ขจิตร ชัยนิคม ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลของญัตติรัฐบาลตามมาตรา 165 โดยชี้ว่าการร่างไม่เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และตั้งคำถามต่อการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อยุติวิกฤตการเมือง พร้อมเสนอทางออกด้วยการแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภายกเลือกตั้งใหม่ หลังประชาชนและเยาวชนลุกขึ้นประท้วงจากความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเริ่มต้น ณ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในวันแรกที่เราเลือก ท่าน พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็มีความเห็นว่าท่านไม่ควรจะได้เป็น เพราะผมเคยเรียนท่านประธานแล้วว่าในมาตรา ๑๕๙ วรรคสอง ไม่ได้รับการยกเว้น จากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ พอเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ไม่ควรจะเป็น นายกรัฐมนตรีอีก เพราะว่าท่านทำตามมาตรา ๑๖๑ ไม่ครบ แถลงคำปฏิญาณตนไม่มีคำว่า จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ นั่นเป็นอดีตที่ผ่านมา แล้วหลังจากนั้นสภาก็พูดเยอะแยะมากถึงความไม่เหมาะสม ไม่ควรจะเป็น แต่วันนี้ผมจะพูด ถึงญัตตินี้ ญัตติที่รัฐบาลขอปรึกษารัฐสภาตามมาตรา ๑๖๕
ท่านประธานครับ ลำดับแรก ผมคงตำหนิ ถ้าอาจารย์วิษณุเป็นคนเขียน หรือใครเป็นคนเขียนญัตตินี้ ผมคิดว่าเขียนนี่เอาเปรียบนักเรียน เยาวชน ที่กำลังชุมนุม เรียกร้องอยู่ แล้วเขียนโดยไม่เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ที่ ๕๙/๒๕๕๖ ถึงการชุมนุมของประชาชนในขณะนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเขียนคำวินิจฉัยว่าการชุมนุมตอนนั้นก็ไม่ผิด เพราะเป็นการใช้เสรีภาพ ในการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง โดยมีเหตุผลมาจาก ความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อันถือเป็นการใช้เสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ เป็นการเรียกร้องและแสดงพลังด้วยการสนับสนุนของประชาชนจำนวนมาก นี่คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕๙/๒๕๕๖ การเขียนญัตตินี้จึงไม่สอดคล้องกับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นมาตรฐาน เป็นบรรทัดฐาน ที่องค์กรทุกองค์กรต้องคำนึง
ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงนาทีนี้ ในวันนี้ ผมต้องขอกราบเรียนว่า ด้วยความเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติ และขอเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ด้วยความจริงใจ ถ้าหากวันนี้ท่านไม่ลาออกท่านจะทำอย่างไรครับ ท่านจะทำอย่างไร เพราะว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญส่อว่าถ้าเป็นการแสดงออกเพื่อแสดงเจตนารมณ์ ทางการเมือง โดยมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล นี่มันมีเหตุทางการเมือง นี่เขาไม่ไว้วางใจการบริหารงานของรัฐบาล แต่เวลาท่านเขียนญัตติ ท่านก็เขียนเอาเฉพาะปลายเหตุ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่หยั่งลึกลงไปถึงสาเหตุว่าทำไม นักเรียน เยาวชน ถึงลุกขึ้นมาในนาทีนี้ ในนาทีนี้ทำไมเขาลุกขึ้นมา เขาเงียบมา ๖-๗ ปี ปีนี้เขาทนอยู่ไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้หลายคนไปดู ผมอยากจะขออนุญาต ท่านประธานนำคลิป (Clip) อะไรมาให้ฟัง นักเรียนมัธยมจนกระทั่งคืนนี้ที่ผ่านมานี้ เวลาตีสอง มีการปราศรัยของประชาชนที่พัทยา ก็ชัดเจนถึงเจตนาของเขา ท่านประธานครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ไม่ลาออก จะทำอย่างไรบ้านเมืองถึงจะสงบ ท่านบอกว่า ให้กลุ่มที่เรียกร้องหยุดเรียกร้อง เป็นไปได้หรือ มันมีเจตนาไม่ไว้วางใจการบริหารงาน ของรัฐบาล ถ้าท่านไม่ลาออกท่านจะทำอย่างไร ยึดอำนาจหรือ ก็ได้ ก็ยึด แต่ผู้ชุมนุมเขาก็จะ ไม่หยุด ยึดเขาจะมามากขึ้น มีคนประกาศสู้หลายคนแล้ว วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่า ท่านยึดอำนาจใช้ทหารได้หรือเปล่า เพราะท่านไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้วใครจะรับใช้ท่าน ท่านทำไม่ได้หรอก อย่าไปเชื่อว่าจะมีการยึดอำนาจ ผมไม่เชื่อ มันท้าทายต่ออำนาจ ของประชาชนมากเกินไป ท่านประธานครับ ถ้ายึดอำนาจไม่ได้ทำอย่างไรครับ ยุบสภา เมื่อสักครู่ท่านวิษณุแถลงแล้ว ไม่มีเหตุต้องยุบสภา ยกเว้นแต่พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออก จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้อาจจะยุบสภา เป็นสาเหตุต่อไปได้ พอฟังได้ ทางออกที่ง่ายและดีที่สุด วันนี้ผมยังเห็นด้วยกับหลายคนที่อภิปราย ไม่มีทางอื่นที่ง่ายที่ดีที่สุดคือลาออก มันมี ๓ ล เท่านั้น คือ ลาออก ลาออก และลาออก ไม่มีอย่างอื่น ทำไมครับ การลาออกไม่ใช่สิทธิ ของนายกรัฐมนตรี แต่เป็นสำนึกของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี การเป็นนักการเมือง ประชาชนเกลียดชังแล้วก็ด่าทุกวันทั่วประเทศเป็นแสน ๆ คน ควรจะอยู่ในตำแหน่ง ด้วยหรือครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับหลายท่าน ลาออกแล้วทำอย่างไร ใครจะมาเป็น มันมีกระบวนการทางกฎหมาย รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว ไม่ต้องไปยุ่งยากกับเขาหรอก เขาดำเนินการ รัฐสภาเขาหาได้ ลาออกแล้วทำอย่างไรต่อ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญไหม เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญผมเจ็บปวดมาก วันที่ ๒๔ กันยายน ผมบอกประธานว่าผมถูกหลอก ในที่ประชุมนี้ แรก ๆ บอกตั้งกรรมาธิการ พรรคผมก็มาแจ้งแล้ว หาชื่อกรรมาธิการเสร็จแล้ว ถ้าทำตั้งแต่วันนั้นมันไม่พัฒนามาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ยังไม่สาย รีบแสดงความจริงใจ ใช้วันเดียวก็ได้ วาระที่หนึ่งรับหลักการไปตั้งกรรมาธิการเต็มสภา ลงวาระที่สองเป็นรายมาตรา วาระที่สองใช้เวลาวันเดียว แล้วก็เอาไว้ ๑๕ วันแล้วกลับมาลงมติ แล้ววาระที่สามก็เอาไว้อีก ๑๕ วันลงมติ ใช้เวลา ๑ เดือนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แก้มาตราไหนไม่ได้ แก้ ๒ มาตราได้ มาตรา ๒๖๕ วิธีแก้ แล้วก็มาตรา ๑๕๙ กับมาตรา ๒๗๒ แก้ เสร็จแล้วก็เดินไป คนที่แก้ รัฐธรรมนูญก็แก้ไป แล้วก็ยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ ต้องทำทั้งลาออก ทั้งแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งยุบสภา ทำ ๓ เรื่องเป็นลำดับ แล้วเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ผมไม่แน่ใจถ้าใช้วิธีอื่น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรียังอยู่เฉย ๆ ที่ผมลุกขึ้นมาพูดนี้ผมพูดไปด้วยความหวังนะครับ ท่าทีของนายกรัฐมนตรีถอยคนละก้าว ประกาศสถานการณ์ร้ายแรงยกเลิกผมถือว่าเป็น มิติที่ดี ผมถึงพูดด้วยความหวังว่ามันจะเกิดปาฏิหาริย์ หลายคนไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะลาออกได้ แต่วันนี้ผมเชื่อ หลังจากผมพูดท่านลาออกได้ หรือว่าคืนนี้ท่านลาออกได้ บ้านเมืองสู่ความสงบเลย ท่านอยู่มา ๖ ปี ความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับ ๑ ของโลกยังไม่สำนึก อีกหรือ เศรษฐกิจ ท่านแก้ปัญหาโควิด (COVID) ได้อันดับ ๑ ของโลกดี แต่ท่ามกลาง อันดับ ๑ นี้คนล้มระเนระนาดตายไปกี่คน ภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองไปถามประชาชน แล้วนักธุรกิจใครได้รับเยียวยาบ้าง ได้รับเยียวยามาแล้วกี่คน กี่ท่าน ไม่มี เศรษฐกิจดำดิ่ง ลงไปเรื่อย ๆ วันนี้ก็บอกแล้ว หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ยังยาก พอเข้ามาไม่รู้ มาเห็นอะไร สถานการณ์ทางการคลังของประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่าพอแล้วสำหรับ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ต้องจำตำนานพลเอกที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีมีมากมาย หลายคนได้แสดงสปิริต (Spirit) รุ่นพี่ทำไมไม่ดูบ้าง ไม่ว่า พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มีความเพียงพอทั้งสิ้น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ คนชุมนุมยังไม่ได้ด่าด้วย ๒,๐๐๐ คน ข้างทำเนียบรัฐบาล ก็ลาออกแล้ว นี่คือตัวอย่างของพลเอก เพราะฉะนั้นอย่าให้เสียชื่อพลเอก ไม่ใช่เข้ามาทนอยู่ ทนอยู่จนกระทั่งบ้านเมืองพินาศในทุกเรื่อง ถดถอยในทุกเรื่อง ไม่ต้องมา ถามหาว่ามีความผิดอะไร มีความบกพร่องเยอะแยะมาก สภานี้พูด ๒ วัน ๓ คืนมาแล้ว ไม่รู้กี่รอบก็ไม่ยอมรับอีก ถ้ายอมรับกันตรง ๆ อย่างนี้ก็ควรจะออกไปแล้ว นักบริหาร โดยประชาธิปไตยจะต้องมาหาหลักฐานอะไรชัดเจน สิ่งที่มีอยู่แล้ว พูดมาแล้ว ๒ ๓ ๔ ๕ วัน ๓-๔ ครั้ง เพียงพอแล้วสำหรับการที่จะลาออก การลาออกวันนี้คือสร้างความสงบ หลังจากวันลาออก แล้วแก้รัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วก็ยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ ส่วนรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนก็ค่อยเลือกไป ทำไป ตามมาตรา ๒๖๕ หรือมาตรา ๒๕๖ ที่ได้รับการแก้ไข นั่นคือสิ่งที่ผมเสนอในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องลาออกสถานเดียว ทำอย่างอื่นบ้านเมือง ไม่สงบแน่นอน ขอบคุณครับ