สมชาย แสวงการ แสดงความห่วงใยต่อความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้งในสังคม โดยอ้างอิงผลโพลที่ชี้ให้เห็นความกังวลของประชาชนกว่า 97 เปอร์เซ็นต์ต่อการแตกแยกในชาติ พร้อมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาผ่านกระบวนการรัฐสภาอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นการยกเลิกการเรียกร้องที่กระทบสถาบัน สนับสนุนการพูดคุยร่วมกันระหว่างภาครัฐกับนักศึกษา การจัดตั้งทีมรับมือข่าวปลอม การปรับระบบสื่อสาร และการจัดเวทีกลางเพื่อเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นอย่างสันติ รวมถึงเรียกร้องความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการปฏิรูปอย่างจริงจัง พร้อมสนับสนุนให้ใช้กลไกประชามติผ่านเทคโนโลยีเพื่อรับฟังเสียงประชาชนอย่างกว้างขวาง และย้ำจุดยืนไม่ให้นายกรัฐมนตรีลาออกเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยเน้นการเดินหน้าด้วยสติ ลดความรุนแรง และหันมาโฟกัสปัญหาเศรษฐกิจและสังคมแทนการผลักดันประเด็นที่ละเอียดอ่อนเกินควร
ผมก็เรียนไปถึงความรู้สึก ของประชาชน แล้วก็เรื่องโพล (Poll) ต่าง ๆ ที่ออกมาในขณะนี้ ก็สมควรที่สภาจะได้นำมา พิจารณานะครับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของนิด้าโพลก็ดี ซุปเปอร์โพลก็ดี สวนดุสิตโพลก็ดี รวมถึง โพล (Poll) อื่น ๆ นะครับ ก็มีความไม่สบายตรงนี้ละครับ ทำให้เราต้องมาพูดกันในสภา แล้วก็โดยเฉพาะมากกว่า ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ก็เห็นว่ามีความเดือดร้อน และความกังวลใจ ในความแตกแยกคนในชาติ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าข้อเสนอในเรื่องของการปฏิรูป สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ขอให้ผู้ชุมนุมนั้นยกเลิกออกเถอะครับ แล้วกลับมาในเรื่องที่ เราจะพูดกัน ไม่ว่าจะเปิดสมัยวิสามัญวันนี้ ไม่ว่าจะเปิดสมัยสามัญที่จะเกิดขึ้น คือในเรื่อง ของการเมืองในสภา นายกรัฐมนตีจะยุบสภา จะลาออก เรื่องจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบใด ผมก็เรียนว่าขอให้อยู่ในประเด็นนี้ แล้วผมก็จะไม่พูดไปถึงเรื่องของการปฏิรูปสถาบันอีก เพราะผมคิดว่าก็ฝากไปยังน้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ซึ่งหลายคนผมชื่นชมว่าในการกล้า แสดงออกต่าง ๆ ก็ขอร้องเรื่องนี้ออกไป นี่เป็นแนวทางที่เสนอทางที่ ๑ ท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นเราไม่พูดความจริงก็จะไม่เกิดการหาทางออก ต้องร่วมกันทั้งหมด สภาร่วมแล้ว ผู้ชุมนุมก็ต้องร่วมด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมมีข้อเสนอ ๙ ข้อ ดังนี้
ข้อเสนอที่ ๑ ขอให้รัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในการดูแล ความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ใช้ไม้นวม ไม้แข็ง และอ้อมกอดอย่างที่มีความเป็นศิลปะ ไม้แข็ง จำเป็นต้องใช้กับผู้ที่กระทำผิดที่มีความผิดรุนแรง ซึ่งหลายคนที่รัฐบาลไม่ได้ขอให้ขังอยู่ต่อ หลายคนก็ได้รับการปล่อยตัวแล้ว เป็นการใช้ไม้นวม ส่วนไม้แข็ง ผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรง ก็ยังมีตกค้างอยู่บ้าง อันนั้นก็ว่าไป ส่วนสำคัญมากเลยคืออ้อมกอดกับนิสิต นักศึกษา นักเรียน ผมคิดว่ามันมีปัญหาลามไปถึงในครอบครัว ในบ้าน เป็นความขัดแย้งระหว่าง คนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ เพราะฉะนั้นข้อเสนอผมน่าจะต้องยังมีเวทีในการที่จะพบปะ พูดคุย หารือ ทำความเข้าใจ อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อย่าเพิ่งไม่มีอ้อมกอดเข้าหากัน ผมคิดว่าไม้นวม ไม้แข็ง รัฐบาลทำแล้ว แต่อ้อมกอดยังทำน้อยไป ก็ขอข้อเสนอนี้ว่ากลับมาจัดเวทีพูดคุย ไม่ใช่เรียกว่าการเจรจาหรอกครับ เป็นเวที จะใช้สภาแห่งนี้ก็ได้ จะมีท่านประธาน จะมี ท่านประธานวุฒิสภา จะมีท่านนายกรัฐมนตรี จะมีอธิการบดี มีประธานสภานิสิต นักศึกษา มีนายกองค์การมหาวิทยาลัย ส่งผู้แทนมาฝ่ายละ ๔ คน แล้วลองประชุมหาทางออกประเทศร่วมกัน แต่ไม่ใช่ลักษณะ ข้อเรียกร้องในเรื่องการชุมนุมทางการเมือง หรือการปฏิรูปสถาบัน ผมคิดว่าประเทศไทย มีเรื่องต้องปฏิรูปเยอะแยะมากมาย ผมอยากชวนน้อง ๆ เข้ามานั่งแล้วก็พูดคุยกัน เพื่อเดินหน้าประเทศไทยต่อ อันนี้เป็นข้อเสนอที่ ๑ นะครับ
ข้อเสนอที่ ๒ ผมคิดว่ารัฐบาลไทยต้องพร้อมชี้แจงกับองค์กรระหว่างประเทศ ให้ดีกว่านี้ในเรื่องของการแก้ปัญหาของประเทศไทย แล้วก็มีบางองค์กรที่ผมก็ทราบว่า เป็นเอ็นจีโอ (NGO) ภาคพลเรือน เป็นซีไอเอ (CIA) ภาคพลเรือนอะไรก็แล้วแต่ พยายาม ที่จะมาแทรกแซงในเรื่องนี้ตามแนวคิดเขานะครับ เพราะฉะนั้นเราคนไทยเอง ผู้ชุมนุมเอง ก็ต้องไม่ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน มีความล่มสลายของฮ่องกง ของซีเรีย ของอิรัก และที่อื่น ๆ มากมายมากพอแล้วครับ ผมคิดว่าผู้ชุมนุมเองก็ดี ไม่ว่าจะฝ่ายไหนนะครับ รวมถึงพรรคการเมืองและวุฒิสภาก็ต้องพยายามประคองให้ผ่าน และไม่ให้เกิดเป็น ความล่มสลายแบบนั้นได้
ข้อเสนอที่ ๓ รัฐบาลต้องจัดการตั้งทีมในการจัดการกับข่าวปลอม ข่าวเท็จ ในเชิงรุก รับมือกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอย่างรวดเร็วทันที แล้วก็การสื่อสารใหม่ เพราะว่า ที่ผ่านมาการสื่อสารของรัฐบาลต้องเรียนว่ามีประเด็นล้มเหลวพอสมควรในเรื่องทางโซเชียล (Social) ขออนุญาต รัฐบาลอาจจะมีแล้วก็ได้นะครับ ผมคิดว่าเป็นเอกสารที่ผมจะไม่ได้ฉาย ในสภา แต่ว่าเอกสาร ๔๐-๕๐ หน้าไม่บอกว่าของพรรคไหนนะครับ ไม่บอกว่าของกลุ่มไหน แต่เป็นชื่อฟิวเจอร์ ออเรนจ์ ไอโอ ซิสเท็ม (Future Orange IO System) เป็นระบบเดียวกับ ที่ทำการเมือง เป็นระบบเดียวกับที่เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศไทย ในการให้ข้อมูล ทวิตเตอร์ (Twitter) แฮชแท็ก (Hashtag) ให้ข้อมูลบิดเบือนต่าง ๆ ปัญหาเกิดขึ้น ไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทยครับ ในโลกนี้ก็เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลไม่มีข้อมูลนี้ ผมให้ได้เต็มที่ครับ มีชื่อตัวตน มีคน มีวิธีการทำงานหมด ควรเท่าทันในเรื่องนี้ แล้วก็ จัดระบบการปฏิบัติการทางข่าวสารเสียใหม่
ข้อเสนอที่ ๔ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ส.ว. ต้องร่วมมือกัน อย่างสร้างสรรค์ในการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปกฎหมาย ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปเศรษฐกิจฐานราก ทั้งระดับไมโคร (Micro) แม็กโคร (Macro) อย่างจริงจัง ขจัดความเหลื่อมล้ำในทุก ๆ ด้าน ลด ละ เลิก การทุจริตอย่างจริงจังและให้เป็น รูปธรรม สภาต้องเป็นตัวอย่างครับ
ข้อเสนอที่ ๕ ให้เปิดเวทีกลางขึ้น โดยให้รัฐบาลจัดเวทีให้ผู้ชุมนุมมีเวที ไฮด์ปาร์ก (Hyde Park) ในการแสดงความคิดเห็นแบบเดียวกับประเทศอังกฤษ เพื่อให้ ผู้ชุมนุมได้มาเสนอความเห็นตามเสรีภาพในประชาธิปไตย แทนที่จะออกไปชุมนุม บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นที่ราชประสงค์ หรือราชดำเนิน ผมลองเสนอจะใช้มหาวิทยาลัย จะใช้สนามกีฬาแห่งชาติ จะใช้สนามกีฬาหัวหมาก หรือสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ก็ได้ ผู้ชุมนุมแต่ละฝ่ายก็มาและเคารพกติกา ผมคิดว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสุดโต่งเกินไปก็ต้องมีกติกา ในการควบคุม เพราะฉะนั้นเราต้องมีการเปิดเวที แล้วจะบอกว่าเจรจากับใคร ไม่รู้ว่า ใครเป็นแกนนำ ผมว่าไม่เป็นไรหรอกครับ วันนี้จะเจรจากับใครก็ตาม แต่สังคมก็มีบทเรียน จากการเจรจาก่อนเกิดเหตุการณ์ปี ๒๕๕๓ มาแล้วว่าบางทีก็ไม่สำเร็จ แต่การเจรจานั้นมีได้ เสมอครับ สงครามยังมีการเจรจา สงครามยังมีทางออกในการหาข้อตกลงยุติร่วมกัน ก็เป็น ข้อเรียกร้องที่แม้จะทำยากแต่ผมคิดว่าก็ต้องทำ เพราะจะเกิดเรื่องหนึ่งก็คือการยกเลิก การพูดในเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันแล้วกระทบจิตใจของประชาชน อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจจะนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงคล้าย ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ได้ ก็ขอให้รีบถอน เรื่องนี้ออกมานะครับ
ข้อเสนอที่ ๖ ส่วนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ขอให้พิจารณาตาม กฎหมายข้อเท็จจริงในสภา และไม่ให้ใช้แรงกดดันของผู้ชุมนุมมาทำให้การตัดสินใจนั้น กระทบต่อผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติ
ข้อเสนอที่ ๗ การปฏิรูปสถาบัน ก็ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียว เป็นข้อเสนอ ที่สุดโต่งในอังกฤษ ในญี่ปุ่น เขาไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว เขาไปดำเนินการในเรื่องการสนใจปัญหา เศรษฐกิจและสังคมมากกว่า
ข้อเสนอที่ ๘ ผมเห็นว่านายกรัฐมนตรียังไม่ควรลาออก ก็ขอให้กำลังใจ ท่านสู้ต่อไป เพราะถ้าลาออกแล้วก็ไม่แก้ปัญหา ท่านมาตามระบบที่สภาผู้แทนราษฎรเลือก แล้ววุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ท่านจะมีวาระอยู่ครบ ๔ ปีหรือไม่ เป็นเรื่องทางการเมือง แต่การออกไปแล้ว แล้วเลือกขึ้นมาใหม่เราอาจจะได้คนเก่า หรือก็วนกันอยู่อย่างนี้ ก็ไม่แก้ปัญหา เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าท่านต้องมีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน เร่งทำการปฏิรูปที่ค้างอยู่ให้ลุล่วงในหลาย ๆ เรื่อง ผมว่าประชาชนเขาฝากความหวัง ก็เดินหน้าต่อไปนะครับ
และในข้อสุดท้าย ถ้าหากการดำเนินการในข้อ ๑ ถึงข้อ ๘ นี้ไม่สามารถทำได้ หรือทำไม่ครบ ไม่สามารถเป็นทางออกได้ ผมก็เสนอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาในเรื่องของ การออกเสียงประชามติที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล หรือคณะบุคคลใดตามกฎหมาย ท่านใช้รัฐธรรมนูญรับฟังเสียงประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน เถอะครับ เพราะมีข้อเสนอที่ผมคิดว่าหลายเรื่อง ไม่ใช่บอกว่าให้นายกรัฐมนตรีลาออก หรืออยู่ แต่ผมคิดว่าหลายเรื่องนั้นอาศัยคนส่วนหนึ่ง จะ ๒๐,๐๐๐ คน ๓๐,๐๐๐ คน หรือจะคนอีกหลายแสนต่างฝ่ายต่างชุมนุมนั้นคงไม่ได้ คงต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดง ความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในการเสนอทางออกให้กับประเทศ ให้มีการคัดกรองข้อเสนอที่ เป็นที่นิยมและไม่ขัดแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แล้วก็ใช้แพลตฟอร์ม (Platform) เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยแทนการรวบรวมรายชื่อสนับสนุนข้อเสนอตามปกติ นำข้อเสนอ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การลงประชามติโดยประชาชน เพื่อประชาชน ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็น หลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่สร้างให้ใครเดือดร้อน ไม่ต้องเกิดการชุมนุม ขัดแย้ง จนกระทั่งเกิดเฟลด์สเตต (Failed state) หรือเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นอีกในอนาคต เมื่อได้ ประชามติต่าง ๆ แล้ว เรื่องใดเป็นเรื่องสำคัญ ก็ขอให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. นำไปปรับปรุงการแก้ไขทั้งทางบริหาร นิติบัญญัติ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญด้วย จากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจึงหมดเวลา ท่านจะตัดสินใจลาออก ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ก็สุดแท้แต่ในทางการเมือง แต่ ณ วันนั้นประเทศไทยจะลดความขัดแย้งและก้าวเข้าสู่ การข้ามความขัดแย้งไปสู่ประเทศที่ผมคิดว่าเราจะก้าวเป็นประเทศพัฒนาได้ ผมขออนุญาต ฝากเล็กน้อยไปถึงน้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ที่ชุมนุมอยู่บนท้องถนน ซึ่งผมชอบมาก เป็นบทกลอนที่เขียนถึงเพลงชื่อว่าดอกไม้ ที่บอกว่า ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา เรียนรู้ต่อสู้มายา ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน สำคัญที่สุดในประเด็นนี้ครับ ดอกไม้บานให้คุณค่า จงบานช้า ๆ แต่ว่ายั่งยืน ขอฝากไปยัง เยาวชนว่าไม่มีอะไรที่สำเร็จภายในวันเดียว กรุงโรมไม่ได้สร้างสำเร็จในวันเดียว เพราะฉะนั้น การเดินงานของต่อสู้ของน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา และประชาชนนั้น เดินต่อไปเถอะครับ ผมสนับสนุน แต่ลด ละ เลิก ในสิ่งที่มิบังควร แล้วเดินเข้าสู่เป้าหมายเพื่อการร่วมกันพัฒนา ประเทศ ร่วมสร้างชาติไทยให้กลับมามั่นคงแข็งแรง หลุดพ้นจากความขัดแย้งตรงนี้ไปให้ได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ