สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงข้อเสนอแนะและข้อกังวลเกี่ยวกับร่างประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเน้นประเด็นการใช้อำนาจของรัฐมนตรีในการประกาศประเภทยาเสพติดภายใต้คณะกรรมการ ป.ป.ส. พร้อมเสนอแนวทางการบำบัดรักษาผู้ติดยาทั้งแบบสมัครใจและบังคับภายใต้กฎหมายใหม่ เพื่อเน้นการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยแทนการลงโทษ และรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปพิจารณาดำเนินการต่อ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกได้ดำเนินการอภิปรายมาหลายท่านด้วยกัน นะครับ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องเรียนว่า การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในวันนี้ส่วนใหญ่จะมีความเห็นด้วยในหลักการ ของประมวลกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าก็จะมีข้อเสนอแนะ ข้อกังวลนะครับ ผมจะรับไปในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็จะขอชี้แจงสั้น ๆ ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก ก็คือว่ามีข้อกังวลเกี่ยวกับกรณีของเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หรือท่านอาจารย์สมชาย แสวงการ แล้วก็อีกหลายท่าน ในประเด็นของการใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่จะประกาศประเภท ของยาเสพติดให้โทษ ซึ่งอันนี้ต้องเรียนว่าความจริงประเด็นที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๙ วรรคสอง ที่ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไว้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจตามประมวลกฎหมายนี้ที่จะประกาศประเภทยาเสพติด ซึ่งเดิมมาตรา ๒๙ ก็มีอยู่ ในร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดของเก่าอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ยกมาเกือบทั้งมาตรา อาจจะมีกรณีใน (๕) ที่ยกพืชกระท่อมและกัญชาออกไปจากยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ แล้วก็เลยมาเขียนเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไว้ให้ประกาศ ก็ขอเรียนว่าในอำนาจตามประมวลกฎหมายฉบับนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะประกาศได้ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในส่วนโครงสร้างนี้จะเป็นโครงสร้างที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มี กระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นในส่วนของการประกาศใด ๆ ก็ต้องเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ส. หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่จะให้ความเห็นชอบนะครับ อาจจะมีความเห็นต่างของเพื่อนสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง ท่านอาจจะเห็นต่างในแง่ของการเสนอความเห็นชอบ ที่ท่านเห็นว่าควรจะเป็นของ คณะกรรมการยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่คณะกรรมการ ป.ป.ส. ซึ่งเล็กลงไป แต่ผมเรียนว่าในเหตุผล ที่สำคัญก็คือว่าการนำเสนอการประกาศประเภทยาเสพติดจะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ส. เนื่องจากว่าเป็นในระดับนโยบายของประเทศ แล้วก็ต้องเชื่อมร้อยต่อกับสัญญา ระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ คณะกรรมการในระดับชาติในส่วนที่กำหนดนโยบายมากำหนดและให้ความเห็นชอบ ซึ่งอันนี้ คิดว่าในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การพิจารณาในวาระที่สอง ในขั้นพิจารณา รายมาตรา ส่วนประเด็นที่ให้ความเห็นหลายส่วน ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างสรรค์ แล้วก็ เป็นเรื่องดี นั่นคือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ซึ่งผมเรียนโดยภาพรวมว่า ร่าง พ.ร.บ. หรือประมวลกฎหมายฉบับที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้มีการพัฒนาจากข้อบกพร่อง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ยกตัวอย่างเช่นว่าในกรณีที่เรามีผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ที่เรา ตีความว่าเป็นแค่ผู้ป่วย ผู้เสพ ก็บังคับไปบำบัด แต่เราก็พบว่าการบำบัดนั้นอาจจะไม่ได้ ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากว่าทั้งเรื่องกำลังคน ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย สุดท้าย กลายเป็นบังคับบำบัด ก็กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถที่จะไปฟื้นฟูหรือทำให้เขาไม่กลับมาเสพ ยาเสพติดได้ อันนี้ก็เป็นปัญหา จึงมีการออกแบบขึ้นมาใหม่ตาม พ.ร.บ. ประมวลฉบับนี้ว่า การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอาจจะแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือนอกจากการบังคับแล้ว ยังเปิดช่องทางเลือกในการสมัครใจของผู้ติดยาเสพติดเอง ซึ่งจะใช้กลไกใน พ.ร.บ. นี้ก็คือ พ.ร.บ. ประมวลยาเสพติดฉบับนี้ว่าในด้วยเรื่องของการฟื้นฟูสภาพซึ่งใช้สภาพทางสังคม เหมือนที่หลายท่านได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นกลไกครอบครัว กลไกชุมชน กลไก อสม. ที่เป็น รั้ว ๔-๕ รั้วที่อยู่ใกล้ตัวเขาที่สุด อันนี้เป็นกระบวนการสมัครใจซึ่งเป็นการทำตาม สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่เขาควรได้รับ แล้วก็ต้องมองเขาเป็นผู้ป่วยไม่ใช่อาชญากรอีกต่อไป ซึ่งอันนี้ลงลึกในทางกฎหมาย ก็จะเป็นการนำเสนอข้อมูลโดยพนักงานสอบสวน แล้วก็ พนักงานอัยการนำเสนอไปสู่ศาล ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจเพื่อที่จะไปกำหนดว่า ผู้ติดยาเสพติดลักษณะที่มีสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ผู้เสพติดหรือเป็นผู้ค้าจะนำไปสู่ การบำบัดรักษาและฟื้นฟู แล้วก็แบ่งเป็น ๒ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นการบังคับไปบำบัด หรือการสมัครใจ ทั้งหมดนี้จะเป็นกระบวนการซึ่งเกิดขึ้นตามร่าง พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวล กฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติด พ.ศ. .... ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดทั้งหมดมีข้อเสนอและข้อกังวลจากหลาย ๆ ท่านก็จะนำไปสู่ การพิจารณาในส่วนของกรรมาธิการ ในวาระที่สองต่อไป ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ ความเห็น แล้วก็เห็นด้วยกับหลักการของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ