วีระกร คำประกอบ หารือปัญหาโควตาการนำเข้าข้าวที่ลดลงในขณะที่คู่แข่งได้รับโควตาเพิ่ม จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และนายกรัฐมนตรีเจรจาโดยตรงเพื่อผลักดันผลประโยชน์เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเน้นย้ำปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพต่ำจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลต่อชื่อเสียงและคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทย จึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมและสนับสนุนร่างความตกลงที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภา ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเร่งรัด ให้มีการเห็นด้วยกับความตกลงระหว่างรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐ เกาหลี ราชอาณาจักรไทย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม ในเรื่องของโควตา นำเข้าข้าว แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นไปตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไว้คือโควตาลดลง แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาการเจรจาของประเทศไทยก็อาจจะไม่สัมฤทธิ์ผลมากนัก เพราะอาจจะ ไม่ได้อยู่ในช่วงที่เรามีรัฐบาลประชาธิปไตยในช่วงนั้นบางครั้งก็คงจะจำเป็น แต่ว่าในปัจจุบันนี้ เนื่องจากเราเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยมีรัฐสภา การที่จะให้สภาได้ช่วยกันพิจารณาล่วงหน้า ในระยะเวลาพอสมควรก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี และอย่างที่ท่านสมาชิกเกียรติ สิทธีอมร ขออนุญาต ที่เอ่ยนามท่านได้พูดเมื่อสักครู่นี้ก็มีเหตุผล ในเรื่องของว่าเราเจรจาดีที่สุดหรือยัง เราได้ผลดี ที่สุดหรือยัง ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปด้วยว่าในช่วงที่ผ่านมาไม่เป็นอะไร แล้วมันผ่านไปแล้ว แต่นับจากนี้เป็นต้นไปการเจรจากับต่างประเทศอยากเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกระทรวงพาณิชย์ ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำไปนะครับ การเจรจาการค้าโดยเฉพาะ ไปขายผลิตผลการเกษตรของประเทศไทยถือเป็นเรื่องสำคัญ ครั้งหนึ่งผมเคยมีโอกาสเป็น เลขาธิการท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านขยันเวลาท่านออกไป เจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ผลดี ถ้ายิ่งนายกรัฐมนตรีไปเองท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ไปเอง ต้องหมั่นไปด้วยครับ ผมจะติดตามท่านในฐานะเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปต่างประเทศ ผมก็ต้องยอมรับว่าท่านมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการเจรจาธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ การขายพืชผลการเกษตรของประเทศไทยผมว่าท่านทำได้ดีในส่วนนี้ ในส่วนนี้ท่านทำได้ดีการเจรจา แต่ว่าก็เกิดจากความขยันต้องไปบ่อย ๆ ต้องไปเหมือนเป็น พรรคพวกที่สนิทสนม การเจรจาการค้าก็จะราบรื่น แล้วโควตาต่าง ๆ ก็คงจะไม่โดนเพื่อนสมาชิก ตำหนิ เช่นโควตาเดิมเมื่อปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๗ ได้ ๒๙,๙๖๓ ตัน ในขณะที่ประเทศเวียดนาม ได้เพียง ๙,๐๓๐ ตัน เจรจาไปเจรจามาประเทศไทยเหลือ ๒๘,๐๐๐ ตัน ลดลงไปประมาณ ๑,๐๐๐ ตัน ซึ่งปริมาณไม่ได้มากหรอกก็ลดนิดเดียว แต่ประเทศเวียดนามก็ขึ้นไปเป็น ๕๕,๐๐๐ ตัน อย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องเรียนว่าประเทศเวียดนามเขาผลิตข้าวเหมือนประเทศไทยไม่ได้ผลิตข้าวสั้น อย่างที่เราอาจจะเป็นข้ออ้างนะครับ ก็ผลิตข้าวเหมือนประเทศไทย เพราะฉะนั้นจะไปบอกว่า ประเทศเวียดนามเขาได้เพิ่มมาจาก ๙,๐๐๐ ตัน ขึ้นมาเป็น ๕๕,๐๐๐ ตัน แต่ประเทศไทยจาก ๒๙,๐๐๐ ตัน ลงมาเหลือ ๒๘,๐๐๐ ตัน มันก็ดูแล้วเอาว่าอย่างไรก็ตามการเจรจาหลาย ๆ อย่าง จำเป็นที่จะต้องระดับผู้นำประเทศ ระดับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คงจะต้องเดินทาง บ่อย ๆ การที่เราได้มีโอกาสเข้าไปเจรจา แล้วก็ชักจูงจนกระทั่งระดับรัฐมนตรีด้วยกันเขาเห็นชอบ เห็นด้วยก็คงจะทำได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ที่ไปชักจูงเขา หรือว่าชักชวนเขานะครับ หรือว่าเจรจาการค้า กับเขา คงจะทำได้ดีกว่า
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปก็คือการที่ กระทรวงพาณิชย์เองแต่ดั้งเดิมมาซึ่งไม่ใช่สมัยของท่านจุรินทร์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ในที่ผ่านมาการลักลอบนำสินค้าการเกษตรเข้ามาในประเทศไทยไม่เฉพาะเรื่องข้าวนะครับ มีทั้งปาล์มน้ำมัน มีทั้งมะพร้าว มีทั้งข้าวโพด และมันสำปะหลัง การทะลักเข้าของสินค้า เหล่านี้มายังประเทศไทยส่งผลให้การส่งออกของประเทศไทยมีผล เพราะมันไม่มีคุณภาพ ของที่ลักลอบนำเข้ามาไม่มีคุณภาพ ดังนั้นการส่งต่อออกไปยกตัวอย่างง่าย ๆ ในยุคที่ได้มีการ จำนำข้าว ราคาข้าวเราแพง ข้าวทะลักจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทยมากมาย สิ่งหนึ่งก็คือข้าวหอมมะลิ กลายเป็นว่าข้าวหอมมะลิที่เข้ามาแล้วส่งออกไปส่วนหนึ่งเป็น ข้าวหอมมะลิประเทศกัมพูชา ข้าวหอมมะลิประเทศเวียดนาม ข้าวหอมมะลิประเทศลาวเข้ามา ในประเทศไทย เมื่อส่งออกไปมันไม่หอมเหมือนเดิม ท่านประธานก็เลยทำให้ความนิยมและความที่มีชื่อเสียง ของข้าวหอมมะลิไทยลดด้อยถอยลงไปในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะเหตุว่ามีการนำเอา ข้าวหอมมะลิจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาผสมและส่งออกต่อไป ในฐานะที่เคยเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญดูแลราคาพืชผลทางการเกษตรก็ขอฝากท่านด้วยว่าการที่กระทรวง พาณิชย์ต้องดูแลในเรื่องของการลักลอบนำสินค้าทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา ส่งผลให้ชื่อเสียงผลิตผลทางการเกษตรของประเทศไทยและคุณภาพลดน้อยลง จนกระทั่ง ทำให้ประเทศผู้นำเข้าสินค้าการเกษตรจากประเทศไทยก็มีข้อตำหนิได้จากสินค้าของประเทศไทย ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ แล้วก็ขอสนับสนุนร่างความตกลงดังกล่าวนี้ เพราะเหตุว่าก็เป็น ความจำเป็นล่ะครับ มันจะต้องประกาศใช้กันวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ นี้แล้วก็สนับสนุนที่จะ ให้ร่างความตกลงนี้ได้ผ่านรัฐสภาของเรา ขอบคุณครับ