เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ กล่าวชื่นชมความร่วมมือของทุกฝ่ายในการแก้ไขวิกฤติประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา รวมถึงความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดแม้ไม่มีอาการ เน้นย้ำความจำเป็นในการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังการรวมตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรือแออัด พร้อมเตือนไม่ประมาทต่อความเสี่ยงการระบาดระลอกใหม่ แม้ไทยจะมีความสำเร็จในการควบคุมโรคจากความร่วมมือของทุกฝ่าย.
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประการแรก ผมขอแสดงความรู้สึกต่อสภาแห่งนี้ว่าเป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมเป็นสมาชิกรัฐสภาที่กำลังใช้ความพยายามในการที่จะช่วยกันคลี่คลาย ปัญหาซึ่งเป็นวิกฤติของประเทศ ไม่ว่าการประชุมวันนี้จะเกิดขึ้นจากดำริของใครหรือพรรคใด แต่ผมถือว่า ๒ วันที่ผ่านมาทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภาถือว่าเราได้ทำประวัติศาสตร์ร่วมกัน ไม่ว่าผลของวันนี้จะออกมาได้อย่างที่เราคาดหวังมากน้อยเพียงใด จะได้ตามความปรารถนา ของใครบ้าง แต่ผมถือว่าความพยายามนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเสมอ และรัฐสภาแห่งนี้จะเป็น ตัวอย่าง จะเป็นแนวทางกับประชาชนทุกอายุ ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่จะได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาที่หนักหนา ที่มีความซับซ้อน ด้วยวิธีการที่ชาญฉลาด และไม่ใช้ความรุนแรง
วันนี้เองผมคงจะกล่าวประเด็นเดียวเป็นหลักคือเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) ผมเองในฐานะที่เป็นแพทย์ทางด้านวิทยาภูมิคุ้มกันคลินิกจึงทำ เกี่ยวกับเรื่องภูมิต้านทาน เรื่องวัคซีน และความรู้ความเข้าใจของระบบร่างกายในการสร้าง ภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคอันหมายรวมถึงไวรัสและแบคทีเรีย ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็น ที่จะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนได้ง่ายที่สุดเพราะไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น แต่เป็นเรื่อง ความรู้ที่มีการตกผลึกและสามารถพิสูจน์ได้ ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ผมจำเป็นจะต้อง ลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อที่จะทำความเข้าใจในบางประเด็น ซึ่งผมเข้าใจว่าสมาชิกไม่ได้ตั้งใจ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้ลงลึกในเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) สมาชิกบางท่านก็อาจจะ เล่าไปตามที่เคยได้ยินเพื่อนฝูงพูด หรือได้ยินแพทย์ประจำตัวพูด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนและสมาชิก เรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) โดยย่อดังนี้ แล้วเดี๋ยวจะเกี่ยวกับสถานการณ์ของการชุมนุม ด้วยครับ
โควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นชื่อโรค เกิดจากชื่อเชื้อโรคว่า ซาร์สโควี-๒ (SARS-CoV-2) ซาร์สโควี-๒ (SARS-CoV-2) เป็นเชื้อใหม่ลำดับที่ ๗ ของตระกูลโคโรนา (Corona) แต่ไวรัสตระกูลโคโรนา (Corona) เป็นเชื้อโรคเก่าครับ มีมากว่า ๘๐ ปีแล้ว ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ลำดับที่ ๑-๔ ก่อให้เกิดโรคหวัดธรรมดา โคโรนา (Corona) ลำดับที่ ๕ ทำให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) โคโรนา (Corona) ลำดับที่ ๖ ทำให้เกิดโรคเมอร์ส (MERS) และไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ลำดับที่ ๗ ที่เริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย รายแรกรายงานเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ลำดับที่ ๗ เพราะฉะนั้นความรู้ของคนทั้งโลกรวมทั้งประเทศไทย เราจึงมีความรู้เกี่ยวกับไวรัสตัวนี้ น้อยมาก เพียงแต่เราใช้วิธีเทียบเคียงว่าเมื่อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ลำดับที่ ๗ ก็น่าจะมีอะไรที่ละม้ายคล้ายคลึงกับโคโรนา (Corona) พี่ ๆ ในลำดับที่ ๑-๖ อยู่บ้าง ด้วยความรู้ตรงนั้นเองเราจึงใช้หลักอยู่ ๓ ประการ
ประการแรก โคโรนาไวรัส (Coronavirus) เดิม ๆ จะแพร่เชื้อได้ต่อเมื่อผู้ป่วย แสดงอาการเสียก่อน
ประการที่ ๒ การแพร่เชื้อนั้นจะแพร่เป็นฝอยละอองขนาดใหญ่ ระยะทาง ไม่เกิน ๒ เมตร
และประการสุดท้าย เมื่อป่วยแล้ว หายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันไปอีกนาน
เป็นที่น่าเสียดายครับ ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ลำดับที่ ๗ มิได้เป็น ทั้ง ๓ ประการที่กล่าวมาแล้ว โดยประการแรก การที่มีเหตุระบาดกว้างขวางทั่วโลก ขณะนี้ เรามีการระบาด ๒๑๕ ประเทศและเขตการปกครอง มีผู้ติดเชื้อ ๔๓ ล้านคนเศษ และมี ผู้เสียชีวิตอยู่ ๑.๑ ล้านคน ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะปรากฏว่าไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ลำดับที่ ๗ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้เขาสามารถแพร่เชื้อได้โดยที่ผู้ติดเชื้อ ไม่แสดงอาการครับ การแสดงอาการนั้นจะช่วยมนุษยชาติ เพราะเมื่อมีอาการเราจะระวัง ใครไอ มีไข้ มีเสมหะ น้ำมูก เราจะไม่อยู่ใกล้ แต่เมื่อโควิด-๑๙ (COVID-19) สามารถแพร่เชื้อ ได้โดยที่ไม่มีอาการ จึงทำให้การระบาดนั้นกว้างขวางครับ เชื้อโรคเวลาเราพูดคำว่า กว้างขวาง คือจำนวนผู้ติดเชื้อ เวลาเราพูดถึงความรุนแรง แปลว่าจำนวนผู้เสียชีวิต ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่ก่อโรค โควิด-๑๙ (COVID-19) มีการระบาดที่กว้างขวางมากครับ สิ้นปีนี้ทั้งโลกจะเกิน ๕๐ ล้านคน และถ้าต้นปีหน้ายังไม่มีวัคซีนจำนวนมากเพียงพอ แม้มีวัคซีนสำเร็จนะครับ แต่ถ้าฉีดไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก ที่เราเรียกว่าภูมิคุ้มกันหมู่ หรือเฮิร์ด อิมมิวนิตี (Herd immunity) เราต้องฉีดให้ได้ทั้งโลก ๔,๕๐๐ ล้านคน จากประชากร ๗,๐๐๐ ล้านคนเศษ ถ้าไม่มีในปีหน้าเราจะมี ผู้ติดเชื้อทั้งโลกเพิ่มขึ้นอีก ๑๐๐ ล้านคน บวกกับ ๕๐ ล้านคน ปีนี้ก็จะเป็น ๑๕๐ ล้านคน
ในประการที่ ๒ การแพร่ของเชื้อไวรัสไปไกลกว่า ๒ เมตร ได้ด้วยครับ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในสถานที่แออัด เว้นระยะห่างทางสังคมไม่ได้ หรือถ้าไปอยู่ในห้องที่ปิด การระบายอากาศไม่ดี
และในประการสุดท้ายที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ความรู้เราค่อย ๆ พบแล้วเรา ก็น่าจะกังวลต้องรับทราบร่วมกัน เราพบผู้ติดเชื้อจำนวนพอสมควรหลังจากที่หายดีแล้ว ภูมิต้านทานค่อย ๆ ลดลงและไม่สามารถจะป้องกันในผู้ป่วยที่หายแล้วบางรายได้ ที่น่าเป็นห่วง กว่านั้นมีหลายท่านหายป่วยแล้วกลับบ้านไปแล้ว ๓ เดือน แพทย์นัดกลับมาตรวจวัด สมรรถภาพปอด การทำงานของปอดลดเหลือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เจ้าตัวซึ่งเป็นคนวัยหนุ่มสาว รู้สึกว่าติดเชื้อแล้ว หายแล้ว ไม่เป็นไร ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เองผมเองจึงอยากจะฝากไป ถึงพี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่รักชาติ แล้วผมก็เห็นใจ แล้วก็ เข้าใจ เพราะผมก็ทำงานเป็นครูบาอาจารย์มาชั่วชีวิตในมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ผู้ชุมนุมจำเป็น จะต้องพึงระมัดระวัง มิได้หมายความว่าไม่ให้ชุมนุมนะครับ แต่อยากให้ชุมนุมด้วย ความระมัดระวัง การเว้นระยะห่างทางสังคมถ้าทำได้พยายามทำ จำเป็นจะต้องไปหาสถานที่ ที่กว้างขึ้นนิดหนึ่ง จะเป็นสนามกีฬาจะเป็นอะไรแล้วก็ชุมนุมกัน ถ้าเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ได้หน้ากากอนามัยต้องใส่ตลอดเวลาระหว่างการชุมนุม ที่สำคัญใครที่รู้สึกว่าตนเองมีไข้ ไอ น้ำมูก ไม่ควรไปร่วมชุมนุม รอให้หายดีเสียก่อน ในความรู้เรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ดังกล่าวนี้เองเป็นตัวที่สะท้อนถึงความภูมิใจในประเทศไทยครับ ผมไม่ได้กล่าวลอย ๆ นะครับ แต่ขอกล่าวร่วมโดยมีสถิติดังนี้ครับ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ ๒ ของโลกที่ติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วเราเป็นประเทศที่ถอดรหัสไวรัสโควิด ๑๙ (COVID-19) ได้พร้อม ๆ กับ ประเทศจีน เร็วกว่าสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ นี่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ร่วมกัน เรามีเรื่องไม่กี่เรื่องที่เราควรจะดีใจร่วมกัน คนไทยมักดูถูกคนไทยด้วยกันเองแล้วก็ ยกย่องเชิดชูชาวต่างชาติเกินกว่าความเป็นจริง ในโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นตัวอย่าง ที่ชัดเจนนะครับว่าประเทศที่ยอดเยี่ยมทางด้านสาธารณสุข เช่น สหรัฐอเมริกาติดเชื้อไปแล้ว ๘.๙๖ ล้านคน ฝรั่งเศสเพิ่ม ๕๒,๐๐๐ คนในวันเดียวติดเชื้อไปแล้ว ๑.๑๖ ล้านคน สเปน ๑ ล้านคน อังกฤษ ๘๙๐,๐๐๐ คน อิตาลี ๕๔๐,๐๐๐ คน เยอรมนี ๔๕๐,๐๐๐ คน เบลเยียม ๓๓๐,๐๐๐ คน ประเทศที่มหัศจรรย์มากเราเชื่อในเรื่องวินัยและความเก่ง คืออิสราเอล ติดเชื้อไปแล้ว ๓๑๐,๐๐๐ คน รวมทั้งแคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และฟินแลนด์ มีอัตราการติดเชื้อมากกว่าประเทศไทยทั้งสิ้น กล่าวเฉพาะ ในอาเซียน อินโดนีเซียติดเชื้อไป ๓๙๖,๐๐๐ คน ฟิลิปปินส์ติดไป ๓๗๓,๐๐๐ คน สิงคโปร์ ที่เป็นมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยม มีโรงพยาบาล ยอดเยี่ยม คนมีวินัยติดเชื้อไปแล้ว ๕๗,๐๐๐ คน เมียนมาซึ่งตามหลังเรามานานมากเลยนะครับ ห่างจากเรามากตอนที่สมัยเรามี ๒,๐๐๐ คน เขามีไม่ถึง ๑๐๐ คน วันนี้เรามี ๓,๗๔๖ คนที่ติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) เมียนมาติดเชื้อไปแล้ว ๔๖,๒๐๐ คน ผมนำตัวเลขเหล่านี้มาประกอบเพื่อเป็นหลักฐาน เชิงประจักษ์ว่าประเทศจะมีแต่เงินงบประมาณเยอะ ๆ ทางสาธารณสุขไม่พอครับ ประเทศ จะมีมหาวิทยาลัยแพทย์เยี่ยม ๆ อย่างสหรัฐอเมริกา มีโพรเฟสเซอร์ (Professor) เยี่ยม ๆ มี อย. ที่เรียกว่า เอฟดีเอ (FDA) เยี่ยม ๆ เอาไม่อยู่ครับ อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ การควบคุมสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่ได้ เกิดจากปัจจัย ๒ อย่างครับ ๑. ประชาชน ๒. รัฐบาล ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ครับ ประเทศใดประชาชนให้ความร่วมมือดี แต่รัฐบาลนำไป ออกนโยบายไม่ถูกต้องก็จะระบาดครับ ประเทศใดรัฐบาลออกนโยบายได้ดี ประชาชน ให้ความร่วมมือไม่ดี การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็จะรุนแรงครับ จึงเหลือประเทศ ในโลกนี้ที่มี ๒ ปัจจัยคือประชาชนให้ความร่วมมือดี และรัฐบาลมีวิสัยทัศน์ออกมาตรการ ถูกจังหวะพอเหมาะพอดี ไม่เกิน ๑๐ ประเทศ และ ๑๐ ประเทศใน ๒๑๕ ประเทศนั้น มีประเทศไทยอยู่ด้วย และที่น่าภูมิใจกว่านั้นใน ๑๐ ประเทศด้วยกัน ประเทศไทยอยู่ใน อันดับที่ ๑ ของ ๑๐ ประเทศครับ ผมคิดว่าสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) เราจะ เดินหน้าไปได้ดีประชาชนจะต้องมีวินัยเหมือนเดิม ผู้ที่ประสงค์จะไปทำงาน ผู้ที่ประสงค์จะไป เรียนหนังสือ ตลอดจนผู้ที่จะประสงค์ไปชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยที่ ไม่ละเมิดกฎหมาย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน แต่ก็อยากจะฝากเรียนว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ได้เกิดผลกระทบต่อตัวบุคคลเท่านั้น เพราะไวรัสนี้แพร่เชื้อได้โดยไม่มีอาการ เป็นไปไม่ได้เลยครับที่ประเทศไหนจะไม่มีเชื้อไวรัสแอบซ่อนอยู่ในโลกมนุษย์ตอนนี้ เพราะฉะนั้นเวลาไปชุมนุมแล้วบอกว่าไม่มีคนติดเชื้อเลย ไม่ได้แปลว่ามาตรการนั้นใช้ได้ครับ เพียงแต่โชคดีคนที่ติดเชื้อยังมิได้เข้าไปในสถานที่ชุมนุม ถ้าเข้าไปเมื่อไรจะเกิดเหตุการณ์แพร่ อย่างเป็นกลุ่มก้อนที่เรียกว่าซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) ประเทศไทยเกิดครับ เกิดที่สนามมวยลุมพินี และเกิดกรณีผับบาร์ทองหล่อ แต่เราคุมไว้ได้ แต่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super spreader) ในยุโรปและอเมริกาเหนือคุมไม่อยู่ครับ วันนี้ติดเชื้อไปเกือบ ๑๐ ล้านคนแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนสุดท้ายผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอขอบคุณประชาชนคนไทย ทุกคน โดยเฉพาะ อสม. กว่า ๑ ล้านคนที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ว่าจะมีความคิดเห็น อุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกันอย่างไร ทุกคนทำเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำนองเดียวกัน และขอขอบคุณรัฐบาลและฝ่ายบริหารที่ได้กรุณานำวิชาการทางการแพทย์ มานำเรื่องการเมือง ประเทศยักษ์ใหญ่ ประธานาธิบดีบางประเทศใช้การเมืองนำการแพทย์ ปรากฏว่าการระบาดรุนแรงมาก ก็ขออนุญาตฝากความปรารถนาดีไปถึงผู้ที่จะต้องประสบ โควิด-๑๙ (COVID-19) ร่วมกันไปในช่วงอย่างน้อย ๑-๒ ปีข้างหน้าได้ช่วยกันครับ ดูแลตนเอง ดูแลครอบครัว ดูแลสังคมของเราอย่าให้โควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดรอบที่ ๒ เราจะได้มีเวลา มีสมาธิมาแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ มาแก้ปัญหาทางด้านการเมือง ลองคิด ดูสิครับว่าถ้าเรามีระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ๕๐๐,๐๐๐ คน เราจะไม่มีโอกาสมาประชุม แบบนี้นะครับ เราจะไม่มีโอกาสแก้ปัญหาทางการเมือง เราจะไม่มีโอกาสแก้ปัญหา ทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นการดูแลโควิด-๑๙ (COVID-19) จึงเป็นต้นทาง เป็นการสร้าง เซฟตีโซน (Safety zone) หรือโซนแห่งความปลอดภัยให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสแก้ปัญหาสำคัญ ประเด็นอื่น ๆ ต่อไป ขอบพระคุณครับ