ปดิพัทธ์ ชี้มาตรา 133 หนุนประชาชนร่วมร่างกฎหมาย เสนอปฏิรูป พ.ร.บ.

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ชี้ถึงความสำคัญของมาตรา 133 วรรค 3 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยตรงในระบอบประชาธิปไตย แต่กลับวิพากษ์ร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อเสนอกฎหมายว่าเพียงแค่ปรับปรุงผิวเผิน ยังคงจำกัดสิทธิประชาชนและให้รัฐบาลมีอำนาจเหนือกว่า ทั้งในขั้นตอนการรับรองและการพิจารณา โดยขาดกลไกสนับสนุนที่แท้จริง ทั้งที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้ประชาชนมีบทบาทนำ จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการอย่างแท้จริงเพื่อให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยไม่ถูกจำกัดด้วยข้ออ้างด้านความรู้หรือขั้นตอนทางกฎหมาย

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ถึงจะมีปัญหามากที่ทำให้ ประเทศต้องมาเดือดร้อนรับกรรมกันอยู่ตอนนี้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีมาตรา ๑๓๓ (๓) ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมายได้ เป็นการมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย โดยตรงของพี่น้องประชาชนที่ได้ฝึกฝน เรียนรู้กระบวนการทำประชาธิปไตย จะทำให้ พวกเขาสัมผัสได้ว่าประชาชนยังพอจะมีอำนาจอยู่ในประเทศนี้อยู่บ้าง

จากการที่ผมได้ทำงานในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เราได้เชิญผู้ที่เคยเสนอกฎหมายเหล่านี้เข้ามาให้ความเห็น ปรากฏว่าปัญหาไม่ได้อยู่ในเชิงเทคนิคที่ว่าจะมีหน่วยงานอย่างสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมารองรับหรือไม่ แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่เรื่องของการจัดสรรอำนาจ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเมืองแบบนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ และเรามี พ.ร.บ. ว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปี ๒๕๔๒ ในตอนนั้นถึงจะมีต้นทุนสูงมากในการทำร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนชื่อ เรื่องการใช้เอกสารที่มากมาย แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า มีกฎหมายที่ประชาชนเสนอเข้ามาถึง ๑๒ ฉบับเป็นกฎหมายที่สำคัญต่อประเทศ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ และถูกนำมาใช้เป็นนโยบายที่ทำ คุณูปการให้กับประเทศไทยในภายหลัง บทเรียนที่เกิดขึ้นก็คือกฎหมายที่ออกโดยภาคประชาชนนั้น แก้ไขปัญหาสำคัญที่บอกว่าคนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ เพราะประชาชนกลุ่มต่าง ๆ นั้น เป็นคนที่ประสบปัญหาตัวจริง เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง และรู้ปัญหาจริง ๆ ว่า เขาต้องการแก้ไขอย่างไร จากการที่มีการปรับปรุง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปี ๒๕๕๖ เราได้พบว่าประชาชนตื่นตัวขึ้นอย่างมาก เมื่อเรามีการอำนวยความสะดวกมากขึ้น มีกฎหมายเสนอเข้ามาที่สภาแห่งนี้ถึง ๔๑ ฉบับ และเป็นกฎหมายที่ถ้าสำเร็จไปตั้งแต่วันนั้น ประเทศไทยเราอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัด สวัสดิภาพสัตว์ เป็นต้น แต่ความสำเร็จนั้นมีเพียงแค่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะติดปัญหา อย่างที่ท่าน ส.ส. วรภพได้พูดไป สิ่งที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ปรับปรุงใหม่เข้ามาผมเห็นพัฒนาการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่จะลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว รวมไปถึง บทบาทหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่จะสนับสนุนทั้งความรู้ ทั้งงบประมาณ แล้วก็กระบวนการทำ แต่หัวใจของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คืออำนาจของประชาชน ที่จะมีในการตรากฎหมายยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย มาตรา ๖ ของ พ.ร.บ. นี้ยังเป็นเหมือนเดิม ก็คือจำกัดสิทธิให้ประชาชนเสนอกฎหมายได้เพียงแค่ ๒ หมวดเท่านั้น คือหมวด ๓ ว่าด้วย สิทธิและเสรีภาพ และหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ คำถามคือถ้าเราเชื่อใจว่าประชาชนมีอำนาจ ประชาชนมีความรู้ ประชาชนมีสิทธิที่จะเสนอกฎหมาย ทำไมจำกัดเพียงแค่ ๒ หมวดเท่านั้น และจริง ๆ แล้วถ้าท่านจะเซ็นเซอร์ (Sensor) เขาในภายหลังยังมีขั้นตอนอีกมากมาย แต่ทำไมต้องเซ็นเซอร์ (Sensor) ตั้งแต่เริ่มต้น มาตรา ๙ เมื่อมีการเชิญชวนให้มีการเข้าชื่อ เสนอกฎหมายห้ามมิให้มีการแก้ไขหลักการและข้อความในร่างพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็น การแก้ข้อความที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่มีใครอยากจะแก้ที่หลักการหรอกครับ แต่ในกระบวนการ ๑ ปีที่จะไปเข้าชื่ออาจจำเป็นต้องมีการแก้ไขข้อความบ้าง แต่ท่านกลับมิให้มีการแก้ไขเลย แม้แต่น้อย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม และมาตราที่เป็นปัญหาที่สุดก็อยู่ในมาตรา ๑๒ คือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเงินนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับรองภายใน ๙๐ วัน ถ้าไม่รับรองก็จะตกไป และมีหนังสือที่เย็นชา ไร้เหตุผลแจ้งไปที่ประชาชนว่านายกรัฐมนตรี ไม่รับรอง กฎหมายฉบับนี้หัวใจไม่ใช่ประชาชน กฎหมายฉบับนี้หัวใจก็ยังเป็นรัฐที่ใหญ่โต คับฟ้าเหมือนเดิม และมีพระราชบัญญัติอะไรที่ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพดีขึ้น ปกป้อง คุ้มครองเขาดีขึ้น และไม่เกี่ยวกับการเงินหรือครับ หาได้ยากมากนะครับถ้าอยากจะหลบ ทางเทคนิค ไม่อยากให้ไปติดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ก็ต้องตัดมาตราที่เกี่ยวกับการเงินออก ก็ผิดเจตจำนงที่ประชาชนอยากจะผลักดันกฎหมายนั้น ๆ มิหนำซ้ำประสบการณ์ของ ภาคประชาชนในชั้นกรรมาธิการ ประชาชนที่มีที่นั่งในกรรมาธิการน้อยกว่า ส.ส. ทั้งจาก รัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว ร่างของประชาชนก็ไม่เคยได้เป็นร่างหลัก ในการพิจารณา แต่ร่างของรัฐบาลที่ยื่นประกบมา โดยความเข้าใจว่าร่างของรัฐบาลนั้นดีกว่า มีความรู้กว่า สมบูรณ์กว่า หรือมีศักดิ์ศรีมากกว่า ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ร่างของประชาชน ไม่เคยได้เป็นร่างหลักในการพิจารณา ทั้งที่พวกเขาเป็นคนเสนอกฎหมายเข้ามา มิหนำซ้ำในการจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ ในชั้นกรรมาธิการ พวกเขาก็มักจะไม่ได้ตำแหน่งสำคัญ ๆ ไป เพราะฉะนั้นบ้านเมืองเราก็เป็นแบบนี้ละครับ ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้หัวใจคือประชาชน ผมไม่เห็นประชาชนอยู่ในอำนาจเลย เสนอกฎหมาย ก็เสนอได้ สุดท้ายก็ได้ร่างรัฐบาล เหมือนกับการเลือกตั้งมีสิทธิเลือกตั้ง สุดท้ายก็ได้ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์อยู่ดี การเลือกตั้งที่เป็นสิทธิของประชาชน การเสนอกฎหมายที่เป็น สิทธิของประชาชนเป็นแค่เรื่องปาหี่หรือเปล่าครับ เพราะสุดท้ายอย่างไรรัฐบาลก็จะได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการเสมอ เหมือนกับเรานั่งประชุมอยู่อย่างนี้ถ้าท่านอยากให้ ส.ว. มาโหวต ท่านก็แค่ใส่ว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ผมก็เกรงว่าจะเป็นอย่างนั้น สุดท้ายพวกผม เป็นสมาชิก สนช. หรือเปล่า

ข้อเสนอของพรรคก้าวไกล เรามีความยินดีที่จะเห็นกฎหมายฉบับนี้ ถูกหยิบยกและพัฒนาขึ้นมาเป็นความก้าวหน้า แต่ผมกลับเห็นว่าความก้าวหน้าที่มีอยู่ ในฉบับนี้ที่มีการปรับปรุงเป็นการแต่งหน้า ทาปากนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง ไหน ๆ เรา จะร่างใหม่ อย่างที่ท่านวิษณุบอกว่าเป็นการปรับปรุง คือยกเลิกของเก่าเรามาทำกันใหม่ ดีไหมครับ สะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงว่า ประชาชนมีสิทธิ มีอำนาจ ท่านอยากช่วยเขาท่านต้องกลับไปที่หัวใจของฉบับนี้ก่อนว่า ประชาชนนั้นมีสิทธิอย่างสมบูรณ์ และพวกเขาต้องเป็นพระเอกในการจัดทำร่างกฎหมาย ฉบับนี้ หมดข้ออ้างแล้วว่าประชาชนไม่มีความรู้ หมดข้ออ้างแล้วว่าประชาชนไม่รู้กระบวนความ ไม่รู้ความทางกฎหมาย แน่นอนไม่มีใครรู้กฎหมายดีเท่ากับคณะกรรมการกฤษฎีกาในแง่ของ วิชาการ แต่ผมคิดว่าเราสามารถจริงใจในการสนับสนุนพวกเขาได้ และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่มบทบาทมานี้จะเป็นกระบวนการสำคัญ และเราต้องปรับปรุงหัวใจ แล้วก็อำนาจในพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อที่ พ.ร.บ. การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... จะได้เป็นของประชาชนจริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกทำให้เป็นปาหี่เล่นละครนะครับ ขอบคุณครับ