วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ แสดงความเห็นต่อร่างความตกลงระหว่างไทยกับประเทศพันธมิตร ทั้งออสเตรเลีย จีน เกาหลี สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยชี้แจงถึงการเจรจาจัดสรรโควตาการนำเข้าข้าวของเกาหลีใต้ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวสอดคล้องกับกฎสากลและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐ ประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี ราชอาณาจักรไทย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมนิยม เวียดนาม ดังนี้
คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมได้มีการหารือร่วมกันกับ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา และได้พิจารณาศึกษาร่างความตกลงดังกล่าว โดยได้ศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยมีความเห็นว่าการค้าระหว่างประเทศมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งในด้านของการนำเข้าและการส่งออก ดังนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดกลางจึงควรยึดกฎกติกาของการค้า ระหว่างประเทศเป็นหลัก การเจรจาเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการนำเข้าข้าวของสาธารณรัฐ เกาหลีกับประเทศผู้ส่งออกข้าว ๕ ประเทศที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านเปลี่ยนแปลงระบบการนำเข้าข้าว ของสาธารณรัฐเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ นั้น ในขณะนั้นดิฉันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก และได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ในขณะนั้นซึ่งคือท่านประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของวุฒิสภา ในช่วงนั้น ให้ทำหนังสือยื่นคัดค้านการเปลี่ยนแปลงระบบการนำเข้าข้าวของสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศไทยยื่นหนังสือคัดค้านเป็นประเทศแรกและมีอีก ๔ ประเทศที่ร่วมกับเรา ในจำนวน ๔ ประเทศนั้นเป็นประเทศที่ได้รับจัดสรรโควตาเพิ่มขึ้นในช่วงสิบปีก่อนหน้านั้นก็คือประเทศ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แล้วก็ประเทศจีน สำหรับประเทศเวียดนามได้ยื่นคำคัดค้านตามมา ในฐานะที่เริ่มเป็นผู้ส่งออกข้าวในระยะหลัง การเจรจาต้องเรียนว่าการเจรจานี้เป็นการเจรจา ภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก ได้ยึดหลักในการเจรจาจัดสรรโควตาภายใต้ดับเบิลยูทีโอ อะกรีเมนต์ (WTO Agreement) หรือข้อตกลงภายใต้องค์การการค้าโลกปี ค.ศ. ๑๙๙๔ หรือปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งสมาชิกองค์การการค้าโลกทุกประเทศถือกฎเกณฑ์นี้โดยใช้ข้อมูลของ สถิติการนำเข้า ๓ ปีย้อนหลังเป็นพื้นฐานในการจัดสรรโควตาให้กับประเทศสมาชิกเฉพาะประเทศ ที่มีการยื่นคัดค้านหรือประเทศที่มีการส่งสินค้ารายการนั้น ๆ ไปยังประเทศที่ขอปรับเปลี่ยน เป็นประเทศที่มีการค้าอย่างมีนัยสำคัญ ในฐานะของประเทศไทยที่เราสามารถยื่นคัดค้านได้ เพราะเราได้รับจัดสรรโควตามาก่อนหน้านั้นก็ถือว่าเป็นประเทศที่หากประเทศเกาหลี จะเปลี่ยนแปลงมาตรการใด ๆ จำเป็นที่จะต้องหารือกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามการเจรจา บนพื้นฐานของการจัดสรรโควตาใหม่นั้นจำเป็นต้องใช้หลักเกณฑ์ภายใต้มาตรา ๑๓ ของ ดับเบิลยูทีโอ อะกรีเมนต์ (WTO Agreement) อยู่ดี ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเพราะเป็น ข้อตกลงระหว่างประเทศ การเจรจาได้เริ่มจริง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นมา ได้มีการเจรจา มิใช่การเจรจา ๒ ฝ่ายเท่านั้น แต่เป็นการเจรจาหลายฝ่ายร่วมกับประเทศที่ยื่นคัดค้านด้วยกัน ก็คือทั้งหมด ๖ ประเทศ ตั้งแต่ประเทศที่เป็นผู้ที่เสนอขอเปลี่ยนแปลงการนำเข้าระบบ การนำเข้าข้าวและประเทศที่ยื่นคัดค้านใช้เวลาเกือบ ๕ ปีเต็มกว่าจะได้ข้อตกลง ได้รับทราบ จากการชี้แจงว่าเพิ่งได้ข้อสรุปเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๒ จากนั้นทั้ง ๖ ประเทศเห็นพ้องต้องกัน แล้วก็กลับไปดำเนินการภายในประเทศตามขั้นตอนทางกฎหมายของแต่ละประเทศ ในส่วน ของประเทศไทยจึงมาถึงวันนี้ ต้องเรียนว่าโควตาที่ได้รับจัดสรรเป็นการเจรจาบนพื้นฐานของ กฎกติกาองค์การการค้าโลก ในส่วนที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ไปเจรจาได้โควตาเพิ่มเติมเป็นส่วนที่น่าจะตัดทอนมาจากโควตาที่ให้เป็นการทั่วไปกับ ประเทศอื่น ๆ กลับทอนมาให้กับประเทศที่เป็นคู่ค้าหลักแล้วก็มีโควตาเดิมอยู่ ถึงได้จำนวน เพิ่มขึ้นเป็น ๒๘,๔๙๔ ตัน ก็เข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะ เจรจาขอให้ได้โควตาที่ใกล้เคียงกับโควตาเดิม ถ้าคำนวณจากจำนวนที่เขาจัดสรรเพิ่มเติมประเทศไทยได้รับจัดสรรเพิ่มเติมกว่าโควตาเดิม ถึง ๑๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ จะได้รับจัดสรรเพิ่มขึ้นแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ ก็เรียกได้ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้พยายามเจรจาที่จะรักษา ผลประโยชน์ไว้ให้กับประเทศมากที่สุด นอกจากนั้นยังได้พยายามเจรจาในส่วนที่เหลือเป็น โควตาทั่วไปที่ให้กับสมาชิกองค์การการค้าโลกที่เหลือก็คือ ๑๕๐ กว่าประเทศ อีก ๒๐,๐๐๐ ตัน ในอัตราภาษี ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่ต่ำมาก เพราะว่าถ้าหากจะส่งออกในอัตราภาษี นอกโควตาคือ ๕๑๓ เปอร์เซ็นต์นั้นค่อนข้างจะสูง แล้วมีโอกาสในการที่จะส่งออกค่อนข้างยาก ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ดำเนินการมาในฐานะที่เคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกด้วย ก็ได้ตรวจสอบข้อตกลงฉบับนี้ก็ได้เห็นว่าเป็นไป ตามกฎกติกาสากลซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องอิงและยึดหลักของกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศ เพราะว่าจะเป็นหลักที่สำคัญ ที่ทำให้เราสามารถขยายการค้าและการส่งออกได้ในระยะยาว ดังนั้นดิฉันขอกราบเรียนว่า เมื่อพิจารณาถึงร่างความตกลงที่ทางรัฐบาลเสนอมาแล้วจะเห็นประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ และชาวนาไทยจะได้รับประโยชน์ในฐานะที่มีตลาดที่แน่นอน มีปริมาณที่ชัดเจนในอัตราที่ได้ แต้มต่ออย่างมากกับประเทศที่ไม่มีโอกาสได้รับการจัดสรรโควตา เมื่อมาพิจารณาถึงประเทศ ที่เป็นคู่ค้าข้าวที่สำคัญของประเทศเกาหลีหรือคู่ค้าข้าวที่สำคัญของประเทศไทยก็ต้องเรียนว่า ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวเมล็ดสั้นเป็นส่วนใหญ่ นำข้าวกล้องและข้าวเมล็ดยาว จากประเทศไทยบางส่วนแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้าวเมล็ดสั้นซึ่งทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน และประเทศออสเตรเลียสามารถผลิตข้าวเมล็ดสั้นได้จึงได้รับปริมาณจัดสรร ค่อนข้างมาก สำหรับประเทศไทยสามารถส่งข้าวเมล็ดยาวได้แล้วก็ข้าวกล้องได้ ในกรณีที่ จริง ๆ แล้วเป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดประเทศเกาหลี อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เราได้มาเป็นโอกาสที่ให้กับผู้ประกอบการของประเทศไทย ให้โอกาสกับชาวนาที่ได้ มีโอกาสส่งข้าวออกไปทางประเทศเกาหลี แต่เรายังสามารถที่จะขยายโอกาสเหล่านี้ให้กับ พี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการของประเทศไทยโดยผ่านการส่งเสริม การรณรงค์ หรือว่า การส่งเสริมให้ประชาชนประเทศเกาหลีได้รับรู้รับทราบและได้ลองลิ้มรสข้าวของประเทศไทย มากขึ้นผ่านโครงการต่าง ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์เคยดำเนินการอยู่แต่เราอาจจะดำเนินการ ได้มากขึ้นในแง่ของโครงการในเรื่องของการรณรงค์การส่งเสริมข้าวไทยในภัตตาคารไทย ในประเทศเกาหลีก็จะทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ต่อไปมาตรฐานในการที่จะเปิด ประมูลโควตาต่าง ๆ ก็จะกำหนดเป็นมาตรฐานของข้าวไทยมากขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นดิฉัน จึงมีความเห็นว่าเพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาตลาดข้าวของประเทศไทยในสาธารณรัฐเกาหลี จึงเห็นควรที่จะให้การสนับสนุนในการให้ความเห็นชอบให้มีการลงนามในความตกลงดังกล่าว เพื่อที่จะให้ได้รับประโยชน์ทันทีในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ นี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ