บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายสนับสนุนร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับบูรณาการ แต่แสดงความกังวลต่อจุดอ่อนในด้านการป้องกันเยาวชน การควบคุมที่เข้มงวดเกินไป และประสิทธิภาพการบำบัดฟื้นฟู พร้อมเสนอให้ปรับปรุงร่างกฎหมายโดยเพิ่มกลไกการป้องกันผ่านความร่วมมือหลายฝ่าย เน้นหลัก KAP และจิตอาสา รวมถึงปรับระบบการควบคุมให้เอื้อต่อการวิจัยและประโยชน์ทางการแพทย์ โดยเสนอให้มีคณะกรรมการวิชาการกำกับการอนุมัติและเร่งจัดตั้งองค์กรกำกับพืชควบคุมเพื่อส่งเสริมการใช้สารเสพติดในทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดระยอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... และร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่ง ครม. เป็นผู้เสนอ
ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้เสนอร่างประมวล กฎหมายยาเสพติด เป็นกฎหมายที่บูรณาการกฎหมายถึง ๒๔ ฉบับที่เกี่ยวกับการป้องกัน การปราบปราม การควบคุมยาเสพติด รวมถึงการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา และสารเสพติดมาเป็นประมวลกฎหมายฉบับเดียวกัน ทำให้มีความสามารถในการบังคับใช้ กฎหมายได้ง่ายขึ้น สอดคล้อง และเหมาะสมต่อสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต
อย่างไรก็ตามกระผมก็ยังเห็นจุดอ่อนของร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวคือมิติ ที่ควรที่จะได้หยิบยกมาพิจารณาก็คือ
๑. การป้องกันเด็กและเยาวชน ประชาชนมิให้มีโอกาสสัมผัสยาเสพติด ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันพิษภัยยาเสพติด ในข้อนี้ยังอ่อนด้อยมาก
๒. การควบคุมยาเสพติดมิให้โทษและพิษภัยของยาเสพติดได้แพร่ระบาดไปสู่ มือของคนที่ไม่รู้เท่าทัน แล้วก็ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการแพทย์ ในส่วนการควบคุม ยาเสพติดกระผมถือว่ากฎหมายเดิมแข็งแรงเกินไป แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็ได้นำจุดที่มี ความแข็งแรงเกินไปของกระทรวงสาธารณสุขนำมาไว้ใช้ทั้งหมด แล้วก็แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งสักครู่เดี๋ยวกระผมจะได้อธิบายต่อไป
๓. ประเด็นเรื่องของการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาหรือสารเสพติด ก็ยังเป็นห่วงว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านมาแล้วจะมีความเพียงพอเรื่องของการบำบัดรักษา และฟื้นฟูหรือไม่ มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ทำให้ผู้ติดยาหรือสารเสพติดกลับไปเป็นคนดี ของสังคมในสภาพที่มีความสมบูรณ์ของมนุษย์พอสมควรจริงหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้มีความอ่อนด้อยเรื่องของ การป้องกันยาเสพติด เนื่องจากว่ากระผมได้เปิดดูทั้งฉบับแล้วพบว่ามีประโยคเดียว เท่านั้นเอง วลีเดียวเท่านั้นเอง คำว่าป้องกัน มีคำว่าป้องกันคำเดียวเอง แล้วไม่มี คณะกรรมการป้องกันยาเสพติดเลย กฎหมายฉบับนี้อาจจะเนื่องจากยกร่างโดย กระทรวงยุติธรรม ป.ป.ส. ก็มักจะเน้นเรื่องของการจับกุม แต่เรื่องของการป้องกันอันนี้ เป็นเรื่องของการศึกษา การศึกษายาเสพติดนี้ต้องศึกษาทางจิตใจด้วย เขาเรียกว่าต้องให้เด็ก เยาวชน พี่น้องประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้อง รู้เท่าทันยาเสพติด รู้อย่างเดียวไม่พอโนว์เลดจ์ (Knowledge) ตัวเค (K) ซึ่งกระผมชอบพูดอยู่เรื่อย ไม่พอ เขาต้องมีตัวเอ (A) คือแอตติจูด (Attitude) ต้องมีความตระหนักรู้ด้วย แล้วก็ต้องมีตัวพี (P) คือแพรคทิส (Practice) ต้องปฏิบัติได้จริง ๆ มียาเสพติดอยู่ตรงหน้า ก็ไม่หยิบมาเสพ ต้องมีเคเอพี (KAP) ๑. รู้ ๒. ตระหนัก ๓. ปฏิบัติได้ และ ๔. เราเกิดมา ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ สปิริต (Spirit) ความเป็นจิตอาสา อยากบอกผู้อื่นให้รู้ตามต้องมีตรงนี้ กระผมจึงขอเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะพิจารณากฎหมายนี้ช่วยเพิ่มในหมวด ที่เรียกว่าคณะกรรมการป้องกันยาเสพติดด้วย จะประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ ป.ป.ส. อย่างไรก็ไปออกแบบกันนะครับ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมว่าแข็งแรงเกินไปคือการควบคุมยาเสพติด ควบคุม เสียจนไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อทางการแพทย์ได้ ปัจจุบันมีกัญชา มีกัญชง มีพืชฝิ่น มีเห็ดขี้ควาย ซึ่งถูกประกาศอยู่ในยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ อย. ก็ควบคุมอย่างแข็งแรง ใครจะเอาไปเพาะไปปลูก ไปวิจัยมันยุ่งยากมาก แทนที่เลขาธิการ อย. จะอนุมัติ จะต้องผ่าน คณะกรรมการยาเสพติดของ อย. ซึ่งมันยุ่งยากมากจนไม่น่าจะเกิดการวิจัยและนำมาใช้ ประโยชน์ได้ กระผมขอให้ผ่อนคลายในส่วนนี้ลง โดยขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ช่วยไปปรับแก้ร่างประมวลกฎหมาย มาตรา ๒๙ (๒) กรณีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่าชื่อใด ประเภทใด จะเพิกถอน จะเปลี่ยนแปลงชื่อ หรือประเภท ยาเสพติด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. อันนี้กระผมขอให้แก้ไขเป็น ภายใต้ ความเห็นชอบของคณะกรรมการยาเสพติด เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ส. มีแต่รัฐมนตรี ทั้งนั้น กระผมเชื่อว่าการประกาศต่าง ๆ นี้เป็นเรื่องของวิชาการ ควรที่จะเป็นคณะกรรมการ ยาเสพติดซึ่งเป็นนักวิชาการ จะต้องมีข้อมูลทางการวิจัยเข้ามาประกอบด้วยจะเกิดความ ว่องไว หากไปใช้ตามร่างเดิมจะทำให้ช่วงชั้นในการประกาศยาเสพติดต่าง ๆ มันยาวออกไป แล้วก็ยุ่งยากไม่ทันเหตุการณ์ อนาคตอาจจะมีสารเสพติดตัวใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใต้ความเห็นชอบของ คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดก็สามารถประกาศได้เลย แล้วก็ขอให้ไปแก้ในมาตรา ที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ส. ว่าเปลี่ยนจาก การเห็นชอบ เป็น การให้ นโยบาย ให้คำแนะนำ และให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แทนครับ ในส่วนนี้เนื่องจากในร่างประมวลกฎหมายนี้ไม่มีกัญชา กัญชง พืชกระท่อม มีพืชฝิ่น เข้ามาแทน กระผมเป็นห่วงครับว่าพืชฝิ่นเข้ามาแทนกัญชง กัญชา พืชกระท่อม แล้วใน กฎหมายนี้ไม่ได้ยกเลิก เนื่องจากร่าง พ.ร.บ. นี้ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ ของร่าง พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายนั้นมิได้ยกเลิกกฎหมายลูกของ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ ดังนั้นกัญชง กัญชานั้นจะยังคงอยู่ อย่างแน่นอน จึงขอเสนอให้เพิ่มในหมวดว่า ควรจะมีคณะกรรมการพืชควบคุมที่ให้สาร เสพติดแห่งชาติ มีสถาบันพืชควบคุมที่ให้สารเสพติดแห่งชาติเป็นผู้อนุมัติ อนุญาต ควบคุม การปลูก การรับซื้อ การกำหนดพื้นที่สายพันธุ์ แล้วก็ขอให้นิรโทษต้นพืชให้เป็นไทยเสียที ควบคุมสารทีเอสซี (TSC) ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าสารทีเอสซี (TSC) นั้นเป็นสารเมา ให้นำทีเอสซี (TSC) นั้นไปเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ ถึงประเภท ๔ จะทำให้เกิดการพัฒนาการใช้ พืชสมุนไพรที่มีสารเสพติดเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ให้มีความเจริญก้าวหน้า ขอให้คลาย การควบคุมในส่วนนี้ลง ดังนั้นกระผมจึงขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้ได้รับ ข้อสังเกตของกระผมไปพิจารณาด้วย อย่างไรเสียกระผมจะได้ไปแปรญัตติในมาตราที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณครับ