รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องพิธีสารว่าด้วยการทิ้งของเสีย และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการควบคุมใบอนุญาตให้เป็นบอร์ด (Board) หรือคณะกรรมการ และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่าการควบคุมใบอนุญาตนี้ทำอย่างไร และให้ตอบคำถามว่าทหารเรือจะทำอะไรและเข้าไปควบคุมอะไรในกิจการเขตชายฝั่งทะเลทั้งหมดของประเทศ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นวันหนึ่งที่พิธีสารได้เข้ามาในสภาแห่งนี้ ซึ่งพิธีสารเราเป็นพิธีสารที่เป็นสินทรัพย์ของแผ่นดินซึ่งจะต้องผ่านรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๖ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ และเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สภาแห่งนี้ต้องดูแล พิธีสารเป็นความตกลง ระหว่างประเทศที่มีลักษณะเป็นทางการน้อยกว่าสนธิสัญญาหรืออนุสัญญา และพิธีสารอันนี้ เป็นพิธีสารที่จำเป็น ที่ทางกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะกรมเจ้าท่าที่เป็นเจ้าภาพที่นำเสนอ กราบเรียนว่าสิ่งที่ผมตั้งข้อวิตกกังวลในเขตที่เราเรียกว่าน่านน้ำอาณาเขตหรือทะเลอาณาเขต ซึ่งภายใต้อนุสัญญาของยูเอ็น (UN) ที่ว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ซึ่งวัดจากเขตสัณฐาน ของประเทศออกจากชายฝั่งไป ๑๒ ไมล์ทะเลนั้นมันเป็นพื้นผิวนะครับ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการ กิจการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แล้วก็เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เดินทางไปดูขอบชายแดน กิจการชายแดน สิ่งที่ผมนึกขึ้นมาขณะนั้นคือ แล้วขอบน้ำล่ะครับ วันนั้นผมตั้งสันนิษฐานว่าทหารไปยึดขอบชายแดน ไล่ตำรวจ ตชด. ออกจากขอบนั้นมานาน แล้วทำกิจกรรมของทหารว่าด้วยความมั่นคงและปิดด่าน ทำให้เศรษฐกิจพัง ใช้ พ.ร.ก. ดำเนินการ ประเทศนี้มีขอบดินอยู่ ๕,๐๐๐ กิโลเมตร ขอบน้ำอยู่ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ผมเลย นึกถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยว่าใครที่จะเข้าไปหาผลประโยชน์จากพิธีสารนี้ แล้วพิธีสารนี้ ที่สำคัญคือพิธีสารว่าด้วยการทิ้งของเสีย ซึ่งมีข้อยกเว้นอยู่ แต่หลักการอันสำคัญอันหนึ่ง ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารประกอบการนำเสนอนั้นผมติดใจมากโดยเฉพาะเรื่องการใช้ดุลพินิจ ของผู้ที่จะอนุญาต กฎหมายการใช้ดุลพินิจน่าจะเสื่อมถอยไปนานแล้ว แล้วก็ควรจะเปลี่ยน รูปแบบเป็นของบอร์ด (Board) หรือคณะกรรมการ หรืออะไรพวกนี้ ให้มีการกำหนดในเรื่อง ของข้อยกเว้น โดยเฉพาะข้อยกเว้นที่รัฐภาคีเราจะต้องออกใบอนุญาต โดยเฉพาะใบอนุญาต ที่สามารถทิ้งวัสดุหรือของเสียลงทะเลได้ นั่นคือสิ่งสำคัญ ใคร บริษัทใหญ่ ๆ ทั้งนั้นละครับ ที่จะทำกิจการทางทะเล และมีหน่วยงานเดียวที่รัฐรวมศูนย์ขณะนี้คือทหารเรือ ผมว่าเรือดำน้ำ จะมาคุมเรื่องการควบคุมขยะทางทะเลแน่นอน ที่เอามาซื้อเป็นเป้าหมายสำคัญมาควบคุม น่านน้ำดูขยะและดูว่ามีความจำเป็นอย่างไร ใคร บริษัทไหนเข้ามาควบคุมขยะที่ถูกทิ้ง ใบอนุญาตถูกต้องไหม เข้าไปตรวจสอบ นั่นคือสาระสำคัญอีกอันหนึ่งที่ผมอยากตั้งในพิธีสารนี้ ทำไมถึงต้องเลื่อนพิธีสารนี้ขึ้นมาครับ สิ่งที่สำคัญคือการวินิจฉัยในกรณีของเหตุจำเป็น รักษาความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์จากเรือ จากแท่นขุด อากาศยาน หรือจากสิ่งก่อสร้างอื่น ที่มนุษย์สร้างขึ้นในทะเล และเหตุฉุกเฉินที่ก่อให้เกิดความร้ายแรงต่อสุขภาพ เช่นคลื่น หรือมวลสาร หรือขยะ หรือมวลแก๊สที่เกิดขึ้นจากการขุดเจาะ หรือขยะที่ลอยขึ้นมา แล้วรวมตัวกันทำให้สัตว์นานาชนิดที่อยู่ในทะเลตาย นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากว่าใครที่เป็น ผู้ควบคุมใบอนุญาต และใบอนุญาตนี้มีรูปแบบและกระบวนการอย่างไร อยากฝากเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าการควบคุมใบอนุญาตนี้บอร์ด (Board) ที่หลังจาก พิธีสารนี้ออกมาแล้ว อยากรู้จริง ๆ เลยว่าขณะนี้แท่นขุดทั้งหมดที่อยู่กลางทะเล ไม่ว่าจะเป็น ของ ปตท. สผ. ปตท. ต่าง ๆ หรือบริษัทน้ำมันต่าง ๆ มีจำนวนเท่าไร และมีผลประโยชน์ ทางทะเลที่อยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ เพราะผมเชื่อว่าเมื่อมีพิธีสารข้อตกลงนี้ปรากฏแล้ว ความรับผิดชอบจะต้องปรากฏอยู่ร่วมกัน เพราะเราผ่านการเห็นชอบ ไม่อย่างนั้นรัฐบาล จะไม่ผลักประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นทหารเรือที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวจะเข้าไปทำอย่างไรในกิจการนี้ ตอบด้วยครับว่าทหารเรือจะทำอะไรและเข้าไปควบคุมอะไรในกิจการเขตชายฝั่งทะเลทั้งหมด ของประเทศ เพราะนั่นคือผลประโยชน์บนทรัพยากรที่ดิน ผมไม่ว่าขอบประเทศนะครับ ขอบประเทศคือมีอยู่แล้ว ท่านไปดูได้เลยครับตอนนี้ทหารยึดขอบประเทศไว้หมด แล้วใช้ หลักเขตภูมิศาสตร์ที่ยังไม่เคยมีการปักปัน แล้วนี่เขตน่านน้ำผมยังไม่รู้ว่าจะไปลอยทุ่น หรือปักหมุดให้ปรากฏความชัดเจนของพื้นที่ที่จะทำประโยชน์ในน่านน้ำอย่างไร และขณะนี้ ใครที่กุมอำนาจเพื่อจะยึดโยงผลประโยชน์ของทรัพยากรในน่านน้ำทะเลไทย ในทรัพย์สิน ของประเทศไทยทั้งหมดเอามาเป็นประโยชน์ อันนี้ต้องขอคำตอบจากทางคณะรัฐมนตรี ที่จะมาชี้แจงด้วย และขอให้ตอบด้วยว่าการใช้ดุลพินิจนั้นทำอย่างไร ขอบพระคุณครับ