ดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย ชี้แจงประเด็นการรักษาความลับตามพิธีสารภาคผนวกที่ 2 โดยย้ำความสำคัญของการเคารพเอกสารลับของคู่กรณี และยืนยันว่ากรอบดังกล่าวคำนึงถึงความแตกต่างของกฎหมายแต่ละประเทศ พร้อมอธิบายกลไกการระงับข้อพิพาท การบังคับใช้คำตัดสิน รวมถึงกระบวนการชดใช้และมาตรการตอบโต้ ขณะเดียวกันยืนยันว่าการนำเรื่องเข้าสู่สภาเป็นไปตามกรอบความตกลงการค้าเสรีที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน และชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์ประเทศพัฒนาน้อยที่สุดในอาเซียนที่อิงมาตรฐานสหประชาชาติและหลักการของเวิลด์เทรดออร์แกนิซัชัน พร้อมเน้นความเสมอภาคในการปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของทุกประเทศในกระบวนการต่าง ๆ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ การรักษาความลับนั้นมีการบัญญัติไว้ชัดเจนไว้ในภาคผนวก ที่ ๒ อยู่ในเอกสารแนบท้าย กำหนดไว้อย่างนี้ว่า เมื่อคู่กรณีต้องการให้รักษาความลับ เอกสารใด เป็นความลับของคู่กรณีบอกได้ว่าขอให้คู่กรณีรักษาความลับเอกสารกี่ฉบับ มีอะไรบ้างที่เป็น ความลับให้ระบุได้ ซึ่งการระบุดังกล่าวในเอกสารพิธีสารเขียนไว้ชัดเจนว่า ทุกประเทศต้องให้ ความเคารพในการรักษาความลับนั้น ซึ่งการที่แต่ละประเทศได้แจ้งต้องการให้รักษาความลับ เอกสารใด นั่นย่อมสะท้อนถึงการใช้กฎหมายของแต่ละประเทศในการที่จะพิจารณาว่า เอกสารใดเป็นความลับ ดังนั้นในเรื่องการรักษาความลับพิธีสารได้ครอบคลุมไว้แล้ว ได้คำนึงถึง ในกรณีซึ่งเรียกว่าแต่ละประเทศมีกฎหมายการรักษาความลับที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงเปิดโอกาส ให้ประเทศสมาชิกที่เป็นปัญหา ที่เป็นคู่กรณีสามารถบอกได้เลยว่าเอกสารใดเป็นความลับ แล้วระบุไว้ชัดเจนว่าทุกประเทศที่เกี่ยวข้องจะต้องรักษาความลับในเอกสารนั้น ๆ นี่คือประเด็น ของการรักษาความลับที่มีท่านสมาชิกรัฐสภาได้ให้ข้อพิจารณาไว้และตั้งเป็นคำถามนะครับ
ประเด็นในเรื่องของการบังคับใช้ มีหลายท่านได้กรุณาตั้งคำถามว่าพิธีสารนี้ จะมีการใช้บังคับอย่างไร ต้องเรียนอย่างนี้ว่าในพิธีสารนี้เมื่อผู้พิจารณาตัดสินแล้วก็จะนำไปสู่ การบังคับใช้ ซึ่งในปกติแล้วการพิจารณาการบังคับใช้ คณะผู้พิจารณาก็จะบอกแต่เพียงว่า ข้อพิพาทนั้น ๆ ประเด็นที่เป็นปัญหานั้นเป็นการละเมิดความตกลงหรือไม่ ซึ่งถ้าในกรณีที่มี คำตัดสินแล้วผู้ที่แพ้ ประเทศที่แพ้จะต้องนำกลับไปแก้ไข แต่ถ้าไม่ยอมกลับไปแก้ไขอะไร จะเกิดขึ้น ผู้ที่ชนะสามารถที่จะยื่นแสดงความเสียหายได้ว่าตัวเองนั้นเสียหายจากข้อพิพาท ข้อกรณีนั้นเป็นอย่างไร หลังจากนั้นถ้ายังคงไม่แก้ไขอีก มันมีกระบวนการที่จะนำไปสู่การตอบโต้ เมื่อมีการตอบโต้แล้ว นั่นหมายความว่าเมื่อมีคำตัดสินในการให้การตอบโต้แล้วประเทศผู้ชนะคดีสามารถดำเนินการ ได้เลยครับ นั่นคือกระบวนการ ดังนั้นเพื่อจะตอบคำถามว่าการบังคับใช้มีผลอย่างไร มีครับ เพราะจะนำไปสู่กระบวนการขั้นสุดท้ายว่าถ้าหากมีความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อพิสูจน์แล้ว และมีการคุยกันในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วและยังตกลงกันไม่ได้ มันจะนำไปสู่ การตอบโต้ของประเทศที่ผู้ชนะคดี นั่นคือกระบวนการของมัน ดังนั้นในกระบวนการนี้ ตอบคำถามได้เลยว่าหากในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นมันบังคับใช้ได้อย่างไร
ในประเด็นของที่ท่านได้กรุณาสอบถามว่าทำไมถึงต้องนำเข้าสู่การพิจารณา ของสภา ทั้ง ๆ ที่ทางกฤษฎีกาแล้วก็ทางกระทรวงการต่างประเทศมีความเห็น ซึ่งท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านได้กรุณานำเรียนแล้ว แต่ขออนุญาตเสริมอย่างนี้ ครับว่าทั้ง ๓ หน่วยงานเราหารือกันมาโดยตลอด เราไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร ซึ่งการพิจารณา ขั้นสุดท้ายนั้นในการมองเป็นการมองที่อีกลักษณะหนึ่ง คือเนื่องจากกระทรวงพาณิชย์มอง แต่เพียงว่ามันอาจจะมีความเกี่ยวโยงกับเรื่องเขตการค้าเสรีจึงนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาความเห็นอย่างรอบคอบแล้วจึงนำเสนอสู่รัฐสภา ดังนั้นขอเรียนว่าทาง ๓ หน่วยงานมิได้มีความขัดแย้งแต่ประการใดนะครับ มีบางท่านได้ให้ ข้อสอบถามประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสินค้าที่ส่งไปตามชายแดนประเทศจีน อย่างที่ผมเรียน ตั้งแต่ต้น ในเรื่องนี้พิธีสารฉบับนี้มิได้มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับประเทศนอกภาคีอาเซียน (ASEAN) แต่ประเด็นที่ท่านได้กรุณาหยิบยกในเรื่องสินค้าคือเกษตรผ่านแดนนั้น ขออนุญาต เรียนเป็นข้อมูลว่าขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้รับทราบแล้วและอยู่ระหว่าง การเจรจากับทางจีนนะครับ
มีท่านได้สอบถามเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการให้สิทธิเป็นพิเศษกับประเทศพัฒนา น้อยที่สุดเป็นอย่างไร ตามข้อ ๒๓ และท่านได้กรุณาสอบถามเพิ่มเติมว่าพิจารณาอย่างไร อาเซียน (ASEAN) มองอย่างไรว่าใครเป็นประเทศด้อยพัฒนาหรือเราใช้คำสั้น ๆ ว่าแอลดีซี (LDC) ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นว่าแอลดีซี (LDC) ในอาเซียน (ASEAN) ในขณะนี้มีอยู่ ๓ ประเทศ มีประเทศลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศพม่า วิธีการของอาเซียน (ASEAN) นั้นเราอิงตาม ข้อบัญญัติของวิธีการของสหประชาชาติ ซึ่งวิธีการของสหประชาชาตินั้นจะมีวิธีการพิจารณา ๓ ประการหลัก ๆ ก็คือในเรื่องของรายได้เป็นอย่างไร คุณภาพ ดูในเรื่องหมวดคุณภาพของ ประชากรในแต่ละประเทศนั้น ๆ เป็นอย่างไร ดูประเด็นในเรื่องของลักษณะเศรษฐกิจของ ประเทศนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสหประชาชาติได้กำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์เอาไว้ชัดเจน ดังนั้น ในประเด็นประเทศใดเป็นแอลดีซี (LDC) วิธีการพิจารณาเป็นอย่างไร ในอาเซียน (ASEAN) นั้น ชัดเจนว่าเราใช้หลักเกณฑ์ขององค์การสหประชาชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้ สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษกับประเทศที่เป็นประเทศพัฒนาน้อยดำเนินการอย่างไร ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าในกรณีของข้อบัญญัติในข้อ ๒๓ ทุกประเทศในการใช้ พิธีสารเพื่อระงับข้อพิพาทนั้น ประเทศทั้ง ๑๐ ประเทศใช้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าบทข้อบัญญัติ ข้อ ๒๓ เขียนเพื่อ
ประการที่ ๑ จริง ๆ แล้วเป็นหลักการที่อยู่ในดับเบิลยูทีโอ (WTO) เรื่องนี้มีอยู่ ในดับเบิลยูทีโอ (WTO) เพียงแต่ว่าอาเซียน (ASEAN) ไม่ได้นำเข้ามาจนกระทั่งครั้งนี้ได้นำ เข้ามา เพราะจะได้เหมือนกับดับเบิลยูทีโอ (WTO)
ประการที่ ๒ วิธีการที่เขียนในพิธีสารที่จะให้สิทธิประโยชน์กับประเทศพัฒนาน้อย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างอย่างนี้ ในกรณีถ้ามีข้อพิพาทกับประเทศพัฒนาน้อยที่สุด สมมุติว่า หากจะต้องมีการฟ้องร้อง ในพิธีสารก็พูดประมาณว่าประเทศที่พัฒนาที่ดีกว่าขอให้คิดเยอะ หน่อยว่าก่อนที่ท่านจะฟ้องเขาเป็นประเทศพัฒนาน้อย แล้วก็จะดำเนินการอย่างไรขอให้ อะลุ่มอล่วย หรือขั้นตอนในการพิจารณาคดี เช่นการยื่นเอกสารก็ขอให้คำนึงสักนิดหนึ่งว่า เขาประเทศพัฒนาน้อยอาจจะยื่นเอกสารช้ากว่ากำหนดให้มีการอะลุ่มอล่วยอย่างนี้เป็นต้น อย่างไรก็ตามสิทธิพิเศษโดยประเทศพัฒนาน้อยเราให้พิเศษในลักษณะเช่นนี้ ก่อนจะ ดำเนินการอย่างไรขอให้คิดสักนิดหนึ่งว่าประเทศเหล่านั้นเป็นประเทศพัฒนาน้อย แต่สิทธิ ต่าง ๆ ที่มีในการใช้ตามพิธีสารเหมือนกันเท่าเทียมกันทุกประการนะครับ มีท่านถามถึงเรื่อง วิธีการคัดเลือกอย่างที่ผมเรียนว่าวิธีการคัดเลือกผู้พิจารณานั้นทุกประเทศมีสิทธิที่จะเสนอว่า จะมีใครที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ ทุกประเทศ เหมือนกันครับ ทั้ง ๑๐ ประเทศสามารถมีสิทธิที่จะเสนอชื่อได้นะครับ
ส่วนในประเด็นเรื่องที่บอกว่าจะมีการใช้บังคับอย่างไรนั้นอย่างที่ผมเรียนครับ แล้วก็ต้องเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ว่าในอาเซียน (ASEAN) เรามีความอะลุ่มอล่วย ดังนั้น ในกระบวนการในพิธีสารได้พูดไว้ชัดเจนว่าก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาท ตามพิธีสารนี้คู่กรณีสามารถไปคุยกันก่อนได้ที่เรียกว่าชั้นหารือ สามารถหารือกันก่อน ถ้าสามารถตกลงกันได้ก่อนก็จบกันอยู่แค่นั้นนะครับ จะเป็นทางเลือกที่ ๒ ก็คือว่ามีทางเลือก ที่เป็นอนุญาโตตุลาการ อาจไม่จำเป็นต้องเข้ากระบวนการข้อพิพาทเลย เข้าสู่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการ เมื่อท่านตกลงกันได้ก็จบกันที่นั่นนะครับ ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราเปิดโอกาสให้ครับ พิธีสารนี้เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกได้เลือกว่า จะเป็นอย่างไร ท่านได้ถามต่อว่าแล้วถ้าอนุญาโตตุลาการมีผลแล้วจะมีผลบังคับใช้อย่างไร ในพิธีสารพูดไว้ชัดเจนครับว่าหากผลการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นอย่างไร ให้นำมาใช้เลยพิธีสารพูดไว้ชัดเจนครับ ดังนั้นข้อกังวลต่าง ๆ ที่ท่านได้ระบุถึงว่าจะมีผล บังคับใช้อย่างไรของคณะอนุญาโตตุลาการหากมีผลแล้ว
ประเด็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ วรรคสี่นั้นถึงไหนแล้ว ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำ ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จริง ๆ เสร็จแล้ว แต่บังเอิญเนื่องจากครั้งแรกนั้นอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเก่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ได้ทำเสร็จสิ้นแล้ว และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภานะครับ แต่ต่อมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเลยทำให้ต้องกลับมาดู เนื่องจากว่ามันมีการเปลี่ยนแปลง ถ้อยคำอย่างมีนัยสำคัญเลยทำให้จะต้องนำมาทบทวน และประกอบกับมีมติคณะรัฐมนตรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างนะครับ ซึ่งทราบว่าขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว
อันสุดท้ายเรื่องเกี่ยวกับการรับฟังการใช้ประโยชน์ของกลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) ต้องเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านได้ออกรับฟังคำถามประเด็นปัญหาจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ตามภูมิภาคต่าง ๆ แล้วเรานำมารวบรวม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เรามีกระบวนการที่เรียกกว่า การหารือในระดับทวิภาคีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นในกรณีถ้ามีปัญหาแล้วยังคงมีประเด็นเราก็สามารถหยิบยกได้ และนำมาสู่กระบวนการ ระงับข้อพิพาทหากยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ และหากมีข้อเท็จจริงว่าเป็นความผิดข้อตกลง ก็ขออนุญาตชี้แจงแต่เพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ