สมคิด แจงปมเปิดอภิปราย ชี้บางประเด็นไม่จำเป็นต้องใส่ญัตติ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓

สมคิด เชื้อคง วิพากษ์การเปิดอภิปรายตามมาตรา 165 โดยตั้งข้อสังเกตถึงการบรรจุวาระที่ไม่เร่งด่วน เช่น สถานการณ์โควิด และรถพระที่นั่ง ขณะเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่ออกมาชุมนุม พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารงานโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเกษตรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ก็ขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเราได้มาเหมือนแลกเปลี่ยนความเห็น แล้วก็มี หลากหลายความคิด ไม่ว่าจะเป็นทางวุฒิสมาชิก หรือสมาชิกฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเราก็ต่างคน ต่างมองคนละมุมกัน แต่จะมุมไหนก็แล้วแต่ วันนี้เหตุที่มันเกิดจน ครม. มาขอเปิดอภิปราย ตามมาตรา ๑๖๕ ก็ถือว่าอย่างน้อย ๆ ถ้าสุภาษิตไทยก็บอกว่าไฟไม่ลนก้นก็ไม่ทำ ทั้ง ๆ ที่ ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย รวมทั้งกลุ่มฝ่ายค้านพยายามที่จะขอเปิด กว่าที่ท่านประธานจะได้ ตัดสินใจก็อาจจะช้ามาหน่อย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้เราก็ได้พูดคุยกัน ผมเองเห็นญัตติ ครั้งแรกกับท่านประธานนี่ละครับ ที่เราประชุม ๔ ฝ่าย ก็ไม่ได้ชอบใจนัก แต่ว่าในเมื่อ ครม. ขอเปิดท่านก็มีสิทธิที่จะเขียน แต่เขียนแล้วท่านจะได้ประโยชน์หรือสมประโยชน์อันนี้แล้วแต่ ท่านจะคิด แต่พวกเรามองว่าเรื่องนี้บางเรื่องท่านไม่จำเป็นต้องใส่ในญัตติด้วยซ้ำไป เช่นเรื่อง เกี่ยวกับโควิด (COVID) ก็รู้ทั้งรู้ละครับว่าโควิด (COVID) บ้านเรา เราป้องกันได้ขนาดไหน รู้อยู่แล้ว หลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายว่ามันไม่มีปัญหามานานแล้ว แต่ก็ยังมาใส่ในข้อ ๑ ไว้ใน ญัตตินี้ ท่านอาจารย์วิษณุอาจจะเขียนด้วยบอกว่าอยากป้องกัน แต่เรื่องนี้ถ้ามองถึงภาพรวม จริง ๆ ถ้าบอกว่าป้องกันได้จริง ๆ ความจริงก็มีพรรคเดียวที่ดูแลเรื่องสาธารณสุข เรื่องท่องเที่ยว ทำไมไม่เอามารวมกันจัดการเรื่องท่องเที่ยวให้มันดี หลายท่านก็เชียร์ว่า เรื่องโควิด (COVID) รัฐบาลแก้ไขได้อย่างดีเป็นอันดับ ๑ ของโลก ไม่ได้ว่ากัน แต่ในเมื่อ มันเป็นอันดับ ๑ แล้ว เดินต่อสิครับ ท่านก็ดูแลท่องเที่ยว ท่านดูแลสาธารณสุข คิดไหมครับ ว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปอย่างไร ถ้ามั่นใจทำเลย อย่ามารอ วันนี้รอไปรอมาก็เจ๊งกัน หมดทั้งประเทศ แต่ว่าผู้ชุมนุมที่เขาได้อ่านตรงนี้เขาบอกว่าเขาก็กลัวตายเหมือนกัน เขาก็ ป้องกัน แต่เขาก็รู้ว่ามันทำอะไรไม่ได้ มันดีอยู่แล้วที่ท่านบอกว่าดี ส่วนข้อที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับรถพระที่นั่งนั้น หลายท่านก็ได้พูดไป ข้อที่ ๓ เรื่องของมีรวบรวมว่า ผู้ชุมนุมเรียกร้อง ๓-๔ ข้อ นายกรัฐมนตรีลาออก แก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็ปฏิรูปสถาบัน ทุกเรื่องผมเชื่อว่ามันจะจบอยู่ที่การพูดคุย ผมก็ไปดูลูกหลาน ไปคุย ไปสังเกตการณ์ เขาก็คิด แบบเขา พวกเราก็คิดแบบพวกเรา มันคนละยุค คนรุ่นใหม่เขาก็คิดแบบคนรุ่นใหม่ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องฟัง ต้องรอดูว่าลูกหลานเขาคิดอย่างไร อย่ามาคิดว่าคนนี้ต่างเป็น อะไร มีเบื้องหลัง อ้ายคนนั้นอยู่เบื้องหลัง มันไม่มีเบื้องหลังหรอก ผมเรียนยืนยันว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีแต่เบื้องหน้า คืออ่านโทรศัพท์ทั้งนั้น พอไปถึงก็อ่าน ๆ แล้วเขาก็นัดกัน แผล็บเดียวได้คนหมื่นคน แผล็บเดียวได้คน ๒๐,๐๐๐ คน ท่านลองไปคิดดูนะครับว่าเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องปกติของสังคม อย่างไรเสียทุกอย่างมันก็ต้องเปลี่ยนแปลง แรก ๆ เรื่องแก้ รัฐธรรมนูญนั่นละครับคือปัญหาเหมือนกัน พอเราอยู่ที่นี่เราไม่อยากให้ตั้งกรรมาธิการ พวกท่านก็ตั้ง พอพรรคฝ่ายค้านไม่เข้าไปร่วมเป็นกรรมาธิการเพราะเราเห็นว่า เป็นการดึงเวลา เราก็ไม่ได้เข้าไปร่วม แล้วบางท่านก็ยังมาบอกว่าพรรคเสียงส่วนน้อย ไม่เข้าไปร่วม ก็เจตนาเราเห็นได้ชัดว่าท่านไม่จริงใจที่จะรีบทำ ถ้ารีบทำแต่แรกก็ไม่ต้องมีวันนี้ มันก็ต้องเดินไปข้างหน้าด้วยกัน เราไม่ได้ปฏิเสธเรื่องหน้าที่ในรัฐสภาหรือในสภา และหลายท่านก็บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความผิด ท่านนายกรัฐมนตรีทำถูกทุกเรื่อง ถูกแล้วมันมีเรื่องได้อย่างไร ก็แปลว่ามีบางเรื่องที่อาจจะมองกันอย่างเข้าใจผิด ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าผมผิดอะไร แล้วหลายท่านก็สนับสนุน ก็ไม่ว่ากันเพราะฝ่าย สนับสนุน แต่ฝ่ายผมบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีผิดเรื่องอะไร ท่านก็อยู่มาตั้ง ๕-๖ ปี ใช่ อยู่มา อยู่เพราะอะไร แล้ววันนี้เราเดินกันมาปีครึ่งในสภานี้ ท่านทราบไหมครับ วันนี้คนที่อยู่ ภายใต้การดูแลของท่านเป็นอย่างไร เศรษฐกิจเป็นอย่างไร ก่อนโควิด (COVID) ก็มีปัญหา อยู่แล้ว วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมบอกท่านเลยท่านนั่งอยู่นี้ เอาแค่ราคาพืชผลเกษตร กี่ปีมา ไม่เคยดีเลย แล้ววันนี้หลายท่านก็มาบอกว่ายางพารา ๖๕ บาท ใช่ มันจะ ๑๐๐ บาท มันก็ไม่มีขายเพราะฝนตก มันกรีดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อาจจะมองในมุมคนละมุมกัน วันนี้ข้าวเปลือกเจ้าที่บ้านผมมีคนซื้อหรือยัง โรงสียังไม่ขึ้นป้ายเลย ท่านนายกรัฐมนตรีไปดู ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปดู แม้กระทั่งเงินสนับสนุนโรงสีก็ยังไม่ให้เขากู้เลย แล้วเขาจะซื้อข้าวได้อย่างไร ข้าวเหนียวยังแพงกว่าข้าวเจ้าด้วยซ้ำไป ข้าวหอมมะลิ คนภาคอีสานขายข้าวนาปี ปีหนึ่งขายได้ครั้งเดียว วันนี้ยังไม่รู้ราคาเลย เดี๋ยวอีก ๒ อาทิตย์ ข้าวออกแล้ว อีก ๒ อาทิตย์ข้าวออกแล้ว ไม่ต้องไปพูดย้อนเรื่องเก่าว่าแต่ก่อนมันเท่าโน้น เท่านี้ ไม่ใช่หรอกครับ เอาแค่วันนี้ สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความบกพร่อง วันนี้ใครดีล่ะครับ ผมคิดไว้อย่างนี้ พอท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะท่านมาบริหาร มีคนรวย อยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนค้ากับรัฐบาล อีกกลุ่มหนึ่งคือคนค้าขายของเถื่อนหรือยาเสพติด รวยอยู่แค่นี้เอง ไปดูสิครับคนที่ค้าขายกับรัฐบาล เท่าไรครับ เยอะแยะ สารพัดอันเลย สารพัดบริษัท สารพัดยักษ์ใหญ่ ตัวเล็ก ๆ ตายหมดครับ อย่าว่าอื่นไกลเลย การบริหาร จัดการของท่านมันก็คือปัญหา ท่านอาจจะไม่มองเห็นความผิดของท่าน มันเป็นความผิดหมด ระบบราชการก็เป็นความผิด ท่านเชื่อไหมครับ แค่ต่อประเมินผู้ใหญ่บ้านยังเรียกเงินกันเลย กรมการปกครองของท่าน นายอำเภอของท่าน อย่างนี้หรือครับ มันก็เดือดร้อนไปทั่ว ท่านก็ บอกว่าของท่านดี ๆ การเรียกรับมันเยอะมาก ๕ ปีก่อนก็มีนักการเมือง ทำไมมีข่าว คอร์รัปชัน นั่นคือสาเหตุที่เขาไม่สบายใจแล้วเขาไม่พอใจ คนที่ออกมาชุมนุมไม่ได้บอกว่า ไม่พอใจนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้นะครับ เขาไม่พอใจตั้งแต่ท่านเข้ามาตั้งนานแล้วละ ท่านก็ต้องยอมรับ ท่านเข้ามาเพราะท่านก็ไม่ได้ถูกกฎหมายนี่ครับ ท่านก็ยึดอำนาจมานี่ครับ พูดเดี๋ยวจะสะเทือนใจนายกรัฐมนตรีอีก หรือท่านไม่สะเทือนใจผมไม่ทราบ หรือท่านพอใจ ก็ไม่รู้ แล้วท่านก็ยังบอกว่าที่มาเพราะผมแก้ปัญหา จริงไหมครับ ปัญหากลุ่มท่านสร้าง หรือเปล่าล่ะครับ วันนี้ผมอยากเห็นว่าในเมื่อลูกหลานเราเรียกร้อง ลูกหลานเราอยากเห็น อนาคตของเขา ทำไมไม่ทำให้เขาบ้างล่ะครับ วันนี้ก็ยังบอกว่าถ้าท่านประกาศตั้งแต่ครั้งแรก ว่าท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาละมันเอาคืนไม่ได้ ผมว่าปัญหามันก็น้อยลง ก็ดีนะครับ ที่วันนี้อาจารย์วิษณุมาอธิบาย ส่วนเรื่องอธิบายว่านายกรัฐมนตรีลาออก ไม่มีปัญหา หรอกครับ อย่าไปคิดว่าลาออกคนโน้นจะมา คนนี้จะมา ไม่ต้องไปคิดแทน ถ้าจะออก ออกได้เลย ข้างหน้าเป็นอย่างไรเขารู้กันอยู่แล้ว มันรู้กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอยู่ที่ท่าน หลายท่านผมก็ชื่นชมเพื่อนสมาชิก บอกว่าการลาออกของนายกรัฐมนตรีเป็นสิทธิของท่าน ใช่ ที่ผมพูดวันนี้ผมก็เชื่อว่าท่านไม่ลาออก แต่ว่าถ้าท่านไม่ลาออก หรือท่านจะลาออก ปัญหาของประเทศท่านไปคิดเอา ว่าวันนี้คนที่ชุมนุมจำนวนมากเขาต้องการอะไร แน่นอน หนึ่งในนั้นคือท่าน เขามองว่าท่านเป็นภาระของประเทศนี้ ท่านเป็นปัญหาของประเทศนี้ วันนี้เราถึงได้มาคุยกัน ผมขอเสนออย่างนี้นะครับว่าเรื่องรัฐธรรมนูญท่านก็พูดชัด กำหนด วัน ว. เวลา น. ให้ได้แล้วไปคุยกัน ผมไม่เชื่อว่าพวกลูกหลานจะคุยไม่รู้เรื่อง เขาคุยรู้เรื่องครับ อยู่ที่ผู้ใหญ่จะใจกว้าง จะจริงใจในการแก้ปัญหาหรือเปล่า ถ้าเราจริงใจที่จะแก้ปัญหา คุยได้หมดครับ จะมาบอกว่ากลุ่มโน้นกลุ่มนี้ ท่านมองอย่างเมตตาสิครับ ท่านมองอย่าง ลูกหลาน คดีที่ใส่ไปไม่ใช่คดีเรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ ยกเลิกได้ก็ยกเลิกบางคดี เพราะอย่างไรเสียคนเหล่านี้เขาก็คิดต่างจากท่าน ไม่ใช่ความผิดเขา ความสวยงามในระบอบ ประชาธิปไตยที่ท่านพูดก็คือคนคิดต่างนี่ละครับ เราคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่คนชาติอื่น ชาติไกลที่ไหน ผมขอเรียนนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าท่านลองไปสรุปอารมณ์ท่านดูว่า เมื่อก่อนท่านชอบบ่นนะครับ ผมเป็นคนพูดกับท่านเอง ท่านบ่นว่าท่านเหนื่อย ผมก็แนะนำ ให้ท่านลาออก วันนี้ถ้าท่านพอแล้วท่านก็ลาออกได้ครับ ขอบพระคุณครับ