รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๓

อิสสระ สมชัย เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเห็นด้วยในมิติใหม่ในการดำเนินการสร้างมาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเรียกร้องให้มีการทำงานบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ด้วยเวลาอันจำกัดคงจะไม่ลงไปในรายละเอียด เป็นรายมาตรา แต่อยากจะเรียนให้ทราบว่าผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้เป็นผู้นำเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณา ถือเป็นมิติใหม่ในการ ดำเนินการสร้างมาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยการรวบรวมกฎหมาย พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งประกาศคณะปฏิวัติที่กระจัดกระจายกันอยู่ รวมทั้งหมด ๒๔ ฉบับ แล้วก็ได้ยกเลิกกฎหมายเดิม ๆ นั้นออกไป การกระทำอย่างนี้ ทำให้เกิดความสะดวกในการทำหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ยาเสพติดนั้นเราต้องยอมรับว่า ในบ้านเมืองเราเวลานี้มันระบาดแพร่หลายไปจริง ๆ ยาเสพติดนั้นจะประกอบไปด้วยพืชฝิ่น เฮโรอีน ยาบ้า เดิมเขาเรียกยาม้า เดี๋ยวนี้เป็นยาบ้า แล้วก็ปรับเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ ยาอี ยาไอซ์ และโคเคน สิ่งเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ในสังคมไทย ท่านรัฐมนตรี คงทราบว่าในอดีตนั้นการจับยาบ้าในประเทศไทย ยาเสพติดในประเทศไทยได้ของกลาง เพียงน้อยนิดแค่นั้นเอง แต่ปัจจุบันนี้จับยาบ้าได้ของกลางหรือยาเสพติดถ้าต่ำกว่ากิโลกรัม เขาถือว่ามันจิ๊บจ๊อยแล้ว จะต้องจับเป็นล้าน ๆ เม็ดขึ้นไปถ้าเป็นยาบ้า ยาไอซ์ก็นับ เป็นตัน สุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ยังไม่ถึงเดือนเลยครับจับที่จังหวัดกาญจนบุรีได้ยาอี ยาไอซ์ แอมเฟตามีน (Amphetamine) รวมมูลค่าทั้งหมด ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ก็แสดงว่า ขณะนี้ยาเสพติดกลาดเกลื่อนอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะยาบ้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ยาบ้า จะขายกันเม็ดละ ๓๐๐-๓๕๐ บาทเท่ากับแรงงานขั้นต่ำ แต่ปัจจุบันนี้หาซื้อง่ายเพียงเม็ดละ ๓๐ บาท ๔๐ บาท เป็นเหตุให้เยาวชนซึ่งเป็นจุดเป้าหมายของกลุ่มค้ายาบ้าเขามุ่งใส่ ได้แก่ พวกเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และพี่น้องประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ ต้องอาศัยยาบ้าทั้งสิ้น อาจจะอาศัยเพราะความเคยชินหรืออาศัยเพราะอยากลอง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดพ.ศ. .... และ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นำมาเสนอต่อสภาแห่งนี้ผมจึงขอสนับสนุน ผมมีข้อสังเกตว่า ในร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... ท่านบอกว่าเหตุผล และความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อกำหนด มาตรการในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ และมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ถ้าว่าโดยเหตุผลและความจำเป็นที่ท่านเสนอเข้ามานี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งถ้าหากว่าจะได้ทำงานกันอย่างบูรณาการจริง ๆ แต่ข้อเท็จจริง อย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่เวลานี้สด ๆ ร้อน ๆ ก็ยังไม่จบกันอยู่ก็คือคดียาเสพติด ซึ่งไปจับ ลูกนักธุรกิจ ปรากฏว่าแม้กระทั่งยาเสพติดที่ตรวจร่างกายและเห็นกันชัดเจนก็ไม่ได้มีการตั้ง ข้อหา ปล่อยจนกระทั่งเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตในบ้านเมืองเราเวลานี้

ผมขอกราบเรียนว่าในการป้องกันและปราบปรามนั้น การป้องกันผมเห็นด้วย ว่าควรจะมีมาตรการ แต่การปราบปรามนั้นมีหลายท่านได้พูดถึงอดีตที่ผ่านมาในประเทศไทย เราได้มีรัฐบาลชุดหนึ่งทำการปราบปรามกระบวนการการค้ายาเสพติด เป็นเหตุให้ประชาชน ล้มตายไป ๒,๔๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ จำนวน ๒,๔๐๐ กว่าคนนี้ไม่ได้ผ่าน กระบวนการในการพิจารณาคดีของศาล ทั้ง ๆ ที่โดยหลักกระบวนการยุติธรรมแล้วเขาเขียน ไว้ชัดเจนว่าบุคคลทุกคนเมื่อมาศาลนั้นย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะได้พิพากษาคดี และคดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้นจึงจะได้กล่าวว่าเป็นนักโทษ แต่จำนวน ๒,๐๐๐ กว่ารายที่ถูก ฆ่าตัดตอนไปมีทั้งผู้บริสุทธิ์ มีทั้งผู้กระทำความผิดจริงถูกฆ่าตายไป ได้มีการตั้งคณะกรรมการ ศึกษาเรื่องนี้ โดยศาสตราจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธานศึกษาพิจารณาเรื่องนี้ ผลการสรุป ศึกษาก็ออกมาว่าจำนวน ๒,๐๐๐ กว่าคนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ตั้งเยอะแยะ เพราะฉะนั้นคำว่า บูรณาการในการทำงานร่วมกันนั้นผมมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนว่ากฎหมายนี้จะถูกใช้ เป็นเครื่องมือในการยัดเยียดข้อหาให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือเปล่า ถ้าหากว่าบ้านเมืองเรา เจ้าหน้าที่ยังอาศัยกฎหมายนี้หาประโยชน์โดยการยัดเยียดข้อกล่าวหาให้กับผู้บริสุทธิ์นั้น กฎหมายฉบับนี้แทบจะไม่มีประโยชน์ ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขอให้ท่านได้ใช้กฎหมายฉบับนี้สร้างประโยชน์ให้เกิดกับ ประชาชนอย่างทั่วถึงกัน ตามหลักกฎหมายที่ว่าทุกคนที่เกิดมาย่อมได้รับการปฏิบัติ โดยกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ขอบคุณครับ