จเด็จ อินสว่าง หารือเรื่องการเปิดสมัยประชุมวิสามัญและการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรีในการบริหารจัดการโควิด-19 ในประเทศไทย โดยกล่าวหาว่าท่านฝ่ายค้านโจมตีท่านนายกรัฐมนตรี โดยไม่พิจารณาความดีของท่าน และเรียกร้องให้มองปัญหาในมุมมองที่ครอบคลุม
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาด้วยความเคารพ กระผม จเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอย้อนเวลาไปเมื่อ ๐๙.๐๐ นาฬิกาเศษของวันนี้ เมื่อท่านประธาน รัฐสภาได้กล่าวเปิดการประชุม และได้ขอให้เลขาธิการรัฐสภาอ่านพระราชกฤษฎีกา เปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัยในวันนี้และพรุ่งนี้ ใครจะคิดอย่างผมหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ว่า ขณะที่ยืนฟังพระราชกฤษฎีกานั้น ผมนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฟังคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภา และทรงมี พระมหากรุณาธิคุณให้เปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัญในวันนี้และพรุ่งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาสำคัญ ของบ้านเมือง ใช้เวทีของรัฐสภาหาทางออก ท่านประธานครับ มีอีกหลายเรื่องที่ พระราชจริยาวัตร พระราชภาระ พระราชภารกิจ ที่ทรงปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มีมากมายหลายประเด็น ผมเพียงแต่จะพูดว่าพระองค์ท่านนั้น เป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งการโอนกรม กองทหารบางหน่วย กำลังพล ทรัพย์สิน ไปอยู่ในหน่วยรักษาความปลอดภัยของพระองค์ท่าน ก็กระทำภายใต้ พระราชกำหนดที่ให้ความเห็นชอบมาจาก ๒ สภาที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ท่านประธานครับ นั่นก็ทรงปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ยังมีคนไปกล่าวหาโจมตีจาบจ้วงท่าน ก็ไม่เป็นไรครับ ผมถือโอกาสนี้เรียนให้ท่านทราบว่าด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านทรงเป็น พระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย ใน ๓ ประเด็นที่รัฐบาลกำหนดหัวข้อเพื่อให้เวทีแห่งนี้ รัฐสภาแห่งนี้ได้พูดจากันหาทาง แก้ไขปัญหา
ในเรื่องแรก เรื่องปัญหาการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ปัญหาที่ รัฐบาลห่วงใยว่าผู้มาชุมนุมประท้วงรัฐบาลมีการชุมนุมกันมากมายและแออัด ผิดกฎเกณฑ์ ของกระทรวงสาธารณสุข ผิดกฎเกณฑ์ของพระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในภาวะ ฉุกเฉินที่ต้องดูแลเรื่องการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) รัฐบาลทำไม่ผิดหรอกครับ รัฐบาลทำถูกต้องแล้วที่มีห่วงมีกังวลในเรื่องนี้ เพราะถ้ามีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นรอบ ๒ ในประเทศไทยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ระบบหลายระบบที่หลายประเทศ ในโลกนี้พบอยู่ก็จะเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วระบบเหล่านั้นไม่ว่าเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน ก็จะพังพินาศเกิดขึ้นในบ้านเรา เพราะฉะนั้นรัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องนี้ น่าชื่นชมรัฐบาล ผมก็เป็นห่วง พี่ป้าน้าอาทุกคนก็ควรจะเป็นห่วงลูกหลาน ตัวผู้ชุมนุมเอง ก็ต้องห่วงตัวเอง ถ้าเราเห็นในโทรทัศน์หรือเห็นผู้ชุมนุมนั้นก็จะเห็นได้ว่าผู้ชุมนุมนั้นไม่ได้ ระมัดระวังเลย แถมยังมีอาการท้าทายต่อการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) อีก หารู้ไม่ว่าวันนี้ตัวเลขทั่วโลกนั้นทะลุ ๔๓ ล้านคนแล้วที่ติดโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) มีประเทศกว่า ๑๕๐ ประเทศ มี ๑๑๙ ประเทศมีปัญหาเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ประเทศไทยภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ละ ท่านประธานครับ ผมเรียนฝากไป เพื่อให้ท่านเกิดความรู้สึกว่ามีสมาชิกวุฒิสภาหลายคนเห็นการปฏิบัติหน้าที่ของท่านด้วย ความเข้มแข็ง ขอให้กำลังใจท่าน นายกรัฐมนตรีคนนี้ละที่บริหารจัดการ ทำให้ปัญหา โควิด-๑๙ (COVID-19) ในประเทศไทยนั้นเป็นที่ยอมรับนับถือแก่นานาประเทศทั่วโลก จนกระทั่งองค์การอนามัยโลกประกาศให้การบริหารจัดการโควิด-๑๙ (COVID-19) ของประเทศไทยมีคุณภาพดีเยี่ยมเป็นอันดับ ๑ ของโลก เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครพูดถึง พูดน้อยมาก ในสภาวันนี้ยังไม่พูดเลยโดยเฉพาะฝ่ายค้าน นอกเหนือจากเรื่องของโครงสร้างทางภายภาพ เรื่องล้อ เรือ ราง เรื่องของการลงทุนต่าง ๆ เรื่องของการประคับประคองสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจภายใต้วิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั่วโลก ขอแสดงความชื่นชมกับท่านนายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจท่านมา ณ ที่นี้ด้วย
ผมขอพาดพิงไปถึงท่านฝ่ายค้านที่กล่าวหาโจมตีท่านนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งท่านผู้นำฝ่ายค้านที่ผมเคารพรัก ผมอาจจะไม่ได้คุ้นกับท่าน แต่ว่ารักและศรัทธา ในคำพูดคำจาของท่าน ท่านกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีเป็นตัวสร้างความแตกแยก เป็นตัวการ ที่ก่อให้เกิดปัญหา ท่านครับ เรื่องที่นายกรัฐมนตรีคนนี้ทำอะไรดี ๆ ไว้ตั้งเยอะท่านต้องพูด ด้วยครับ เราเป็นผู้ใหญ่กันในสภาแล้ว อย่ามองปัญหาแต่ด้านเดียว เราต้องมองความดี ของคนด้วย ไม่มีใครในโลกนี้ที่ดีสำเร็จรูป เหมือนที่ฝรั่งเขาพูดว่าโนบอดี เพอร์เฟกต์ (Nobody perfect) เราก็มีดี มีไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น