ต้องตัดสินใจ ตัดสินใจบนพื้นฐานอะไร ก็กราบเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพนะครับว่าผมอยากให้พวกเราได้เข้าใจจุดนี้ อาจจะความเห็นไม่ตรงกับผมไม่เป็นอะไร แต่ขอให้รับรู้ว่าที่ผมตัดสินไปนั้นก็ยึดความถูกต้อง เป็นหลัก ไม่ได้มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องว่าไม่เห็นด้วยกับท่าน หรือเห็นด้วยกับท่าน อย่างที่เคย กราบเรียนแล้วว่า โดยส่วนตัวก็ไม่ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ว่าผมเป็นคนเคารพกฎหมาย บ้านเมือง เมื่อเราอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราก็ต้องเคารพและปฏิบัติตาม ส่วนการแก้ไขนั้น แน่นอน ผมรู้ว่าพวกเราก็เตรียมการกันอยู่ เมื่อมีกฎหมายว่าด้วย การลงประชามติเมื่อวานนี้ผ่านไป ก็มีข้อสังเกตอย่างที่พวกเราเห็นอยู่ว่ามีความคิดเรื่องว่า เรื่องที่จะประชุมร่วมในรัฐสภา ได้ ไม่ได้ มันมีอะไรบ้าง เรื่องนี้มันไม่อยู่ในนั้น ก็มีความคิดใน ข้อสังเกตถึงขั้นว่าจะให้ผ่านทีละสภาถ้าต้องทำประชามติ อันนี้คือประเด็นที่อยากให้ทุกฝ่าย ได้เข้าใจนะครับ ผมก็ขอกราบเรียนสมาชิกเพื่อความเคารพครับ ขอชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้น ให้ท่านได้เข้าใจครับ ท่านสุทินเชิญเลยครับ