จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหายาเสพติดที่ลุกลามจนเข้าถึงชุมชนและโรงเรียน เสนอให้มีการรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นประมวลกฎหมายฉบับเดียวเพื่อความชัดเจนและประสิทธิภาพในการบังคับใช้ พร้อมเรียกร้องให้มีการป้องกันตั้งแต่ระดับรากหญ้า ร่วมกับการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาในเรือนจำ การตรวจสอบทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้อง และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยเน้นการถ่วงดุลอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นระบบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้กระผมต้องบอกว่าเป็นวันที่ กระผมเองตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมา ปี ๒๕๓๘ จนถึงวันนี้ ๒๐ กว่าปีที่เราทำงานการเมือง มีคนอภิปรายมาตลอดว่าการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดนั้นมีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ แล้วก็มี การออก มีการปรับปรุงแก้ไข จนมาถึง ๒๐ ฉบับ แล้วก็มีประกาศคณะ คสช. อีก ๔ ฉบับ รวมเป็น ๒๔ ฉบับ ทุกคนอยากเห็นกฎหมายที่กระจัดกระจายไปอยู่ตามองค์กรของ หน่วยราชการต่าง ๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่ดูแล อยากให้มาประมวลเป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งกระผมคิดว่า มันจะยากในการบริหารจัดการ และถ้าเรามารวมกันแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างไรครับ อย่างน้อย ๆ ประชาชนตาดำ ๆ กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเขาจะได้ ศึกษากฎหมายได้ อ้างอิงได้ และที่สำคัญกฎหมายอื่น ๆ ถ้าเรามารวมเป็นประมวล วันนี้ จึงได้เห็นทางรัฐบาลได้เสนอเรื่องด่วนขึ้นมา คือร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ. .... และร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นมีอยู่ประมาณ ๒๔ มาตรา ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดมี ๑๘๒ มาตรา และฉบับที่ ๓ ก็คือร่างพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติดที่มีการปรับปรุงเมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๐ จนมาถึงปัจจุบันมีอยู่ ประมาณ ๑๐ มาตรา เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นกฎหมายที่อัปเดต (Update) ที่สุด นี่ไม่รวม กฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้เรื่องของกระท่อม เรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งคงจะได้มี การพิจารณา กระผมเข้าใจว่าเพิ่งมีการดำเนินการ ตรงนี้เราพิจารณามานานแล้ว
สิ่งหนึ่งที่กระผมเห็นดีด้วยก็คือในแง่ที่ ๑ การรวบรวมเป็นประมวล ในการศึกษาจะเกิดประโยชน์ ท่านประธานครับ เรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน เราเข้าไปได้แค่ในหมู่บ้าน ในตลาด เขาบอกเราว่าเดี๋ยวนี้ซื้อยาเสพติด ซื้อยาบ้าเหมือนกับ ซื้อขนม มันหาง่ายเสียเหลือเกิน ทำให้บุกเข้าไปในโรงเรียน ในเยาวชน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระผมได้ยื่นญัตติในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแก้ไขปัญหาและป้องกันยาเสพติด อย่างเป็นระบบ ครบวงจร แล้วก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอญัตติ ๘ ฉบับร่วมกัน แล้ววันนี้ตอนเช้าก็เป็นการประชุมนัดแรกของคณะกรรมาธิการชุดนี้ โดยเราได้ประชุมกัน แล้วก็ได้เร่งในระยะเวลาที่ท่านประธานชวน หลีกภัย ให้เวลา ๙๐ วัน จึงต้องเร่งทำงาน ประกอบกับวันนี้มีกฎหมายที่เข้ามาในสภาด้วย ก็ถือว่าเป็นพลังที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา ให้กับยาเสพติด กระผมอยากให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้สดับตรับฟังว่าขณะนี้รัฐบาล หรือว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอาจริงเอาจัง อยากให้พวกเราได้ลูกคืน เขามากอด ร้องไห้ว่าลูกติดยาทำให้เสียผู้เสียคน ถ้าเป็นผู้ชายก็ไปทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผู้หญิงก็จะเป็นเรื่อง ทางเพศบ้าง เรื่องการถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกดขี่บ้าง ให้กลับเข้ามา เพราะฉะนั้นวันนี้ ในส่วนของกระผมเองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ที่ได้ร่วม อภิปราย ก็ดีใจว่าเราได้มีกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับขึ้นมาในแง่ดีคือได้ดูกัน
ในแง่ที่ ๒ เรื่องการแพทย์ กระผมเองกับพวกที่เป็นแพทย์วันนี้ได้อภิปรายกัน หลายเรื่อง คือเราอยากให้ท่านดูแลทั้งหมด วันนี้ทางกฎหมายมีอยู่ ๓ พาร์ต (Part) นะครับ พาร์ต (Part) ที่ ๑ คือการป้องกันและปราบปราม มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๑๐๓ แล้วส่วนที่ ๒ คือบำบัดรักษา มาตรา ๑๐๘ ถึงมาตรา ๑๑๙ และบทกำหนดโทษ มาตรา ๑๒๐ ถึงมาตรา ๑๘๒ นี่คือประมวล ดูง่าย แต่เราคิดว่ายาเสพติดสิ่งที่เราต้องแก้ไขเรื่องแรกเลยคือ การป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกัน ตรงนี้เป็นเรื่องยากที่ต้องตระหนัก ต้องทำตั้งแต่สถาบัน ครอบครัว สามีภรรยาแต่งงานกันต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เขา พอลูกเกิดมาไปเข้าโรงเรียน ก็ต้องสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ปฐมวัย ศูนย์เด็กเล็กในโรงเรียน ต่อมาก็ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย แล้วก็ออกมาเป็นเยาวชนถ้าไม่ได้เรียน นี่คือการล้อมรั้ว ซึ่งเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง
อันที่ ๒ คือการแก้ไข ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เรื่องกฎหมายนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ เพราะว่าถ้าเราบังคับใช้กฎหมายยังไม่จริงจัง ก็ไม่จบไม่สิ้น แล้วที่สำคัญอยากให้ดูเจตนาในหลายเรื่อง มีคนอภิปรายหลายคนว่ายาบ้า ๑ เม็ดกับการที่ไม่ได้เจตนาเผลอเข้ามา กับยาบ้าเป็นร้อยเป็นพันเป็นพ่อค้า การดูเจตนา ต้องพิจารณาให้เห็นว่าจำนวนของการที่นำยาบ้าเข้ามาจะต้องแตกต่างกัน ให้เห็นว่า คนที่ตั้งใจทำจะต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง นอกจากนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ก็มีข่าวว่าทาง ป.ป.ส. ก็ได้จับยาไอซ์ได้ในรอบเขตชายแดน ซึ่งในรอบเขตชายแดน ใน ๖ ประเทศเก็บได้ตั้ง ๓๒ ตัน ซึ่งเป็นการส่งต่อ เพราะฉะนั้นนอกจากการป้องกันแล้วก็คือ ต้องมีส่วนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
สุดท้ายในฐานะที่เป็นแพทย์ก็คือบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพ ตรงนี้เราจะมี วิธีการอย่างไรไม่ให้คนกลับเข้ามาบำบัดแล้วบำบัดซ้ำต่ออีก ทำอย่างไรไม่ให้กลับเข้ามา แก้ไขต่อ ดังนั้นต้องดูในเรื่องของคนที่ติดอยู่ในเรือนจำ ทั้งนักโทษ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม ประมาณ ๓๗๐,๐๐๐ คน เป็นยาเสพติดเสียประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน ตีแล้วประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผู้ชายเข้ามา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในการไม่ให้มีปัญหา เรื่องเรือนจำและที่เราบอกว่าคนเสพเป็นคนป่วยเราต้องไม่ลงโทษ ถ้าลงโทษต่อไปก็จะถูก ตัดวงจร แต่รายย่อย รายใหญ่ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีส่วนรับรู้ อันนี้ต้องทำเต็มที่ นี่คือเรื่องที่ สำคัญ
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สิน ที่ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านได้อภิปรายในสภา ในช่วงที่มีการอภิปราย เรื่องของงบประมาณก็ดี เรื่องของการอภิปรายในสภาว่าการตรวจสอบทรัพย์สิน ตรงนี้ เป็นจุดที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าถ้าคนธรรมดาที่ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีเงินเข้ามา เป็นแสนเป็นล้านได้หรอก ในเมื่อเขาทำธุรกิจค้าขาย คนละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เงินที่เข้ามาในออนไลน์ (Online) โอนกันไปโอนกันมา แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีกิจการยาเสพติด เขาจะต้องมีเงินเข้ามาเยอะ แล้วชี้แจงได้ไหม ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องส่ง ปปง. เข้าไปตรวจสอบ อันนี้เป็นเรื่องที่ถือว่าลงทุนน้อย แต่เป็นมาตรการที่ตรงใจ เพราะฉะนั้น ต้องใช้มาตรการนี้ให้รู้เลยว่านอกจากที่เราป้องกันและปราบปราม ที่ทำกันมาตลอด เราก็จะต้องมีมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สิน
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ ด้านสาธารณสุข อันนี้ดีมาก ที่บอกว่าอนุญาตให้นำไปใช้เพิ่มเติมในด้านการแพทย์อะไร ให้ดีขึ้น ยินดีอย่างยิ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องเรียนว่า ถ้าให้อำนาจก็คงต้องมีการถ่วงดุล มีการตรวจสอบ ซึ่งถ้ามีปัญหาเราคงจะต้องไปแก้ไข ในชั้นกรรมาธิการต่อไป เพราะกรรมาธิการคือศูนย์รวมของพวกเรา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามาปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เพราะใน กฎหมายฉบับนี้บอกว่าตามรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติที่ ๒๖ ที่มีการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ก็มีการเขียนไว้แล้วว่ายกเว้นให้ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าคงจะต้องใช้ในหลายเรื่อง ทั้งหลัก รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ในการดูแล เพราะฉะนั้นวันนี้คณะของเราก็ยินดีที่จะให้ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อจะได้มาประมวล เพื่อให้ เกิดเป้าหมายใหญ่ หลักจริง ๆ กระผมเห็นด้วยว่าต้องให้ทำแบบนี้เป็นประมวลกฎหมาย ขึ้นมาแล้วพิจารณา แต่ในรายละเอียดซึ่งอาจจะมีข้อปลีกย่อยบ้างพวกเราก็จะเข้าไปแก้ไข แล้วก็หวังว่าทางท่านรัฐมนตรีคงจะได้ลงมาดูแล ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านได้เอา กฎหมายนี้เข้ามาเพื่อสิ่งที่พวกเรารอคอยและเป็นประโยชน์ยิ่ง
ท้ายที่สุดนี้ต้องเรียนว่าการรับฟังความคิดเห็น การมีส่วนร่วม อย่าลืมนะครับ ต้นฉบับจริง ๆ เลยคือในพื้นที่ต้องให้เขามีส่วนร่วมรับฟังเยอะ ๆ โดยเฉพาะในโรงเรียน ในสถานศึกษา ในชุมชนต่าง ๆ การมีส่วนร่วมต้องเป็นหลักในการที่จะได้ออกกฎหมาย แล้วเขาจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันล้อมรอบ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นส่วนหนึ่ง ให้เหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าของกฎหมายผู้ร่างด้วย จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กราบขอบคุณ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ครับ