มนพร วิจารณ์จัดการชุมนุมช่วงโควิด ชี้รัฐบาลล้มเหลว-เรียกร้องเปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

มนพร เจริญศรี วิพากษ์วิจารณ์การจัดการการชุมนุมของรัฐบาลในช่วงโควิด-19 โดยมองว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ล้มเหลวในการบริหารประเทศและไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องอนาคตที่ดี พร้อมเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบ ยกเลิกการใช้อำนาจฉุกเฉินที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ และยุติการสนับสนุนกลุ่มม็อบตอบโต้ที่ยั่วยุความขัดแย้ง พร้อมเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงและยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างเปิดกว้าง

นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ วันนี้เป็นการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๖๕ ซึ่งเป็นญัตติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี จากญัตติดังกล่าว ทั้ง ๓ ข้อ พลเอก ประยุทธ์ได้อ้างถึงท่ามกลางสถานการณ์โควิค (COVID) การชุมนุมที่ยังคงมี อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์การชุมนุมที่รัฐบาลเข้าไปควบคุมและปราบปราม หากจะถามถึง ความเห็นของดิฉันในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเห็นว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรจะทำอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์การชุมนุมของเด็กและเยาวชนที่กำลังทวี ความรุนแรงขึ้นในขณะนี้ หากรัฐบาลมีความจริงใจในการรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา และนำไปปฏิบัตินั้น ดิฉันเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่บานปลาย แล้วก็จะไม่เป็นประเด็น ในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่ง พลเอก ประยุทธ์และพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้ยื้อเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป ทำให้เงื่อนไขการชุมนุมและข้อเรียกร้องของ เด็ก ๆ นักเรียน นักศึกษาเพิ่มมากขึ้น และวันนี้ดิฉันเชื่อว่าการอภิปรายในสภาวันนี้ยังล้าหลัง กว่าการชุมนุมนอกสภาอีกค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันจะแนะนำอย่างตรงไปตรงมา ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานิดเดียวค่ะ นั่นก็คือ พลเอก ประยุทธ์ต้องลาออกไปในทันที

ข้อ ๒ ถ้าจะต้องแก้รัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว. ต้องยกมือสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสนับสนุน การจัดตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งท่าน พลเอก ประยุทธ์ต้องแสดงจุดยืนว่าท่านสนับสนุนการแก้ไข รัฐธรรมนูญและมีการตั้ง ส.ส.ร. ก็จะมีการแก้ไขญัตติดังกล่าว และได้รับความเห็นชอบจาก รัฐบาลอย่างราบรื่นแล้วก็รวดเร็วค่ะ อย่างไรก็ตามดิฉันขอเน้นย้ำเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เรื่องว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยค่ะที่ พลเอก ประยุทธ์จะต้องนั่งเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะ พลเอก ประยุทธ์ควรจะลาออกในทันที ถ้ารัฐสภาที่อยู่ในขณะนี้ สามารถที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนแก้รัฐธรรมนูญแล้วก็แสวงหาทางออก ดิฉันเชื่อมั่นว่าถึงแม้ ท่าน พลเอก ประยุทธ์จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่รัฐสภาก็ยังสามารถดำเนินการ ไปได้ เพราะจากคำแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีในการออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อค่ำของวันที่ ๒๑ ตุลาคม ท่าน พลเอก ประยุทธ์บอกว่าเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อมั่น ในระบบรัฐสภา และขอให้ผู้ชุมนุมได้ใช้รัฐสภาเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมือง ดิฉันเชื่อมั่นว่าการฝ่าวิกฤติทางการเมืองครั้งนี้ท่านประยุทธ์จะยืนอยู่บน หลักการไปได้ตลอด แล้วก็ไม่ตระบัดสัตย์ชิงการยุบสภาหนีปัญหา ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพียงเพื่อให้กติกาการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หรือเป็นช่องทาง ให้ตัวเองได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวท่านก็ไม่ควร จะใช้กำลังทหารเข้ามายึดอำนาจแล้วก็ฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นเผด็จการยิ่งกว่าเดิม นั่นก็เท่ากับว่าซ้ำร้ายซ้ำเติมประเทศให้มีความหนักหนาสาหัสเกินที่ จะเยียวยา ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้น พลเอก ประยุทธ์ก็ควรจะเลิกอ้างได้แล้วค่ะว่า จะต้องอยู่บริหารประเทศต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง แก้ไขปัญหาโควิด (COVID) แล้วต้อง รับมือกับปัญหาน้ำท่วม เพราะประเทศไทยยังไม่มีคนดีที่มีความสามารถ ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทย ยังมีคนดี คนเก่ง อีกเยอะที่จะสามารถทำงานแก้ไขปัญหาประเทศได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาลควรจะเลิกอ้างได้แล้วด้วยว่าในการปกป้องสถาบันนั้นจะต้องมี พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีแค่นั้น เพราะคนไทยส่วนใหญ่มีความเคารพเทิดทูน สถาบัน และพร้อมที่จะปกป้องสถาบันคงอยู่กับประเทศไทย ไม่ได้มีแค่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้นที่รักและเคารพสถาบัน และท่านก็ควรจะแยกความขัดแย้งทางการเมือง ออกจากสถาบันเช่นเดียวกัน ท่านอย่าผูกขาดสถาบันไว้เพียงฝ่ายเดียว เพราะนั่นไม่ใช่ เป็นการกระทำที่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันนึกถึงประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย เรื่องของพันท้ายนรสิงห์ค่ะ พันท้ายนรสิงห์เป็นนายทหารเสือกล้าที่ได้ปกป้องขบวนเรือเสด็จ ของพระราชาทหารเสือสมัยพระเจ้าเสือ พันท้ายนรสิงห์ดูเรือพระที่นั่งที่ท่านเสด็จไป ที่มีคลองคดเคี้ยวและไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ทำให้พันท้ายนรสิงห์คิดว่านั่นก็คือการที่ไม่สามารถ อารักขาได้ ท่านจึงเสนอให้มีโทษถึงประหารชีวิต เฉกเช่นเดียวกันค่ะ วันนั้นที่ขบวนเสด็จ พลเอก ประยุทธ์ปล่อยให้ขบวนเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จผ่านโดยที่ท่านไม่ได้ คิดถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น และท่านก็ใช้อำนาจเหล่านั้นไปลงโทษตำรวจยศเล็ก ๆ แต่ท่านปัด ความรับผิดชอบเหล่านั้น ซึ่งดิฉันถือว่าสิ่งเหล่านี้เทียบเคียงกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นั่นก็คือพันท้ายนรสิงห์เปรียบเสมือน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ควรจะได้พิจารณา ตัวเอง แล้วก็รับผิดชอบต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้นในขบวนเสด็จที่ผ่านมา ซึ่งท่านได้บรรจุเรื่องนี้ ในการเสนอญัตติเปิดอภิปรายวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าเราจะทำใจให้เป็นธรรม วันนี้ พลเอก ประยุทธ์ควรจะนำใบลาออกไปถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นต่อขบวนเสด็จค่ะ

ต่อมาท่านประธานคะ ถึงอย่างไรก็ตาม พลเอก ประยุทธ์ก็ยังยืนยันว่าไม่ลาออก ท้ายที่สุดก็ยังท้าทายผู้ชุมนุมออกมาว่าการที่ท่านเกณฑ์ม็อบ (Mob) ออกมาชนม็อบ (Mob) แล้วสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่หลงทาง การเปิดอภิปราย ในวันนี้ดิฉันไม่เชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้เพราะท่านไม่ได้เปิดใจรับฟัง อีกทั้งสาเหตุ สำคัญที่ม็อบ (Mob) ออกมาวันนี้เพราะเขาเชื่อว่ารัฐบาลที่บริหารประเทศที่ผ่านมาล้มเหลว ในทุก ๆ มิติ ไม่ว่ามิติทางด้านสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ แล้วก็ ๒ มาตรฐานจนทำให้ พี่น้องประชาชนคนไทยทนไม่ไหว และเด็ก ๆ เหล่านั้นก็ออกจากบ้านมาต่อสู้ พวกเขามี ความเชื่อว่าตราบใดที่ประเทศไทยยังมี พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เขาเติบโต เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา บ้านเมืองก็จะมีแต่ความมืดมน และถ้าปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีอนาคต พวกเขาจึงขอกำหนดอนาคตของพวกเขาเอง ยอมเสี่ยงคุก เสี่ยงตะรางออกมาเพื่อต่อสู้ เพื่อให้ได้อนาคตที่ดีกว่า โดยยอมเอาอิสรภาพของ ตัวเองเข้าแลกค่ะท่านประธาน

จากวิธีคิดของพวกเขาก็เป็นวิธีคิดของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากโจรผู้ร้าย ทั่วไป แต่วันนี้พวกเขารู้ว่าเขาต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐ อำนาจรัฐที่หมดความชอบธรรม ในการบริหารประเทศ ดังนั้นการยุติปัญหาที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ควรใช้วิธีเดียวกันที่ท่าน ปราบปรามโจรผู้ร้าย ท่านต้องใช้หลักของนิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์คู่กัน จากเหตุการณ์ การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒ ครั้งที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถ ประกาศใช้กฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ท่านออกมาเพราะไม่มีใครฟังท่านค่ะ ในที่สุดรัฐบาล ถึงมีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ก็สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นที่มีการประกาศฉุกเฉิน เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ดิฉันจะพูดต่อไปค่ะ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จะรับผิดชอบ เรื่องนี้อย่างไร ที่อำนาจประกาศข้อกำหนดนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลใช้ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๑ ในเรื่องของพระราชกำหนดในการบริหารราชการแผ่นดิน เข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน เพราะที่พี่น้องประชาชนออกมาชุมนุมนั่นก็คือขับไล่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านเข้ามาด้วยการยึดอำนาจส่งผ่านไปถึงรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย นอกจากนั้นค่ะท่านประธาน การประกาศภาวะฉุกเฉินก็ใช้อำนาจละเมิดสิทธิและเสรีภาพ แสดงความคิดเห็นเสรีภาพของสื่อสารมวลชน ตามมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ แต่ในที่สุดรัฐบาลก็ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นได้

ท่านประธานคะ นอกจากนั้นการประกาศภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินก็เป็น การออกคำสั่งโดยมิชอบแล้ว ยังเป็นการเจ็บช้ำน้ำใจให้กับผู้ชุมนุมอีก เพราะผู้ชุมนุมเด็ก ๆ เขามีความรู้สึกว่าเขาถูกอำนาจรัฐรังแก แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลคิดได้อย่างไรคะ จัดม็อบ (Mob) ออกมาชนม็อบ (Mob) นำไปสู่การทำร้ายผู้ที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาล ก็จะเห็นว่า ในต่างจังหวัดตัวแทนของพรรคการเมืองเอย ผู้ดำรงตำแหน่งพรรคการเมืองเอยที่ออกมา เรียกร้องออกมาต่อต้านการชุมนุมของเด็กและเยาวชน ดิฉันไม่เห็นรัฐบาลหรือรัฐมนตรี ท่านไหนออกมาแสดงท่าทีคัดค้านหรือห้ามปราม แถมกลับเปิดเวที เปิดถนนให้ข้าราชการ เหล่านั้นเดินนำขบวน จนประชาชนงงทั้งประเทศว่าในเวลาราชการคนที่ถือเดินนำขบวนคือ ข้าราชการ แทนที่ในเวลาราชการเหล่านั้นเขาควรจะกลับไปทำหน้าที่อยู่ที่ทำงาน บริการ พี่น้องประชาชน แต่วันนี้กลับเดินถือธงนำ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลคิดหรือคะท่านประธาน

นอกจากนั้นสิ่งที่ดิฉันจะบอกต่อนั่นก็คือกฎหมายที่ท่านทำอยู่นี้ ท่านคิด รอบคอบแล้ว เพราะท่านถึงใช้อำนาจนี้ นั่นที่สุดดิฉันจะถามต่อว่าสถานการณ์มาถึงจุดนี้ สิ่งที่จะเยียวยาความรู้สึกของการแสดงความรับผิดชอบของ พลเอก ประยุทธ์นั่นก็คือ การลาออกจากตำแหน่งค่ะท่านประธาน หลังจากนั้นให้สมาชิกรัฐสภาเดินหน้าแก้ไข รัฐธรรมนูญจัดตั้ง ส.ส.ร. ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน แล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ท่านประธานคะ วันนี้เราต้องยอมรับการเปลี่ยนผ่านของสังคม ซึ่งจะฝืน ชะตาชีวิตของประเทศไม่ได้ และท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องไปเดินสายทำบุญ สะเดาะเคราะห์ของประเทศให้ประเทศละค่ะ เพราะประเทศชาติไม่ได้ผิดอะไร แต่วันนี้ท่านต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง นั่นคือการยอมรับความจริง และอย่ามโน อย่าหลอกตัวเอง วันนี้มันคือสายลมของการเปลี่ยนผ่าน ท่านนายกรัฐมนตรีคะ วันนี้มันคือ สายลมของการเปลี่ยนผ่าน ดิฉันขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้ออกมาร่วมกันกระบวนการ กำหนดทิศทางของประเทศ ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วให้ประเทศ เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอให้การอภิปราย ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายหลังจากการอภิปรายจบลง ดิฉันขอให้ทางรัฐบาลได้ปล่อยตัว แกนนำทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข ให้ยุติการใช้ความรุนแรงในทุกกรณี แล้วประชาชนคนไทย จะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย ท้ายที่สุดดิฉันอยากจะฝากข้อคิดให้กับ ทุกฝ่ายว่าถ้าแม้นไทยฆ่าไทยด้วยกันเอง แล้วเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ถ้าแม้นไทย จะฆ่าไทยด้วยกันเอง แล้วเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ขอบคุณค่ะท่านประธาน