รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกรัฐสภา กระผมเองขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าในพิธีสาร ค.ศ. ๑๙๙๖ หรือที่เรียกว่าพิธีสาร ลอนดอนฉบับนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่น่ายินดีแล้วก็น่าสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพิธีสารที่มี หลักการเกี่ยวกับการรักษาสภาพแวดล้อมทางทะเลของสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ ๑๗๔ ประเทศ ขณะนี้ได้มีการลงนามเป็นรัฐภาคีแล้ว ๕๓ ประเทศ เป็นสิ่งที่ อาจจะบอกว่าน้อยหรือไม่ ผมอยากเรียนว่าความจริงใน ๑๗๔ ประเทศจะมีพื้นที่ของประเทศ ที่ไม่ติดทะเลอยู่ส่วนหนึ่งเหลืออยู่ประมาณ ๑๐๐ ประเทศเท่านั้นเอง การเข้าเป็นรัฐภาคี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพิธีสารฉบับนี้ถึง ๕๓ ประเทศก็เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าในเรื่องของ การคุ้มครองและป้องกันสิ่งแวดล้อมทางทะเลเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโลกทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมทางทะเล สิ่งแวดล้อมทางดิน ทางอากาศก็แล้วแต่ เป็นสิ่งที่ทุกวันนี้เราจะต้องมีความตระหนักอย่างยิ่งเพื่อที่จะให้โลกของเรามีความสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของพิธีสารลอนดอนฉบับนี้จะเป็นแนวทางที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล ซึ่งจะมีผลดีต่อผู้ที่เข้าสู่การเป็นรัฐภาคี ผมเรียนว่า ประเทศไทยเราเองประสบปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมทางทะเลมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น ในพื้นที่อ่าวไทยหรือว่าในฝั่งทะเลอันดามัน เราจะเห็นได้ว่ามีกระแสของขยะที่เข้ามาสู่ชายฝั่งเรา ค่อนข้างเยอะ ถ้าดูข่าวท่านจะเห็นได้ว่าบางแสนทุกปีเราจะเจอปัญหาเหล่านี้ การหมุนเวียน ของขยะที่ทิ้งลงมาในทะเลโดยขาดระเบียบวินัย ในสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมทางทะเล ท่านรัฐมนตรีได้บอกไปแล้วว่าได้รับประโยชน์ ค่อนข้างเยอะมาก ไม่ว่าในเรื่องการปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยเองที่จะต้องอนุมัติ ตามพิธีสารฉบับนี้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องปรับปรุงให้มีความครอบคลุมแล้วก็มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าการเข้าสู่รัฐภาคีจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม เราสามารถพูดถึงในเรื่องของค่าเสียหาย ได้รับความคุ้มครอง ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการทิ้งของเสียหรือว่าวัสดุอย่างอื่นในประเทศไทยหรือว่าในอาณาเขตของเรา ซึ่งมีการขยายจากไม่เกิน ๒๔ ไมล์ทะเลไปสู่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ๒๐๐ ไมล์ทะเล เขตเหล่านี้ จะมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะให้ประเทศไทยได้มีการดูแลในสิ่งเหล่านี้ได้ครอบคลุม มากยิ่งขึ้น ผมเรียนว่าประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากกฎหมายแล้ว ในเรื่องของความเสียหาย ระหว่างรัฐภาคีด้วยกันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้มีการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ผมเรียนว่า ในส่วนของพิธีสารฉบับนี้ได้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่าเป็นที่ยอมรับของประชาชน ที่ได้รับทราบข้อมูลในเรื่องของประโยชน์ ผมคิดว่าส่วนนี้มีความหมายมากสำหรับประเทศไทย แต่อย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่าความกังวลที่พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลมาวันนี้ ข้อกังวลเหล่านี้ ได้มีการอธิบาย แล้วก็สามารถที่จะตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความห่วงใย ประมงพื้นบ้าน ในส่วนนี้ได้รับคำชี้แจงว่าไม่มีผลกระทบใด ๆ เลย คนที่ทำประมงในชายฝั่ง ก็ไม่เกิดผลกระทบใด ๆ เพราะว่าหลักการในส่วนของพิธีสารฉบับนี้จะเป็นหลักการกว้าง ๆ หลักการใหญ่ที่จะไม่เข้ามาในส่วนของประมงพื้นบ้าน

ประเด็นต่อมาก็คือปะการังเทียมที่มีการดำเนินการในชายฝั่งก็ได้รับความคุ้มครอง เช่นเดียวกัน แม้กระทั่งในส่วนของการดำเนินการในเรื่องสายใยเคเบิล (Cable) ใต้น้ำที่เป็นประโยชน์ ต่อการสื่อสารทั้งหลายก็ได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกัน ผมเรียนว่าในเรื่องของคำถามที่มีอยู่ ว่าแท่นขุดเจาะทั้งหลายน่าจะมีอยู่ประมาณ ๕๐๐ แห่งด้วยกันจะทำอย่างไร ผมคิดว่าตัวนี้ เป็นตัวหนึ่งที่จะสามารถตอบคำถามได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแท่นขุดเจาะน้ำมันทั้งหลายที่จะได้รับ การอนุญาตจากกระทรวงพลังงาน ตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียม ๒๕๑๔ ก็จะได้รับ ความคุ้มครองในส่วนเหล่านี้ด้วย

อย่างไรก็ตามผมคิดว่าในส่วนของผมเองอยากจะฝากข้อสังเกตในเรื่องของ การเตรียมความพร้อม ๒ ประการด้วยกัน เนื่องจากพิธีสารฉบับนี้เราผ่านความเห็นชอบ ของรัฐสภาไป แล้วเราก็ยังไม่สามารถที่จะไปทำความตกลงกับรัฐภาคีได้ ต้องมีกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งที่เราจะต้องไปดำเนินการต่อไปก็คือพระราชบัญญัติการป้องกันมลพิษทางทะเล เนื่องจากการทิ้งเทของเสียหรือวัสดุอื่นลงทะเล พ.ศ. .... ซึ่งฉบับนี้อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา ผมเองอยากจะเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้คงต้องอาศัยความรอบคอบ เพราะว่าเราต้องดูพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระราชบัญญัติปิโตรเลียม แล้วก็อนุสัญญาที่มีการดำเนินการขึ้นใน ๕๙ อนุสัญญาของโลกนี้ ซึ่งประเทศไทยเรามีการลงนาม ไปแล้ว ๑๔ อนุสัญญาด้วยกัน ผมอยากให้เตรียมความพร้อมของหน่วยงานในเรื่องของเทคโนโลยี ที่จะไปตรวจว่าเรือลำไหนจะมาทิ้งของเสียหรืออะไรต่าง ๆ ตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะประกอบ ในเรื่องของจิสด้า (GISTDA) ที่ให้ข้อมูลอันนี้ไว้ด้วย ขอกราบขอบคุณครับ