สมชาย ชี้ปิดกั้นขบวนเสด็จ ห่วงรัฐธรรมนูญ-เรียกร้องปฏิรูปการเมือง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓

สมชาย แสวงการ ชี้ประเด็นการปิดกั้นขบวนเสด็จโดยกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมนำเสนอหลักฐานจากคลิปวิดีโอและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงในสื่อสังคม ขณะที่ตั้งข้อสังเกตถึงข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออกและยุบสภา โดยเห็นว่าการเปลี่ยนผู้นำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอหากโครงสร้างพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญยังคงเดิม พร้อมแสดงความกังวลต่อข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันฯ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง จึงเสนอให้เน้นการปฏิรูปในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สื่อ และการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงตั้งคำถามถึงแรงจูงใจเบื้องหลังการชุมนุมที่อาจกระทบอธิปไตยชาติ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเองก็เป็นผู้สนับสนุนให้นำญัตตินี้เข้าพูดในสภาด้วยนะครับ แล้วผมคิดว่าเรื่องจำเป็น ที่ต้องพูดคืออย่าไปอยู่ในโซเชียล (Social) และอย่าไปอยู่ในที่ลับ บางเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง รัฐบาลอาจจะอธิบาย แต่ผมพูดในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ผมไปดูที่เกิดเหตุการชุมนุม ทุกม็อบ (Mob) ละครับ ไม่ว่าจะม็อบ (Mob) นปช. ม็อบ (Mob) กปปส. ม็อบ (Mob) พันธมิตร ม็อบ (Mob) เสื้อหลากสี ม็อบ (Mob) เสธ. อ้าย รวมถึงม็อบ (Mob) คราวนี้ก็ไปครับ แต่พบว่า การยกระดับมีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดปัญหาขึ้น จึงมาสู่สิ่งที่ผมกราบเรียนว่า โดยข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบ และจะตรวจสอบต่อไปเหมือนกับที่เคยตรวจสอบเหตุการณ์ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตของ พลเอก ร่มเกล้า ตำรวจ ทหาร ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่เชียงใหม่ ที่อุดรธานี ผมก็สอบครับ คราวนี้ก็จะไปดูครับ แล้วก็ได้ ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว อยากแค่นำเรียนเบื้องต้นนิดเดียวว่าคลิปวิดีโอ (Clip video) ที่เตรียมไว้จะฉายนั้น ท่านประธานไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไรครับ แต่มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า มีการปิดล้อมขบวนเสด็จจริงหลังจากที่ขบวนได้ผ่านในเส้นทางที่ผมขอเรียน ๒ ข้อ คือ ๑. เป็นเส้นทางเสด็จปกติเวลาออกจากพระราชวังตรงสวนอัมพร เพื่อจะมาเลี้ยวซ้าย ผ่านหน้าทำเนียบรัฐบาลบนถนนพิษณุโลก แล้วตรงไปขึ้นทางด่วนยมราช ผมตรวจสอบ แล้วว่าหมายกำหนดนั้นคือการเสด็จไปพระราชทานพระกฐินที่วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ทางด่วนจะไปลงที่ดาวคะนองครับ เป็นจุดที่ใกล้ที่สุด ใช้เวลา ๒๐ กว่านาที สั้นที่สุด ไม่รบกวนการจราจรของพี่น้องประชาชน และเป็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ก็ขออนุญาตนำเรียนเท่าที่สอบได้นะครับว่าเป็นข้อเท็จจริงประการนั้นจริง ๆ ขบวนเสด็จ พอเสด็จออกมาก็มาเจอมวลชน ซึ่งโดยปกติในการตรวจสอบการชุมนุมของ นปช. ก็ดี พันธมิตรก็ดี กปปส. ก็ดี และม็อบ (Mob) อื่น ๆ ก็ดี เมื่อผ่านขบวนเสด็จ ขบวนเสด็จ ผ่านเมื่อใด ประชาชนไม่ว่าสีไหนก็ตามก็จะเปิดเส้นทาง แล้วก็มีการถวายทรงพระเจริญบ้าง มีการประดับธงหรือโบกธงบ้าง อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ แต่คราวนี้มีความบกพร่องเกิดขึ้น ที่ผมคิดว่าไม่ควรคือการประกาศ ซึ่งผมจะไม่เอ่ยชื่อนะครับ บุคคลนั้นก็โดนคดีมาตรา ๑๑๐ ไปแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเหตุการณ์จริงครับ มีการประกาศเลยว่าขบวนเสด็จ ให้ชู ๓ นิ้ว ห้ามผ่าน ผมมีข้อความที่ถ่ายจากคลิปวิดีโอ (Clip video) ของกู้ภัยซึ่งชัดเจนมาก ก็ไม่ได้ฉายให้ฟัง แต่เขาก็เขียนชัดเจนครับว่าเขาถ่ายไปน้ำตาไหลไปเพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลคงจะชี้แจง แล้วผมก็ไม่อยากให้ไปบิดเบือนในโซเชียล (Social) อีกว่า เป็นการตั้งใจนำขบวนเสด็จเข้ามาผ่านมวลชน อันนี้ไม่จริงครับ เป็นเส้นทางเสด็จปกติ เป็นเส้นทางหลัก เมื่อเสด็จพระราชดำเนินออกมาจึงมาเจอมวลชน ซึ่งก็เป็นความผิดพลาด ซึ่งผมคิดว่าในอนาคตฝ่ายผู้ชุมนุมเองทำให้การได้รับความสนับสนุนหายไปทันที แล้วก็สร้าง ความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ออกมาชุมนุมเหลืองทั้งแผ่นดินทั่วประเทศอีก สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าสภาต้องหาทางออกในการที่จะขอร้องต่อผู้สนับสนุนและผู้ชุมนุมว่าเรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นแล้วไม่ควรเกิดขึ้นอีก ส่วนผู้กระทำความผิดก็ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ต่อไป

ส่วนในเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จะต้องพูดถึงก็คือที่มีการเสนอ ๓ ข้อครับ ท่านประธาน อยู่ในญัตติข้อที่ ๓ คือมีข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภา แก้ไข รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมจะพยายามพูดอยู่ในข้อบังคับที่ ไม่กระทบกระเทือนและพาดพิง แต่ต้องเรียนว่าถ้าท่านให้นายกรัฐมนตรีลาออกขณะนี้ก็ยัง กลับไปเรื่องเดิม คือวันนี้แคนดิเดต (Candidate) ก็ยังเป็นชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรค พปชร. เป็นชื่อคุณอนุทิน จากพรรคภูมิใจไทย เป็นชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คุณชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย เป็นชื่อท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย เป็นชื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ รัฐธรรมนูญยังเขียนไว้อย่างนี้ ตราบใดก็ตามถ้าลาออกอย่างเดียว ไม่ได้แก้ปัญหาครับ

ส่วนที่ ๒ ถ้ายุบสภา ก็เป็นความเห็นส่วนหนึ่งในการคืนอำนาจประชาชน แต่ถามว่าแล้วได้อะไรครับ ก็กลับมาเลือกตั้ง แล้วท่าน ส.ส. ก็อาจจะหมดไป แต่ ส.ว. ก็ยังอยู่ในสภา กลับมาก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ทางออกปัญหาก็อาจจะเหมือนเดิม หรือรุนแรงขึ้น หรือเบาลงผมไม่ทราบ แต่ผมก็กราบเรียนว่าเรื่องนี้จะต้องไปพูดกันในวาระ ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นขอพูดในเรื่องรัฐธรรมนูญที่ทางวุฒิสภาส่งไปเป็นกรรมาธิการพิจารณา ก่อนรับหลักการ ซึ่งวันนั้นถูกต้องแล้วครับ ท่านประธานได้ให้มีการตั้งกรรมาธิการในรัฐสภา ผมเรียนตามตรงเลยถ้าวันนั้นมีการโหวต (Vote) แล้วเกิดไม่ผ่านขึ้นมา เพราะบางฉบับ ญัตติส่ง ๗ วันให้วุฒิสภา แล้วยังมีปัญหาข้อกฎหมายทั้งในร่าง ๑ ร่าง ๒ และในมาตรา ๗๒ ว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑๘-๒๒/๒๕๕๕ ชัดเจนครับว่าองค์สถาปนาที่ให้เกิด รัฐธรรมนูญคือประชาชนที่ให้ประชามติ อำนาจของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เป็นองค์อำนาจที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนั้น จะเป็นลูกไปฆ่าแม่เสียเองทำไม่ได้ เว้นแต่ได้รับการทำประชามติให้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ซึ่งอันนี้เป็นข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริง ถึงเวลาที่ประชุมรัฐสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ผมก็จะชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ส่วนมาตราอื่น ๆ เป็นการแก้ไขรายมาตรา ก็ขออนุญาตเรียนว่าทำได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องบัตรเลือกตั้ง แต่ข้อเท็จจริงคือท่านเองก็ยังตกลงกันไม่ได้เลยว่าจะใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ หรือใบเดียว เพราะมีพรรคที่ได้เปรียบ และมีพรรคที่เสียเปรียบ ส่วนเรื่องการแก้ไข มาตรา ๒๗๐ นั้น ผมก็เสนอเลยว่าท่านจะให้ใครทำหน้าที่ในการปฏิรูป วันนี้ถ้าบอกว่า เอา ส.ว. ออกไปไม่ต้องมีการปฏิรูป ผมคิดว่าประเทศไทยเสียเวลาไปเยอะมากแล้ว เรามียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เรามีการปฏิรูปที่ยังไม่ได้ปฏิรูปเยอะแยะมากมายเลยครับ ท่านประธาน ผมเสียดายมากเลยว่ามวลชน น้อง ๆ ผู้ชุมนุมทั้งหลายเรียกร้องปฏิรูป สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ทำไมไม่เรียกร้องการปฏิรูปการเมืองล่ะครับ แน่ใจหรือครับว่า นักการเมืองรวมทั้งผมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. หรือ ส.ส. ได้ถูกปฏิรูปแล้ว ไม่เสนอ ข้อเสนอแนะในเรื่องการปฏิรูปสื่อที่ยังมีปัญหาเฟกนิวส์ (Fake News) เต็มไปหมด มีปัญหา เรื่องไอโอ (IO) เต็มไปหมด ไม่เสนอการปฏิรูปเค้าโครงเศรษฐกิจให้ประเทศไทยก้าวผ่าน ความเป็นประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วล่ะครับ หลายคนเป็นผู้ที่ทำงานอยู่ใน ยุคปัจจุบัน แล้วก็กังวลความล้าสมัยของพวกเราในสภาหรือในรัฐบาลว่าจะเป็นไดโนเสาร์ ไม่เท่าทันยุคดิจิทัล (Digital) อยากเปลี่ยนแปลง ทำไมไม่เสนอในสภา ทำไมไม่เสนอ ในท้องถนนว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร ผมไม่เห็นนิสิต นักศึกษาที่ผมอยากเห็น เหมือนตอนที่เราเรียกร้องประชาธิปไตย ผมเองก็เคยเป็นส่วนร่วมในขบวนการนิสิต นักศึกษาในอดีต เราต้องทำงานกับพี่น้องประชาชนยามทุกข์ยากครับ เราควรจะออกไปช่วย พี่น้องชาวไร่ชาวนาทำสมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่ง การทำดิจิทัลมาร์เกตติง (Digital Marketing) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือไม่ นี่ผมตั้งคำถามนะครับ มากกว่าการเรียกร้องที่ผมจะต้องเรียนเลยว่าผมไม่สบายใจอยู่ข้อเดียว คือข้อเรียกร้องในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ใน ๑๐ ข้อ ใน ๑๐ ข้อ ที่ข้อเสนอนั้นไม่ได้มีอะไรใหม่ไปกว่าเดิมที่บุคคลซึ่งหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เอ่ยได้ครับ สศจ. เสนอมา ๗ ข้อ เป็นข้อเสนอยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ ยกเลิกประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๑๒ ยกเลิกพระราชบัญญัติทรัพย์สิน ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ ยกเลิก การบริจาค ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็น ยกเลิกการประชาสัมพันธ์ ด้านเดียวต่าง ๆ แล้วก็เอามาลอกใส่เพิ่มเติม ให้ยกเลิก ให้สืบหาความจริง ห้ามมิให้ ลงพระปรมาภิไธยต่าง ๆ ผมกราบเรียนเลยว่า ๑๐ ข้อเสนอในเรื่องการปฏิรูปสถาบัน พระมหากษัตริย์นั้นเป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจ และมันอยู่ในญัตติข้อ ๓ ซึ่งผมคิดว่ามีความเห็น ทางวิชาการทำให้เกิดความขัดแย้ง แล้วต้องยอมรับความจริงว่าผู้ให้การสนับสนุนการชุมนุม ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่เป็นผู้มีวาระซ่อนเร้น ไม่ว่าจะเป็นทุนต่างชาติจักรวรรดินิยม ล่าอาณานิคมยุคใหม่ ที่เห็นว่าตัวนายกรัฐมนตรี ตัวสถาบัน เป็นอุปสรรคต่อการเข้ามา ครอบงำล่าอาณานิคมประเทศไทย หรือแม้กระทั่งการขอที่จะกลับมามีอำนาจเหนือภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานยิงขีปนาวุธ เป็นฐานสำหรับการสอดแนม ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน อย่างนี้เราเคยมีบทเรียนในอดีต ครั้งที่เราเคยใช้สนามบิน อู่ตะเภาเป็นสนามบินบรรทุกเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-๕๒ (B-52) ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งยังมีความรู้สึกบาดเจ็บลึก ๆ ในใจ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลก็ดี พวกเราในสภาก็ดี เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันควรเดินหน้าต่อไปโดยไม่กลับมาอีก ก็ไม่จำเป็น ที่จะต้องเดินไปแล้วให้มีกลุ่มทุนนิยมข้ามชาติเหล่านี้มาสนับสนุนเบื้องหลัง