จิรายุ วิจารณ์บทบาทวุฒิฯ ชี้ขาดศักดิ์ศรี ยันต้องคืนอำนาจประชาชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓

จิรายุ ห่วงทรัพย์ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ประท้วง วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และตั้งคำถามถึงเจตนาในการบริหารประเทศ พร้อมเรียกร้องให้คืนอำนาจประชาชน วางกฎกติกาอย่างเป็นธรรม และปฏิรูปบทบาทวุฒิสมาชิกที่ขาดความชอบธรรม เพื่อฟื้นศักดิ์ศรีของตำแหน่งและคืนความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ทำเอาผมใจคอไม่ดี เหมือนกันครับ ไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในประเทศไทย เราไม่ใช่ประเทศ บางประเทศในตะวันออกกลาง แต่เหตุที่เกิดขึ้นนั้นผมเชื่อว่ามันเป็นความอัดอั้นตันใจ ผมเองก็จุกคอครับท่านประธาน แต่ไม่เป็นไรท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายวันนี้ผมเสียใจ ที่วันนี้มาเร็วกว่าที่คิด ปีที่แล้วผมถามท่านนายกรัฐมนตรีที่ทีโอที (TOT) ครับว่าตกลง ท่านจะเป็นรัฐบุรุษหรือท่านจะเป็นโมฆบุรุษก็สุดแท้แล้วแต่ลิขิตของท่านที่ท่านจะกำหนด ชะตาชีวิตของตนเองครับ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าการประท้วงของประชาชนนั้น แล้วแต่ท่านจะจับประเด็นไหนมาต่อว่าต่อขานก็สุดแท้แล้วแต่ฝ่ายบริหารก็คือรัฐบาลครับ แต่สาระสำคัญก็คือว่าวันนี้จะไม่มีผู้ชุมนุมเลยถ้าท่านจริงใจในการแก้ไขปัญหาประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปีที่แล้ว แต่ด้วยเหตุที่ปรากฏเป็นที่สาธารณะและรับรู้ได้ไม่มีใครไปอยู่ เบื้องหลัง นั่นก็คือทฤษฎีเชิงประจักษ์ครับท่านประธาน และถ้าเกิดท่านนายกรัฐมนตรีได้วาง กฎกติกาอย่างเป็นธรรม คืนอำนาจให้กับประชาชน ท่านจะเป็นวีรบุรุษของประเทศนี้ ซึ่งผมก็รอคอยมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แต่ก็หาได้พบเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ กลับตรงข้ามทุกอย่าง ท่านประธานครับ และถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ท่านจะวางแผนอยู่ยาวดังที่ปรากฏเป็นข่าว เชิงประจักษ์นั้น วันนี้ก็จะไม่มีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างแน่นอนครับ และถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง แน่นอนครับก็จะไม่มีปัญหา ในการชุมนุมประท้วงเช่นวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่านเก่งจริงหรือไม่ในเรื่องการบริหาร เศรษฐกิจผมไม่เอ่ยต่อ เพราะทราบความดีอยู่แล้วครับว่าท่านทำอย่างไร แต่ที่ผมอยากจะ บอกและทบทวนว่าเหตุการณ์ในวันนี้ท่านต้องหาทางออกให้ได้ก็เพราะว่าท่านทำก๊อก ๑ ก๊อก ๒ ไว้ครับ ก๊อก ๑ ก็คือท่านเริ่มวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปฏิวัติรัฐประหาร จนกระทั่งท่านลงเลือกตั้ง โดยท่านมีเป้าประสงค์ว่าใช้เงินงบประมาณที่กู้ กู้ กู้มาตลอดตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ จนถึงเลือกตั้งปีที่แล้วปี ๒๕๖๒ ในการทำพรรคการเมืองซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวไปทั่ว แล้วท่านก็ยังวางก๊อกที่ ๒ ที่ให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือการเขียนรัฐธรรมนูญให้กับสมาชิก วุฒิสภาในกรณีที่พรรคการเมืองที่ท่านตั้งนั้น หรือท่านไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้นได้คะแนนไม่มาก พอที่จะโหวต นายกรัฐมนตรีได้ อันนี้เกิดขึ้นในทฤษฎีเชิงประจักษ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรู้สึกเสียดายแทนโอกาสของคนไทยจริง ๆ ตลอด ๖ ปีมานี้ เพราะว่าประชาชนตื่นรู้แล้วก็ รับรู้ด้วยตนเอง ที่เราเรียกกันว่าทฤษฎีเชิงประจักษ์ครับท่านประธาน เพราะเขาไม่ได้เป็น คอมพิวเตอร์หรือที่จะต้องใส่ไมโครชิป (Microchip) หรือว่าซิมการ์ด (SIM Card) เข้าไป แล้วไปปรากฏในสมองของเขาเองครับ แต่พี่น้องประชาชนทั้งหมดนั้นอ่านหนังสือรู้ ดูหนังสือ เป็น แถมรับรู้ความจริงและสังเคราะห์ได้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น วันนี้ท่านยังดันทุรังเชื่ออยู่ว่า มีคนอยู่เบื้องหลัง มีคนจัดม็อบ (Mob) มีคนจัดโน่นจัดนี่ ผมว่าความมั่นคงต้องรายงาน อย่างตรงไปตรงมาเลยครับ ไม่ต้องอวยกันมากเกินความงาม ท่านประธานที่เคารพครับ ไหนล่ะครับ ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ไหนล่ะครับ เกลียดนักการเมือง ไหนล่ะครับ ผมไม่ใช่ นักการเมือง ไหนล่ะครับ ผมไม่ได้เล่นการเมือง และไหนล่ะครับ บริหารประเทศ ไม่ยาก เราจะทำตามสัญญา เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ท่านประธานครับ และท่านประธานที่เคารพครับ การวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ เรานั่งอยู่ที่นี่ ท่านประธานนั่งเป็นประธาน เรามาฟังรายงาน ทุก ๓ เดือน เปลืองแอร์คอนดิชัน (Air-condition) ครับท่านประธาน เปลืองกระดาษด้วย เพราะไม่มีอะไรที่จะคืบหน้าเลย ถ้าท่านตั้งใจจริงจะทำการปฏิรูปประเทศจริงตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ สิครับ ๔ ปีก็มากโขแล้วครับ แต่นี่ปาเข้าไป ๖ ปีกว่า ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล ประการเดียวที่ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนและทุก ๆ ท่านก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรี และคนใกล้ชิดฝืนธรรมชาติครับ ท่านกำลังฝืนธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนนะครับ ท่านพยายาม จะอธิบายหรืออภิปรายบนบัลลังก์เมื่อสักครู่นี้ว่ารู้ไหมละว่าปี ๒๕๕๗ เกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ทั่วโลกเกิดกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน มีปัญหาครับ จะทุจริตมาก จะทุจริตน้อยเขาก็ใช้กระบวนการกลไกในการถ่วงดุลตรวจสอบกันครับ ไม่มีหรอกครับ รัฐบาลชุดไหนเกิดปัญหาแล้วจะต้องมาปฏิวัติรัฐประหาร ก็มีไทยแลนด์โอนลี (Thailand only) นี่ละครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านอย่ามาพูดครับ เพราะที่ผ่านมาจนกระทั่ง ท่านบริหารภายใต้ คสช. จนถึงปัจจุบัน ประชาชนก็ตื่นรู้ในทฤษฎีประจักษ์อยู่แล้ว ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๘ ถ้าทำไม่ดีป่านนี้อาจจะเป็นรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่ท่านประธานสังกัดอยู่ ก็เป็นได้ ปี ๒๕๕๘ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์บริหารราชการแผ่นดินมาจนถึงปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๒ ถ้าไม่ดีประชาชนชี้ชะตาด้วยสิทธิทางพลเมืองซึ่งเป็นหลักสากลโลก แต่ประเทศไทย ไม่ทำครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมรู้สึกจุกคอและมีความรู้สึกว่าประเทศไทยเราเดินมาถึงตรงนี้ ได้อย่างไร จนเด็ก ๆ ต้องออกมาชุมนุมประท้วง ได้แบบไหน อย่างไร ท่านประธานครับ เขาบอกว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง คนจะคลอดลูก อย่าไปฝืน แต่หลัง ๆ นี้ทฤษฎีทางด้านของ การบริหารราชการแผ่นดินทั่วโลกเขาบอกว่าความเป็นไปทางการเมืองคือปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติ ฝืนไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ แต่รัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามฝืนธรรมชาติอยู่ทุกวินาทีที่ตื่นขึ้นมา อันนี้คือสิ่งที่เรามองเห็นอนาคตครับ และท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ใช่ผมพูดเองนะครับ ทฤษฎีเชิงประจักษ์ที่เราเห็นกันประจำ ก็คืออะไรครับ สมาชิกวุฒิสภาบางท่านไปงานเลี้ยงก็ประกาศชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดีไซน์ (Design) มาเพื่อพวกเรา ฝ่ายค้านไปบอกประชาชนหรือครับ ก็เป็นทฤษฎีตื่นรู้ ในทฤษฎีเชิงประจักษ์ที่ประชาชนรับรู้ด้วยตนเอง แล้วอะไรอีกครับ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็ชัดเจนครับ บอกว่าเขาคว่ำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๘ เพราะเขาอยากอยู่ยาว มีใครไปใส่ไมโครชิป (Microchip) ให้กับน้อง ๆ เยาวชน หรือประชาชนที่ออกมาชุมนุม ประท้วงไหมครับ ไม่มีหรอกครับ ท่านประธานครับ ท่านแต่งเพลงขอเวลาอีกไม่นาน จนกระทั่งเปลี่ยนไม่รู้กี่เวอร์ชัน (Version) ท่านหลอกประชาชนทั้งประเทศแบบนี้ได้อย่างไร ผมเห็นท่านวิสารเมื่อสักครู่นี้ผมจุกคอเลยครับ จะถูกจะผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ความรู้สึกของ มนุษย์มันอดรนทนไม่ไหวมันก็เหมือนกาน้ำที่ท่านอุ่นน้ำไว้อยู่เสมอ ๆ อยู่ดี ๆ ท่านก็เร่งไฟให้ มันแรงขึ้นสุดท้ายก็เกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ชาติ อย่างที่ผมบอกไว้ก็คือเปลืองกระดาษ เปลืองแอร์คอนดิชัน (Air Condition) ทำเสียสวยหรู แต่ว่าทำไม่ได้

ประเด็นต่อมาที่เป็นปัญหา ท่านประธานครับ ผมมีเพื่อนเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือผมหลายท่านมากเลยครับ หลายท่านเป็นเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน เป็นเพื่อนที่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาในอดีต บางท่านพูดกับผมบอกว่าเอาจริง ๆ นะจิรายุ บางทีลูกหลานถามว่าทำอะไรไม่กล้าบอกว่าเป็น ส.ว. กลัวลูกหลานด่า ท่านปล่อยให้คำว่า สมาชิกวุฒิสภาหรือวุฒิสมาชิกที่ทรงเกียรติของโลกใบนี้ตามระบอบประชาธิปไตยมาถึงจุดนี้ ได้อย่างไรครับท่านนายกประยุทธ์ครับ เราดูภาพยนตร์ในต่างประเทศเราจะเห็นคำว่า วุฒิสมาชิกคือสภาผู้ทรงเกียรติ สภาสูง และท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านที่ฟังมา ๒ วันนี้อวยจนผมคลื่นไส้ พอเถอะครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านไม่อยากที่จะไปลงมติโหวต (Vote) เลือกนายกรัฐมนตรีเพราะท่านอ้างบอกว่ารัฐธรรมนูญเขียนแบบนั้นผมก็ต้องเลือก และท่านประธานจำได้ไหมครับว่าปีที่แล้วที่ทีโอที (TOT) ผมเป็นคนเดียวที่ประกาศก้อง ในห้องประชุมสภาว่า ถ้ามีสมาชิกวุฒิสภาท่านไหนไม่โหวต นายกรัฐมนตรีผมจะไปกราบเท้า ก็ปรากฏว่าเรียบร้อยดีครับ ครบทั้งหมดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คำถามคือวุฒิสมาชิก ที่ทรงเกียรติของโลกใบนี้อยากทำแบบนั้นไหมครับ ไม่อยากหรอกครับ แต่ที่มาของท่านก็ ชัดเจน อันนี้ผมกำลังจะบอกสภาพปัญหาว่าประเทศเราเจอปัญหาที่เป็นเชิงประจักษ์อย่าไป โทษประชาชนที่เขาออกมาชุมนุมเลยครับ นอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกวุฒิสภาปัจจุบันนี้มีเพียงแค่ ๘๐ ประเทศเท่านั้นนะครับ ประเทศที่เพิ่งยกเลิกไป เพราะว่าทำงานซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยที่จะมีนะครับ แต่ว่าที่มาต้องหล่อ ต้องเท่ สวีเดน เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ เขาเลิกหมดแล้วนะครับ แต่ว่าที่ยังมี แต่มาจากการเลือกตั้งก็ยังมีอยู่มากหลาย เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา อิตาลี ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย คำถามต่อไปก็คือว่าอย่าให้ประชาชนของประเทศนี้และเยาวชนมองคำว่า สมาชิกวุฒิสภา อ๋อลุงป้าพวกนี้เขามาจากท่านประยุทธ์เขาแต่งตั้งมาจาก คสช. ทั้งนั้น ท่านเถียงสิครับ

แต่ประเด็นต่อมาก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรากำลังพูดคุยกันนี่ท่านต้อง แก้ประเด็นนี้เพราะไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาหรือบางประเทศเรียกว่าวุฒิสมาชิกไม่มี ความมัวหมอง อย่าให้ใครมาเรียก ส.ว. เพียงแค่สูงวัยและเป็นชื่อเสียงที่ไม่ดีและผมก็ไม่มี ความมั่นใจถ้ายังเป็นในระบบเช่นนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วุฒิสมาชิกของไทย อย่าให้ใครมาเรียกว่าสูงวัยเพราะคนเหล่านี้คือผู้ทรงคุณวุฒิมีปัญญาครับ เพียงแต่ว่าเขาถูก อะไรบางอย่างครอบอยู่จึงทำให้ผมมีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถ และผมไม่อยากให้เยาวชนหรือว่าใครก็แล้วแต่มากล่าวหาว่าคนเหล่านี้แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน เพราะคำว่า วุฒิสมาชิก ท่านประธานครับ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้าวันนี้ท่านยกการโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปแล้วท่านปฏิบัติหน้าที่ตามครรลองคลองธรรม ของประชาธิปไตยมันจะทำให้ประเทศนี้น่าอยู่ครับ ผมจะเกิดความไว้วางใจว่ากลั่นกรอง กฎหมายในสภาร่างแล้วส่งไปถึงวุฒิสมาชิกท่านจะใช้คุณวุฒิ ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิทุกสิ่งทุกอย่าง ได้อย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ทางออกของ ท่าน พลเอก ประยุทธ์จะออกหรือไม่เรื่องของท่านครับ เพราะท่านได้ก็ได้พูดมา ๒ วันแล้ว ค่อนข้างชัดเจน แต่ที่ผมอยากจะบอกท่านก็คือว่าถ้าปี ๒๕๕๘ ท่านโทษปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๓ พอไหวครับ แต่นี่ปี ๒๕๖๓ ท่านเลิกโทษอดีตครับ ผมคาดหวังกับท่าน มาปีกว่าครับ คาดหวังว่าท่านจะมาเป็นซูเปอร์แมน (Superman) เข้ามาช่วยชาติ แต่ท่านประธาน รู้ไหมครับวันนี้ท่านเป็นแค่กระหังทางเศรษฐกิจ มาแรก ๆ คนคิดว่าเป็นซูเปอร์แมน (Superman) นะครับ แต่วันนี้ประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อยมองแค่ท่านเป็นกระหังทางเศรษฐกิจ มีกระด้งกระพือ แล้วก็นำพาประเทศไทยไปไหนอย่างที่เห็นอย่างทุกวันนี้นะครับ ก็คือกู้ กู้ กู้ มาแจก กู้มาแจก คิดนโยบายใหม่แจกมากู้ แจกแล้วค่อยกู้ ท่านประธานที่เคารพครับ หมดเวลาในการฝืนธรรมชาติแล้วครับ ผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรี นั่งเมื่อบ่ายนี้หน้าแก่มากเลยครับ ถ้าเปรียบเทียบตอนเป็น ผบ.ทบ. ปี ๒๕๕๗ หน้ายังหนุ่มนะ นี่อยู่มา ๕-๖ ปี หน้าแก่เลยนะ ผมไม่รู้ว่าท่านส่องกระจกหรือเปล่าว่าความทุกข์ที่มันไปรุมเร้า ทำให้ใบหน้าของท่านแก่นี่มันเกิดจากอะไร เป็นเพราะว่าท่านฝืนธรรมชาติครับ ปลดปล่อย มันไปเถอะครับธรรมชาติ และนอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีซึ่งผมไม่เอ่ยแล้วที่ท่านเคยบ่นว่า ครม. นั่งกันนี้ให้ผมเป็นหนังหน้าไฟ คนเดียว ไม่มีใครช่วยผมเลย อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของท่านนะครับท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านจะ ดำเนินการแบบไหนอย่างไร แต่ผมอยากจะบอกท่านก็คือว่าวันนี้ปีศาจแห่งกาลเวลากำลัง ไล่ตามท่านนะครับ ท่านอาจจะแจกกล้วยกับใครก็ได้ ท่านอาจจะให้ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์กับใครก็ได้ แต่ท่านไม่สามารถเอาชนะกาลเวลาได้ครับ เมื่อวันหนึ่งปีศาจ แห่งกาลเวลาเดินทางมาถึงเขาจะทวงความทรงจำที่ท่านได้ปฏิบัติต่อประเทศนี้ไว้ครับ สุดท้ายความดีที่ท่านอุตส่าห์สั่งสมตั้งแต่ท่านเป็นนักเรียนเตรียมทหารเป็น ร้อยตรี จนกระทั่ง มาถึงยศสูงสุดเป็น พลเอก แม้จะยึดอำนาจปฏิวัติเขามามันจะกลายเป็นปราสาททรายทันทีครับ ผมไม่อาจไปสั่งสอนหรือแนะนำให้ท่านลาออกได้ แต่วันนี้ปีศาจแห่งกาลเวลาได้รุกเร้าท่านเข้าไป ทุกวินาทีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเหมือนในบางประเทศ ในตะวันออกกลางเลยครับ ขอขอบพระคุณครับ