ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ชี้แจงการนับคะแนนเสียงในการประชุมสภาย้อนกลับไปถึงพัฒนาการของข้อบังคับ ข้อ 58 และ ข้อ 86 โดยอธิบายความแตกต่างระหว่างการนับคะแนนในอดีตที่ใช้การยืนยันรายบุคคลกับระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าการลงคะแนนเสียงใหม่คือการลงทั้งหมดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การแก้ไขผลเดิม และควรให้สมาชิกทุกคนที่มาทันก่อนปิดการลงคะแนนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าได้ข้อยุติแล้ว
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ด้วยความเคารพความเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกซึ่งเป็นกรรมาธิการร่วมกัน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านวิโรจน์ เราประชุมร่วมกันตลอดเวลา โดยเฉพาะข้อ ๕๘ เราประชุมอย่างน้อย ๔ ครั้ง คุยกันอย่างละเอียด ใช้เวลาหลายชั่วโมง ก็ด้วยความเคารพ ผมขออนุญาตท่านประธานจะแยกชี้แจงเป็น ๒ กรณี กรณีแรก เรื่องการนับคะแนน หลายท่านอาจจะแปรญัตติแตกต่างกันไปว่าการนับคะแนน เป็นการลงคะแนนใหม่ได้หรือไม่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านเห็นด้วยแล้วว่าการนับคะแนน คือการลงคะแนนใหม่ จึงขอกราบเรียนชี้แจงกับท่านที่ยังไม่เห็นด้วยว่าการนับคะแนน
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านเป็นผู้แทนราษฎรนานที่สุดในสภาแห่งนี้ ในการใช้ข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งท่านกรรมาธิการวิโรจน์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึง แล้วว่าข้อบังคับการประชุมสภาตั้งแต่มีสภาผู้แทนราษฎร มีรัฐสภา ตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ ไม่เคยมี เรื่องการนับคะแนนใหม่ จนมาถึงปี ๒๔๙๔ ครั้งแรกที่มีการนับคะแนนใหม่ ปรากฏว่าเหตุผล ที่มีการนับคะแนนใหม่ในอดีต เนื่องจากมีข้อสงสัยว่ามีการนับผิด วิวัฒนาการข้อบังคับ แก้ไขมาโดยตลอด เดิมใช้คำว่า สงสัยว่ามีการนับผิดก็ให้นับคะแนนใหม่ แต่ต่อมาภายหลัง ในปี ๒๕๑๓ ตัดคำว่า สงสัยว่านับผิด ออก แปลว่าจะด้วยกรณีใด ๆ ก็ตามขอให้นับใหม่ได้ ท่านประธานครับ ผมไม่ทันในปี ๒๕๑๓ ที่ใช้ข้อบังคับ แต่ยืนยันว่าในปี ๒๕๑๘ ซึ่งผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ตอนนั้นเราไม่มีวิวัฒนาการในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่มีการลงคะแนนโดยการเสียบบัตร คำว่านับคะแนนใหม่ของข้อบังคับ ปี ๒๕๑๓ ซึ่งใช้ ในปี ๒๕๑๘ ที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก สภาที่ถนนอู่ทองในมีที่นั่งแบ่งอย่างนี้ เหมือนกัน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านที่เป็นอดีต ส.ส. หลายสมัยจำได้ ก็ทบทวน ความจำกันนิดหนึ่งว่าการนับคะแนนในขณะนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รัฐสภาจำนวนมากเดินนับ จำนวนท่านสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุมเป็นรายบุคคล โดยแบ่งล็อกนับ เพราะสมาชิก จะถูกกำหนดให้นั่งตามพรรค แล้วแต่ละพรรคก็จะกำหนดรายชื่อ ก ไปถึง ฮ ท่านประธาน ก็จะบอกว่าขอให้เข้าห้องประชุมแล้วนั่งประจำที่เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เจ้าหน้าที่ สำนักงานเลขาธิการสภาก็จะนับคะแนน แล้วเอาจำนวน ส.ส. ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมมาส่ง เจ้าหน้าที่รวมคะแนนแล้วก็แจ้งให้ท่านประธานทราบว่าขณะนี้มีองค์ประชุมเท่าไร เรียกว่า นับองค์ประชุม เมื่อเสร็จจากการนับองค์ประชุมก็นับคะแนนเสียง ท่านประธานถามว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยให้ยกมือขึ้นพ้นศีรษะ แล้วก็ยกมือขึ้นจะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภา ออกไปเดินนับเหมือนเดิม แล้วก็นำตัวเลขของแต่ละแถวมาแจ้ง เจ้าหน้าที่ก็รวมคะแนน เราเรียกว่านับคะแนน แต่เมื่อมีการนับคะแนนใหม่ก็ใช้วิธีเดิม โดยกำหนดว่าข้อบังคับ ข้อแรก การลงคะแนนเสียงซึ่งยังไม่มีบัตรเสียบลงคะแนน ใช้วิธียกมือขึ้นเหนือศีรษะ ถ้านับ คะแนนใหม่ก็บอกว่าถ้าวิธีเดิมสงสัยว่าไม่ถูกต้อง ก็ใช้วิธีที่ ๒ ถัดมา คือให้ยืนขึ้น ขานชื่อ รายบุคคลแล้วยืนขึ้น เปล่งเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผย เป็นรายบุคคล
ท่านประธานครับ ข้อข้องใจในเรื่องของการนับคะแนนก็คงจะยุติเพียงเท่านี้ ว่าการนับคะแนนคือการลงคะแนนใหม่ ไม่ใช่เอาคะแนนเก่ามาบวก ลบ คูณ หาร อย่างที่เคย พูดกันในสภาตอนที่มีปัญหาเรื่องนับคะแนน ลงคะแนนในญัตติขอตั้งกรรมาธิการเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ ของ คสช. ขณะนั้น ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไปแล้ว เมื่อถึงเวลาเรื่องนับคะแนนยุติลงแปลว่าเรายอมรับกันแล้วว่าการนับคะแนนใหม่คือ การลงคะแนนใหม่
ประเด็นต่อมาเป็นประเด็นที่น่าจะต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบคือว่า องค์ประชุมจะใช้องค์ประชุมเดิม เปลี่ยนแปลงองค์ประชุมได้หรือไม่ ประเด็นนี้ท่านกรรมาธิการ ที่ได้แปรญัตติในตอนต้นบอกว่าต้องใช้องค์ประชุมเดิม ก็มีกรรมาธิการบางท่านบอกว่าถ้าใช้ องค์ประชุมเดิมจะมีปัญหา เพราะถ้ามีสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งปรารถนาจะให้การลงคะแนนมีปัญหาก็จะเดินออกจาก ห้องประชุมไปเสีย แล้วก็ไม่แสดงตนว่าอยู่ในที่ประชุม องค์ประชุมก็ไม่ใช่องค์ประชุมเดิม เพราะน้อยกว่าเดิม จะ ๑ คน ๕ คน ๑๐ คน ก็ไม่ใช่องค์ประชุมเดิม เป็นอันว่าเอาใหม่ อย่างที่เห็นอยู่ คือผู้ที่ลงคะแนนเดิมเท่านั้นที่จะมีสิทธิลงคะแนนใหม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าข้อบังคับ ข้อ ๘๖ ในการประชุมต้องมีสมาชิกลงคะแนนใหม่ในเวลาที่ประธานกำหนด ตราบใดที่ประธานยังไม่ปิด การลงคะแนน ข้อบังคับ ข้อ ๘๖ ยังให้อำนาจ ให้สิทธิท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติลงคะแนนได้ ฉะนั้นถ้าท่านบอกว่าคนที่เข้ามาทีหลังจากการนับคะแนนครั้งแรกจะมานับคะแนนใหม่ไม่ได้ ข้อบังคับ ข้อ ๘๖ ไม่มีผลบังคับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าไม่อยากจะสมมุติ แต่มันเกิดเรื่องจริง ๆ ทั้งที่สภาในอดีต ที่ถนนอู่ทองในก็ดี สภาใหม่ที่ห้องประชุมจันทรา หรือห้องประชุมสุริยันก็ดี ห้องประชุมคณะกรรมาธิการเดินเข้าเดินออกยากเย็นมาก กรรมาธิการประชุมอยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ประธานกดออดเรียกให้มานับองค์ประชุม ให้มาลงคะแนนเสียง ผมเชื่อว่าหลายท่านมาไม่ทัน กระหืดกระหอบมาลงคะแนนเสียง ถามว่าคนที่เดินช้าแต่ยังไม่ขัดข้อบังคับ ข้อ ๘๖ คือยังมาถึงห้องประชุมก่อนที่จะปิด การลงคะแนนเสียง เขาถูกตัดสิทธิไม่ให้ลงคะแนนเสียงหรือครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชนก็ดี วุฒิสมาชิกก็ดี ท่านจะมาเสียสิทธิเพราะการเดินช้า ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ขัดข้อบังคับ ข้อ ๘๖ ในที่สุดกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่าการใช้องค์ประชุม เดิมก็จะมีปัญหา อย่าไปคำนึงแต่ว่าครั้งนั้นฝ่ายรัฐบาลชนะ ฝ่ายค้านแพ้ แล้วถูกรัฐบาลรังแก ผมมองกลับกันว่าถ้าผมเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งผมเคยเป็นฝ่ายค้านด้วย ถ้าผมถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ให้ขับรถเข้าสภา เสียเวลาโอ้เอ้ ได้ยินเสียงออดในสภา ฟังถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุรถยนต์อยู่อยากจะมาลงคะแนนเสียงแต่ถูกกลั่นแกล้งกักตัว เอาไว้ มาช้าแต่ยังทันเวลาที่ประธานยังไม่ปิดการลงคะแนนเสียง ผมเสียสิทธิลงคะแนนเสียง หรือครับ ผมว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น ผมไม่คิดว่าท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับคำแปรญัตติ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ จึงขอยืนตามร่างเดิมครับ ขอบคุณครับ