วัฒนา เซ่งไพเราะ แสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายการตั้งผู้ประนอมที่ศาลแต่งตั้ง โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเลือกผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่างแท้จริง เพื่อให้การไกล่เกลี่ยและร่างสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบังคับคดีได้ทันทีเมื่อเกิดการผิดสัญญา และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนภายใต้กรอบ พ.ร.บ. ไกล่เกลี่ย ปี 2562
เรียนท่านประธาน ผม นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขออนุญาตแสดงเหตุผลที่ผมได้เสนอ สงวนความเห็นไว้หลายประเด็น ผมขออนุญาตแค่ประเด็นเดียวครับ คุณสมบัติของ ผู้ประนอม ก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะนำเรียนภาพรวมกว้าง ๆ ร่างฉบับนี้เสมือนขอให้ศาล ตั้งคนที่จะไปร่างสัญญาประนีประนอมยอมความให้กับประชาชน และเมื่อประชาชนนั้น เขาต้องการให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคราวนี้มาขอที่ศาล ให้ศาลเสนอบุคคล ที่ตั้งไปเราเรียกว่าผู้ประนอม มาตรวจสัญญา แล้วร่างสัญญาประนีประนอมยอมความให้กับเขา และร่างฉบับนี้ถ้าเผื่อสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาขึ้นมา บังคับคดีได้เลยไม่ต้องฟ้องศาล ผมจึงได้สงวนความเห็นว่าผู้ที่ศาลจะแต่งตั้งนั้นควรจะเป็น ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแต่ละด้าน ตั้งให้กับประชาชนครับ เพื่อเป็นร่าง สัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะคราวนี้ระมัดระวังมากครับท่านประธาน ถ้าเผื่อ ร่างฉบับนี้ให้ทำคำพิพากษาตามยอม ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ของศาลมี แต่ต้องหลังจากยื่น ฟ้องคดีแล้วครับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ ร่างสัญญา ประนีประนอมยอมความ มาตรา ๒๐ ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ก่อนหน้านี้ เขียนไว้ครับ เขียนว่าให้ศาลมีอำนาจที่จะไกล่เกลี่ยหรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้ ตลอดเวลาระหว่างพิจารณาคดี
ต่อมาปี ๒๕๕๔ เพิ่มเข้าไปครับ เพิ่มผู้ช่วยศาล อันนี้คดีอยู่บนศาลนะครับ มาตรา ๒๐ ทวิ เขียนว่าให้ศาลตั้งผู้ประนอมที่มีคุณสมบัติจบอะไรมาก็ได้ ตามคุณสมบัติ ที่ศาลกำหนดและผ่านการอบรมเอาไปขึ้นทะเบียนไว้ เมื่อประชาชนฟ้องร้องบนศาลแล้ว และต้องการมีการประนีประนอม ศาลเห็นเองหรือคู่ความขอศาลก็จะตั้งผู้ประนอม ปัจจุบัน ถ้าท่านประธานไปตามศาลต่าง ๆ ท่านจะเห็นเลยครับ ศาลท่านเปลี่ยนบทบาทไปแล้วครับ พอมีคดีปั๊บจะประนอมไหม ไกล่เกลี่ยไหม ส่งไปอีกส่วนเลยครับ อย่างศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลจังหวัดราชบุรี แถวหน้าที่เป็นห้องพิจารณาคดีกลายเป็นห้องประนีประนอมไปแล้วทั้งตึก บัลลังก์อยู่ด้านหลัง กำลังบอกว่าการประนีประนอมหรือตั้งผู้ประนอมนั้นสำคัญ นี่กำลัง พูดถึงหลังจากพิจารณาคดีบนศาล อันนี้มาตกลงนอกศาลครับ การตกลงนอกศาลเราเคย มีไหมเรื่องสัญญาประนีประนอมยอมความ มีครับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ คุณไปตกลงกันตามแบบนี้นะ เหมือนสัญญากู้ครับท่านประธาน แต่ถ้าเผื่อ ทำแล้วใครผิดสัญญาก็ต้องไปฟ้องศาลเอง นั่นคือคู่กรณีทำเองครับตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ มีมาก่อนแล้ว พอหลังจากนั้นมีอะไรครับก่อนกระบวนการ พิจารณาบนศาลนี่ ก็เลยมี พ.ร.บ. ไกล่เกลี่ย ปี ๒๕๖๒ ออกโดย สนช. ครับ ไม่ได้ออกโดย ตัวแทนของประชาชนคือสภาผู้แทนราษฎร ผลเป็นอย่างไรครับ ผลก็คือให้ตั้งผู้ประนอม ไปไกล่เกลี่ย มุมมองผมผู้ประนอมก็คือคนที่ต้องไปร่างสัญญาให้กับประชาชน เมื่อฟรีแล้ว ไม่ใช่ว่าฟรีแล้วอะไรก็ได้ ไม่ใช่ครับ คุณต้องให้ความหมายกับประชาชน ชาวบ้านนี่เขา ไม่รู้เรื่อง คุณต้องหาคนที่ดีที่สุด หลังจากมี พ.ร.บ. มาไกล่เกลี่ยแล้วหน่วยงานของรัฐระดับ ตำบล อำเภอ จังหวัด สำนักงานตำรวจ อัยการ ไม่มีศาลครับ วันนี้ละครับมีศาลเข้ามาแล้ว นั่นคือไกล่เกลี่ยหรือไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ชาวบ้าน โดยคุณสมบัติของ ผู้ประนอมเหล่านั้นจบอะไรมาก็ได้ ขอให้ผ่านคุณสมบัติและผ่านการอบรม ต้องขึ้นทะเบียน ไว้ทั่วประเทศ ถามว่ามีหน่วยงานหนึ่งแม้ พ.ร.บ. ไกล่เกลี่ย ปี ๒๕๖๒ ไม่ได้เขียนไว้ ไม่ได้ กำหนดไว้ แต่ท่านตระหนักถึงความสำคัญว่าประชาชนนั้นสำคัญมาก ๆ ท่านให้ความหมาย ให้ความหมายอย่างไร ท่านบอกกำหนดไปเลยว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะตั้งเป็นผู้ประนอม แล้วไปไกล่เกลี่ยหรือไปร่างสัญญาให้กับประชาชนต้องเป็นอัยการเท่านั้น ก็คือสำนักงาน อัยการสูงสุดครับ มีสำนักงานเดียว พ.ร.บ. ไกล่เกลี่ย ปี ๒๕๖๒ มีหน่วยงานนี้ละครับ ให้ความสำคัญถึงขนาดตั้งคนเก่ง ๆ ไม่ใช่ว่าฟรีแล้วอะไรก็ได้ เห็นไหมครับ และทนายความ อาวุโสเท่านั้นอัยการถึงจะตั้งเข้ามาเพื่อให้ไปร่างสัญญาประนีประนอมยอมความให้กับ ชาวบ้านหรือประชาชน มุมมองผมขณะนี้ร่างนี้เข้ามาคือไกล่เกลี่ยก่อนหรือทำสัญญา ประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี แถมกฎหมายฉบับนี้เข้าโดยช่องทางพิเศษอีกต่างหาก พิเศษอย่างไรครับท่านประธาน พิเศษเพราะอ้างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปประเทศ จึงไม่ได้ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรตามระบบปกติ ผ่านเข้ามาในรัฐสภา กรรมาธิการในคณะจะมีทั้ง ส.ส. ส.ว. นั่งร่วมกัน เมื่อเป็นกฎหมายฉบับแรกของการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ก็หาคนที่เก่งที่สุด ดีที่สุดสิครับ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายส่งไปให้ประชาชนเขา เพื่อไปร่างสัญญา อย่างระมัดระวัง ตรวจอย่างละเอียด ไม่ใช่ใครก็ได้ ฉะนั้นผมมองอย่างนี้ครับว่าคราวนี้ สำคัญมาก ขนาดอัยการยังกำหนดคุณสมบัติระดับนั้น คราวนี้ประชาชนมาขอให้ศาล และคราวนี้มีสภาผู้แทนราษฎรด้วย แล้วเราจะไม่หาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชนหรือครับ สิ่งที่ดีที่สุดในมุมมองผมก็คือตั้งคนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย หรือผู้พิพากษา นั่นละลงมาดูให้กับประชาชนโดยตรงเลย ถามว่าคนพวกนี้จะมาจากไหน ผมเรียนกฎหมาย คนจบกฎหมายก็อยากเป็นผู้พิพากษา อัยการ ท่านเหล่านั้นถ้าไม่ได้ทำ อย่างไรเป็นนิติกร ไปอยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมเต็มไปหมด ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านผมเชื่อว่าต่อไปจะมี ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านการเงิน การคลังจากกระทรวงการคลัง เราจะมีผู้เชี่ยวชาญ ด้านสิ่งแวดล้อมจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จบกฎหมาย แล้วที่สำคัญคราวนี้เราไปร่างสัญญาประนีประนอมยอมความ เราจะสร้างบ้านเราก็ไปหาวิศวกร คราวนี้จะไปร่างสัญญาก็ต้องเอานักกฎหมาย พื้นเพต้องมี นักกฎหมายก่อนครับ ผมต่อสู้ในกรรมาธิการมาก แต่เขาบอกว่าเดี๋ยวศาลไปกำหนดเองได้ เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว ที่ผ่านมาผมว่าไม่เดี๋ยวหรอกครับ คราวนี้ผมขอสงวนคำพูดให้กับ พี่น้องประชาชน ท่าน ส.ส. และท่าน ส.ว. ว่าคราวนี้เป็นกฎหมายฉบับแรก เราไม่เอาของ ที่ดีที่สุดให้กับประชาชนหรือครับ เราไม่แต่งตั้งคนที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดให้กับประชาชน หรือครับ