จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ วิพากษ์หนังสือของนายกรัฐมนตรีที่ส่งถึงประธานรัฐสภา โดยตั้งข้อสังเกตว่าถ้อยคำขาดความปรองดองและมีลักษณะให้ร้าย ซึ่งอาจยิ่งย้ำความขัดแย้งแทนการแก้ไขปัญหา พร้อมหารือสถานการณ์การชุมนุมและการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก โดยชี้ให้เห็นข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงผู้นำเป็นไปได้ยาก แม้จะมีการลาออกซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภามีบทบาทในการเลือกตั้งกลับเข้ามา และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายที่ประกาศไว้ โดยเฉพาะการส่งร่างกฎหมายประชามติที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญในด้านที่มา เนื้อหา และกระบวนการที่ขัดกับหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองแขม แขวงหนองค้างพลู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ฟังการอภิปรายประกอบคำแถลงของ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเช้า ก็ได้มีการอ้างถึงหนังสือฉบับที่ท่านนายกรัฐมนตรีส่งถึง ท่านประธานรัฐสภา ในหนังสือก็มีหลายประเด็นครับ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นในเรื่องของ การชุมนุม ประเด็นในเรื่องของการไม่ได้ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องของ ขบวนเสด็จ เอาเข้าจริงแล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าคนที่เขียนหนังสือเสนอให้ท่านเซ็นส่งประธานรัฐสภา เขามีเจตนาอย่างไร ผมไม่โทษท่านนายกรัฐมนตรีหรอกครับ แต่อย่างน้อยที่สุดหนังสือนี้ ควรที่จะมีลักษณะถ้อยคำที่ปรองดอง แล้วมีลักษณะความสัมพันธ์ที่เชื่อมมือไปหา ผู้ชุมนุมครับ แต่ถ้อยคำหลายกรณีมีลักษณะของการให้ร้าย นี่ไม่ใช่การถอยคนละ ๑ ก้าว ๒ ก้าวหรอกครับ ดังนั้นผมไม่อยากเห็นถ้อยคำแบบนี้ในหนังสือที่ท่านนายกรัฐมนตรีส่งมาถึง ประธานรัฐสภา เพราะมันยิ่งสร้างความปวดร้าวทางใจ ถ้าผู้ชุมนุมได้เห็นหนังสือฉบับนี้ ท่านเชื่อเถอะครับ ความขัดแย้งก็จะไม่จบ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานว่ารัฐสภาเมื่อเปิดมา ต้องเป็นที่ส่วนหนึ่งในการพักใจ ในการคลายสถานการณ์ไม่ให้มีความรุนแรง หรือว่าเชื่อม ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชุมนุมกับรัฐบาล แต่หนังสือแบบนี้ละครับ ดังนั้นผมโทษนิดหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่ได้ผิดอะไรท่านก็ต้องไปติงคนที่เขียนหนังสือฉบับนี้ให้ท่าน ใช้ไม่ได้ครับ
ประการต่อมา ในเรื่องของสถานการณ์การชุมนุม วันนี้พวกเราทราบดีครับ มีหลายข้อเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องในเรื่องของนายกรัฐมนตรีลาออก การแก้ไข รัฐธรรมนูญ หรือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เอาประการที่ ๑ เลย ท่านนายกรัฐมนตรี ลาออก ก็เกือบจะเห็นด้วยนะครับว่าถ้านายกรัฐมนตรีลาออก สุดท้ายรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ ในมาตรา ๒๗๒ ต้องดูตามบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ถ้าไม่ได้ ไม่ชอบ ไม่พอใจ ก็ต้องเอาบัญชีนอกพรรคการเมือง แล้วท่านไปดูดวง ดวงแข็ง จริงครับ ดวงท่านแข็ง ก็ไม่แข็งได้อย่างไรครับ เพราะว่าท่านออก ส.ว. ก็เลือกท่านกลับมา ดังนั้นท่านออก ๕ ครั้ง สมาชิกวุฒิสภาก็เลือกท่านกลับมาได้ ๕ ครั้ง เห็นไหมครับว่านี่ละปัญหาของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นท้ายที่สุดเดี๋ยวผมจะนำเสนอว่าทำไมนายกรัฐมนตรีต้องลาออกในสภาวการณ์การเมือง เช่นนี้
ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ต้องกระทำโดยเร็วที่สุด แล้วก็ถูกระบุไว้ในนโยบายของรัฐบาลด้วย ซึ่งเคยมีคำแถลงการณ์ นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ถ้าท่านจำได้ก็คือเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ แล้วคำแถลงนโยบายนั้นระบุนโยบาย ที่สำคัญอยู่ ๒ ประการ คือนโยบายหลัก ๑๒ ด้าน และนโยบายหลักเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกระบุไว้ในนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง ก็แสดงว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องเร่งด่วน แล้วข้อความในคำแถลงการณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีในการแถลงนโยบาย ระบุไว้ในข้อ ๑๒ หน้า ๓๓ บอกว่า รัฐบาลสนับสนุนให้มีการศึกษา รับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ดำเนินการเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ถ้าตีความก็คือว่าจะเร่งดำเนินการให้มีการแก้ไข มาตรา ๒๕๖ ซึ่งถ้าพวกเราจำได้ สิ่งเหล่านี้ถูกปรากฏไว้ตั้งแต่มีการหาเสียงของพรรค การเมือง แล้วก็มีพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคท่านนะครับ แต่ว่าผมไม่ได้เอ่ยให้ ท่านเสียหายครับ แต่อยากจะบอกว่าเป็นเงื่อนไขส่วนหนึ่งที่เสนอไปยังการจัดตั้งรัฐบาล และท้ายที่สุดสิ่งเหล่านี้ก็ถูกนำมาบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลครับ ดังนั้น จริง ๆ แล้วเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านมีเวลา ๑ ปีอีก ๗ เดือนครับ หมายความว่า เวลาก็เริ่มตั้งแต่ท่านตั้งคณะรัฐมนตรีมาแถลงนโยบายจนถึงปัจจุบัน ๑ ปี ๗ เดือนครับ ในการที่ท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งและสถานการณ์ความรุนแรง ในอนาคตได้ แต่ท่านไม่ได้ดำเนินการ เอาละครับ ผมก็ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการแถลง ต่อรัฐสภาว่าเดี๋ยวจะมีการนำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติเข้าสู่ ที่ประชุมรัฐสภา และจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม แต่ผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ ร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติได้ทำเสร็จแล้ว นั่นก็หมายความว่า เจ้าภาพในกฎหมายฉบับนี้ที่เป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้จัดทำรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้ว ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ปี ๒๕๖๓ นั่นก็หมายความว่าสามารถส่งให้ ครม. มีมติ ครม. บรรจุส่งประธานรัฐสภา เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาได้เลยครับ แล้วเรื่องนี้เป็นกฎหมายการปฏิรูป ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ สามารถนำเข้าได้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่เราพิจารณาญัตติ ๖ ญัตติ เกี่ยวกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญ สามารถที่จะทำเทียบเคียงไปได้ครับ แต่ไม่ได้มีการดำเนินการ เอาละครับ ก็ถือว่าประชาชน สมาชิก ให้โอกาสรัฐบาลเสียหน่อย ถ้าทำให้เสร็จก็คือควรจะต้องเสร็จ ภายในพฤศจิกายนครับ ทำได้ครับ เพราะกฎหมายแล้วเสร็จรอที่รัฐบาลจะประชุม คณะรัฐมนตรีส่งมายังประธานรัฐสภา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอีก หลายประเด็นที่ผมคิดว่าเราจะต้องตอกย้ำสั้น ๆ อย่างเร็ว ๆ ก็คือที่มาของรัฐธรรมนูญ เนื้อหา และกระบวนการไม่ชอบด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขครับ แล้วส่าสุดท่านเห็นใช่ไหมครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ก็คือว่า กกต. ออกใบส้ม