วิชัย ไชยมงคล ชี้แจงเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติยาเสพติด โดยย้ำความจำเป็นของอำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการค้นโดยไม่ต้องใช้หมายศาล เนื่องจากลักษณะคดีที่เสี่ยงต่อการถูกทำลายของกลาง พร้อมยืนยันไม่มีการละเมิดสิทธิในทางปฏิบัติ และอธิบายถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อขยายผลไม่เกิน 3 วัน การตรวจค้นในเวลากลางคืนที่จำกัดเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงพร้อมรายงานผู้บังคับบัญชา รวมถึงกลไกกำกับดูแลการปฏิบัติงานของ ป.ป.ส. โดยคณะกรรมการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการบริหารกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกว่า 1,500 ล้านบาท มีกลไกควบคุมโดยคณะกรรมการร่วมหน่วยงานและต้องรายงานต่อ สตง. ขณะที่กฎหมายลูกยังคงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีฉบับใหม่แทน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. ก่อนอื่นผมก็ต้อง ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนในร่างพระราชบัญญัตินี้ที่จะให้ใช้ต่อไป แต่สิ่งที่ผมจะขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมด้วยสมาชิกหลายท่านนะครับ ก็ยังมีความไม่เข้าใจ หรือว่าสอบถามในคล้าย ๆ กันอยู่ ๒ เรื่องนะครับ ในเรื่องแรกก็เป็นเรื่องของการค้นโดยที่ ไม่ใช้หมายของศาล ไม่ใช้หมายค้นนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ในกฎหมายพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้กำหนดไว้ในมาตรา ๑๔ ที่ให้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าไป ตรวจค้นโดยไม่ต้องใช้หมาย แล้วก็ได้นำมาบรรจุไว้ในมาตรา ๑๑ ที่เห็นตามที่ท่านได้เสนอ ที่ท่านได้อภิปรายกัน จริง ๆ แล้วในเรื่องของยาเสพติดที่จะต้องใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. โดยไม่ต้องมีหมายค้นเนื่องจากว่าความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมันเป็นความผิดลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนกับความผิดอาญาทั่วไปนะครับว่าคนที่จะกระทำความผิดและเราจะจับกุมเขาได้ จะต้องมีของกลางนั้นคือตัวยาเสพติดก่อน แต่เนื่องจากว่ายาเสพติด ถ้าหากอยู่ในที่รโหฐาน หรือว่าอยู่ในบ้านเรือน ถ้าหากถ้าช้าไปไปเอาหมายศาลมา เขาจะทำลายทิ้งไปก่อน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้ปฏิบัติมา แต่ในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของที่ เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จริง ๆ ยังไม่มีนะครับว่าไปกระทำล่วงสิทธิของบุคคลอื่น อันนี้ เราก็จะพิจารณา แล้วก็จะมีการควบคุมของเราอยู่
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการควบคุมตัวผู้ต้องหาหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี ยาเสพติดแล้วถ้าหากว่าเขาให้ความร่วมมือ ท่านอาจจะได้ยินบ่อยนะครับ มาตรา ๑๐๐/๒ ก็คือให้ความร่วมมือในการจะขยายผล ถ้าเขาให้ความร่วมมือก็จะใช้การควบคุมตัวไม่เกิน ๓ วัน ไม่ได้คุมขังนะครับ แต่เป็นการคุมตัวไว้เพื่อการสืบสวนและสอบสวน ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิ ใช้เครื่องพันธนาการแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจากว่าในการขยายผลคดียาเสพติดมันเป็นข่ายงานที่ มีการส่งมอบกันเป็นทอด ๆ ถ้าหากว่าเราจับผู้ต้องหาแล้วจะไปจับผู้ต้องหาคนอื่นถัดไป ถ้าไม่ให้ผู้ต้องหา สมมุติว่าจับนาย ก จะส่งมอบยาเสพติดให้นาย ข ถ้าเราไปจับนาย ก นาย ข ก็ไม่ได้รับจากนาย ก เขาจะไม่ได้รับยาเสพติด อันนี้ถึงให้อำนาจในการที่จะควบคุมไว้ เพื่อขยายผล ๓ วัน แต่ไม่ได้เป็นทุกคดีนะครับ เฉพาะคดีที่เขาให้ความร่วมมือและสมัครใจ เท่านั้นครับ
อีกอันหนึ่งคือในเรื่องของการตรวจค้นในเวลากลางคืน เรากำหนดไว้ว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทุกคนไม่ได้มีอำนาจในการตรวจค้นในเวลากลางคืน แต่จะให้ผู้มียศ มีตำแหน่งที่สูงขึ้นพอสมควร แล้วก็ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบอีกครั้งหนึ่ง แล้วทีนี้ ในการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น จะอยู่ภายใต้ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ส. ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และ การกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งออกมาในปี ๒๕๔๕ เป็นการ ควบคุม แม้ว่าจะดำเนินการจับกุมก็ดี ตรวจค้นก็ดี กระทำการข้อใดข้อหนึ่งที่ให้อำนาจไว้ จะต้องทำเป็นรายงาน มีการควบคุมกันอยู่แล้ว อันนี้ขอนำเรียนให้ทราบคร่าว ๆ เท่านี้ครับ
อันที่ ๒ ที่จะเรียนให้ทราบรายละเอียดก็คือในเรื่องของกองทุนป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ผมจะไม่อธิบายว่าเอาไปใช้อะไรบ้าง เพราะว่ามีในนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยว่าการใช้เงินกองทุนของยาเสพติดนั้น คือปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ ประมาณ ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท และในข้อกำหนดเรามีเพดานการใช้อยู่ ถ้าหากว่าเรามี กองทุนมากกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท เงินส่วนที่เกิน ๑,๕๐๐ ล้านบาทจะต้องตกเป็น เงินแผ่นดินนะครับ จะให้มีไว้แค่เพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้น และสำหรับในการใช้จ่าย มันมีคณะกรรมการในการควบคุม มันมีคณะกรรมการ ไม่ใช่เฉพาะของ ป.ป.ส. เท่านั้นนะครับ มีหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็น ผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนอัยการ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ผู้แทนจาก กรมสรรพากร ผู้แทนจากกรมศุลกากร ก็เป็นคณะกรรมการของกองทุนอยู่ และการใช้เงินนี้ จะต้องอยู่ภายใต้ของพระราชบัญญัติการบริหารเงินกองทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่จะต้อง มีการรายงานต่อ สตง. หลังจากสิ้นปีงบประมาณ ปีบัญชีภายใน ๖๐ วัน แล้วก็จะต้องมี สตง. ทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่มีการควบคุมโดยพระราชบัญญัติ อย่างที่ผมได้ นำเรียน นี่เป็นหลักกว้าง ๆ ที่ให้ท่านเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยนี้มีระเบียบย่อยควบคุม อยู่แล้ว
อีกข้อหนึ่งก็คือในเรื่องที่ท่านบัญญัติได้มีข้อสังเกตว่าไม่ได้ยกเลิกกฎหมายลูก อันนี้ก็เนื่องจากว่าในประมวลกฎหมายยาเสพติดของเราได้กำหนดไว้ในมาตรา ๘ ว่า ถ้าหากว่า พ.ร.บ. นี้ประกาศใช้บังคับแล้ว แต่ยังทำอนุบัญญัติหรือว่ากฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ก็ให้ใช้กฎหมายลูกปัจจุบัน ใช้เท่าที่ไม่ขัดไปก่อน ก็คือใช้จนกว่าที่จะออกอนุบัญญัติ หรือกฎหมายลูกอันใหม่มารองรับถึงจะยกเลิกกฎหมายลูก ที่ท่านเป็นห่วงนี้ผมขออนุญาต ตอบประเด็นใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาแก่ที่ประชุมแห่งนี้ ขอบคุณครับ