รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ธานี อ่อนละเอียด หารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติค่าธรรมเนียมศาล โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบต่อสังคมและความไม่เท่าเทียมกันของกฎหมาย พร้อมเสนอให้คงร่างเดิมไว้ โดยให้ศาลพิพากษาตามยอมและเสียค่าธรรมเนียมร้อยละ 25 ของค่าธรรมเนียมทั้งหมด

นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และเป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งขอสงวนความเห็นไว้ในร่างมาตรา ๒๐ ตรี ในมาตรา ๓ ซึ่งเพิ่ม มาตรา ๒๐ ตรี วรรคสามและวรรคสี่ ว่าด้วยเรื่องของค่าธรรมเนียมศาล ผมขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานว่าตามร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณาอยู่นี้เป็นกระบวนการไกล่เกลี่ย ก่อนฟ้องคดี เดิมสำนักงานศาลยุติธรรมมีกระบวนการไกล่เกลี่ยหลังฟ้องคดี แล้วก็มี ผู้ประนีประนอมประจำศาลตก ๒,๐๓๐ กว่าท่าน ก็เลยมีแนวคิดที่จะให้ผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็น บุคลากรของศาลมาดำเนินการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดี เป็นที่มาของการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ขึ้นมา แต่เนื่องจากว่ากรรมาธิการได้มีการแก้ไขหลักการเดิมที่ศาลเองจะเป็นผู้ดูแล อยู่ห่าง ๆ โดยให้ผู้ประนีประนอมยอมความ ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของศาลดำเนินการ ไกล่เกลี่ยไป เมื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยไปได้ผลประการใด ถ้าตกลงกันได้ก็สามารถจะเสนอ เป็นคำฟ้องต่อศาลเพื่อให้ศาลพิพากษาตามยอม และให้เสียค่าธรรมเนียมเพียงแค่ ๑ ใน ๔ ของค่าธรรมเนียมทั้งหมด โดยปกติแล้วไปขึ้นศาลจะเสียค่าธรรมเนียมร้อยละ ๒ บาท แต่ใน ร่างเดิมของพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เสียแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของ ๒ บาท ก็คือ ๑ ใน ๔ ของ ค่าธรรมเนียมทั้งหมด แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากไปแก้ไขว่าเมื่อมีการตกลง ประนีประนอมยอมความและมาขอให้ศาลพิพากษาตามยอมไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าขึ้นศาลเลย ผมอยากจะกราบเรียนต่อประธานที่เคารพว่าถ้าหากแก้ไขลักษณะนี้จะส่ง ผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรงอย่างยิ่งด้วยเหตุ ๔ ประการ ดังจะได้กราบเรียนต่อ ท่านประธานนะครับ

ประการแรก ก็คือถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดีจะขัด ต่อหลักความเท่าเทียมกันของกฎหมาย ในร่างเดิมพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ย ปี ๒๕๖๒ เมื่อคู่กรณีนี้ตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ไปเสนอคำฟ้องต่อศาลให้เสียค่าธรรมเนียม ร้อยละ ๑ บาท ก็คือกึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมทั้งหมด ปกติเสีย ๒ บาท ถ้าตามพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๖๒ เสีย ๑ บาท ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เสีย ๒๕ สตางค์ แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าเสีย ๑ บาทแล้ว ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการลดค่าธรรมเนียมศาลได้ ซึ่งโดยปกติแล้วคนเป็นคดีความ ถ้าไปเสนอคำฟ้องต่อศาล ถ้าตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ศาลก็จะคืนค่าธรรมเนียม ให้ ๓ ใน ๔ โดยปกติอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการไปงดค่าธรรมเนียมเสียทั้งหมดเลย ก็จะเกิดหลักความไม่เท่าเทียมกันของกฎหมาย ๒ ฉบับว่า ฉบับหนึ่งเสีย ๑ บาท ฉบับนี้ ไม่ต้องเสียเลย

ประการที่ ๒ อาจจะเป็นช่องทางให้กับนายทุนเงินกู้ นายทุนธนาคาร สถาบัน การเงินต่าง ๆ มาใช้ช่องทางนี้ ไม่ต้องไปจ้างทนายความ ไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียม ก็จะแห่ กันมาใช้ช่องทางนี้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ก็กลายเป็นผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย เหมือนกับ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นกฎหมายที่พอใช้ไปใช้มาก็ผิดวัตถุประสงค์ต่อกฎหมาย

ประการที่ ๓ อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าจะเกิดผลกระทบต่อ กระบวนการยุติธรรม เพราะหากคู่พิพาทเลือกที่จะใช้ช่องทางของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้ โดยนำคดีที่พิพาทไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล คู่พิพาทก็จะไม่ใช้ช่องทางอื่น เพราะว่า เสียค่าธรรมเนียมที่มากกว่า

ประการที่ ๔ หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยกำหนด ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้ว ร่างเดิมศาลจะไม่ดูแลตั้งแต่ต้น จะให้ผู้ประนีประนอมไปดำเนินการ แล้วศาลจะมาดูตอนที่ขอให้พิพากษาตามยอม แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากไปแก้ให้ศาลลงมาดูแต่ต้นเลยว่าสัญญาประนีประนอม ยอมความนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จะเป็นการเสียบุคลากรของศาลที่มีจำกัดอยู่แล้ว ต้องมาทำคดีในการประนีประนอมข้อพิพาท ก็จะไปกระทบต่อประสิทธิภาพของ การบริหารงานคดีในการอำนวยความยุติธรรมในคดีปกติไป ทุกคนแห่หลั่งไหลกันมาใช้ ช่องทางนี้หมด

ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ประกาศใช้ไปเสมือนหนึ่งโยนระเบิดเข้ามาในสังคม กฎหมายอื่น ๆ ระบบ การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดี ไม่ว่าจะเป็นการไกล่เกลี่ยโดยฝ่ายปกครอง การไกล่เกลี่ยชุมชน การไกล่เกลี่ยโดยเจ้าพนักงานตำรวจ การไกล่เกลี่ยของอัยการก็จะหมดไปเลย ทุกคนแห่มา ใช้ช่องทางนี้หมด เพราะความน่าเชื่อถือของศาล และนอกจากนี้ฟรีอีกต่างหาก ช่องทางอื่น เป็นหมันไปหมด ฉะนั้นสมควรอย่างยิ่งว่าจะต้องคงร่างเดิมไว้โดยหากแต่ขอให้ศาลพิพากษา ตามยอมควรที่จะใช้ร่างเดิมว่าเสียค่าธรรมเนียม ร้อยละ ๒๕ ของค่าธรรมเนียมทั้งหมด ซึ่งศาลสามารถจะลดค่าธรรมเนียมอีกได้ กราบเรียนต่อท่านประธานว่ากระผมขอเสนอให้ คงร่างเดิมในวรรคสามและวรรคสี่ไว้ครับ ขอขอบพระคุณครับ